คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 31

เสียงสะท้อนจากอดีต

ผลงานโดย พยานปากเอก
"คุณกำลังมองหาอะไรในร่างกายของผม... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของธันวาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความเงียบงั้นในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานทนายความยามวิกาลราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคม ริมโต๊ะทำงานส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและเงาตกกระทบลงบนรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณใต้ราวนมซ้ายของเขา รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตามที่สำนวนคดีฉบับทางการระบุไว้แม้แต่น้อย มันคือรอยกรีดเรียบสนิทที่บ่งบอกถึงการผ่าตัดฝังหรือควักบางสิ่งออกด้วยความประณีตระดับศัลยแพทย์มือหนึ่ง รินรดายังคงถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเรืองแสงค้างไว้ ภาพเอกสารทางการแพทย์ลับสุดยอดที่เธอเพิ่งแฮกเข้ามาได้จากฐานข้อมูลเซิร์ฟเวอร์สำรองของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตที่ไหวระริกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทนายสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและตรรกะเหล็กไหล กลับรู้สึกราวกับว่าพื้นปาร์เกต์ใต้รองเท้าส้นสูงกำลังพังทลายลง "รอยแผลนั่น..." รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "มันไม่ใช่รอยแผลจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน ธันวา คุณไม่เคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนความจำเสื่อมตามที่คุณบอกผม... เอ๊ย... บอกฉัน... บ้าจริง" เธอเผลอหลุดสรรพนามส่วนตัวออกมาในยามที่สติสัมปชัญญะเริ่มกระเจิง ธันวากดมุมปากยิ้มหยัน เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เขาค่อยๆ ดึงเสื้อเชิ้ตสีเข้มขึ้นปิดรอยแผลนั้นอย่างช้าๆ ราวกับต้องการซ่อนหลักฐานแห่งความอัปยศพ้นไปจากสายตาของเธอ "คุณเพิ่งรู้ตัวหรอกหรือครับ ริน" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "ทนายความมือหนึ่งผู้ไม่เคยพลาดคดีไหน... กลับปล่อยให้ตัวเองถูกจูงจมูกด้วยเรื่องโกหกที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตมานานนับปี" "คุณหมายความว่ายังไง!" รินรดาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แววตาฉายประกายความดุดันขึ้นมาแทนที่ความตกใจ สัญชาตญาณนักกฎหมายและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตีรันกันอลหม่านในอก "อดีตของคุณ ความทรงจำที่หายไปของคุณ หรือแม้แต่ความรู้สึกที่คุณมีต่อฉัน... ทุกอย่างมันถูกจัดฉากขึ้นมางั้นเหรอ ใครเป็นคนทำ? องค์กรของคาร์لอส หรือว่า... แก๊งอัยการฟอกเงินนั่น?" ธันวาไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นเสยผมลอนหยักศกของตัวเองอย่างลวกๆ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังประเมินว่าเธอกล้าพอที่จะรับฟังความจริงอันบิดเบี้ยวนี้หรือไม่ "ความจำเสื่อม... เป็นอาการทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นจริงครับ" ธันวาเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเยือกเย็นเสียจนน่ากลัว "แต่ในกรณีของผม มันไม่ใช่ความบังเอิญและไม่ใช่ผลกระทบจากการกระทบกระเทือนทางสมอง... มันคือการ *ถูกโปรแกรม* ขึ้นมา" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำว่า *ถูกโปรแกรม* หนักอึ้งราวนกเหล็กที่ร่วงหล่นลงกลางอก "การล้างสมอง..." เธอกล่าวทวนคำ เสียงกระซิบแทบจะจมหายไปกับความเงียบ "นั่นมันเรื่องแต่งในภาพยนตร์ไซไฟ ธันวา คุณเป็นอดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงนะ คุณจะบอกว่าตัวเองโดนล้างสมองเหมือนพวกสายลับเกรดบีเนี่ยนะ?" "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องแต่ง ผมก็คงภาวนาให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและบาดลึก "ลองคิดดูสิริน ทำไมผมถึงจำเรื่องราวระหว่างเราในอดีตไม่ได้เลย ทำไมทุกครั้งที่ผมพยายามจะนึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะมาเจอคุณที่ศาลฎีกาเมื่อปีก่อน หัวใจของผมมันถึงได้เจ็บแปลบขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง นั่นไม่ใช่เพราะสมองบาดเจ็บ... แต่มันคือ *ระบบรักษาความปลอดภัย* ที่ถูกฝังไว้ในจิตใต้สำนึกต่างหาก" ก้อนเนื้อในอกของรินรดากระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับเทปเร่งความเร็ว ทุกครั้งที่เธอพยายามขุดคุ้ยอดีตของธันวา เขามักจะมีอาการปวดหัวอย่างเฉียบพลัน ทุกครั้งที่พวกเขาเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับคดีทุจริตระดับชาติที่เชื่อมโยงกับบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ธันวาจะเกิดอาการลังเลและถอยฉากออกไปอย่างมีพิรุธ เธอเคยคิดว่าเขาเห็นแก่ตัว... เคยคิดว่าเขาหวาดกลัวอันตราย... แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า... ผู้ชายคนนี้กำลังต่อสู้กับคำสั่งฆ่าที่ถูกฝังอยู่ใต้จิตสำนึกของตัวเอง! "ยา..." รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเมื่อนึกถึงบางสิ่ง "ช่วงที่คุณอยู่กับฉัน คุณต้องกินยาเม็ดสีฟ้าอมเขียวทุกคืนก่อนนอน คุณบอกฉันว่าเป็นยานอนหลับและยาคลายเครียดจากอาการบาดเจ็บ แต่นั่น... นั่นมันยาควบคุมประสาทชนิดพิเศษใช่ไหม?" ธันวาพยักหน้ารับช้าๆ เป็นการยืนยันคำตอบที่ทำให้โลกทั้งใบของทนายสาวเอียงกระเทลาด "ถูกครึ่งเดียวครับ... มันไม่ใช่แค่ยาควบคุมประสาท แต่มันคือ *ตัวกระตุ้น* ที่ทำให้ความทรงจำที่ถูกลบเลือนถูกกดทับเอาไว้ไม่ให้ตื่นขึ้นมา และในขณะเดียวกัน... มันก็คือรีโมทคอนโทรลที่พร้อมจะเปลี่ยนผมให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารได้ทุกเมื่อ หากมีรหัสคำสั่งที่ถูกต้องถูกส่งเข้ามา" ความหนาแน่นของอากาศในห้องลดฮวบลง รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวกำลังหมดไป เธอวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น พลางก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน เธอคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น แรงดึงทำให้ธันวาต้องโน้มตัวลงมาสบตาเธอ "ถ้าคุณรู้ตัวมาตลอด... ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน!" รินรดาตวาดเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยศักดิ์ศรีของทนายความ "ทำไมคุณถึงปล่อยให้ฉันวิ่งเต้นหาพยาน หาหลักฐาน ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องผู้ชายที่อาจจะลุกขึ้นมาฆ่าฉันได้ทุกเมื่อในยามที่ได้ยินรหัสบ้าๆ นั่น!" ธันวานิ่งเงียบ เขาไม่หลบสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความเจ็บปวด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นมาวางทับลงบนมือเรียวที่กำปกเสื้อของเขาไว้ แรงสัมผัสที่อบอุ่นแต่มั่นคงถ่ายทอดความรู้สึกผิดลึกซึ้งผ่านผิวเนื้อ "เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะปกป้องคุณครับ ริน" เสียงของธันวานุ่มนวลจนน่าใจหาย "ถ้าผมบอกคุณตั้งแต่วันแรก... องค์กรพวกนั้นจะรู้ทันทีว่าผมเริ่มมีความทรงจำกลับคืนมา และเป้าหมายแรกที่พวกมันจะเก็บ... ไม่ใช่ผม... แต่คือคุณ ผู้หญิงที่ฉลาดเกินไปและรู้มากเกินไปจนกลายเป็นเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูง ความโกรธถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาแบบมืออาชีพ เธอรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขากำลังเล่นอยู่กับเกมที่เดิมพันด้วยชีวิต และศัตรูไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก... แต่อาจจะกำลังซ่อนอยู่ภายในสมองของคนที่เธอกำลังกอดประคองอยู่ตรงนี้ "ถ้าอย่างนั้น... ยาที่คุณกินหมดไปเมื่อวานนี้..." รินรดาชะงักคำพูดไปชั่วขณะ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "หมายความว่าตอนนี้... ฤทธิ์ยาหมดลงแล้วใช่ไหม?" ธันวายิ้มรับ เป็นรอยยิ้มที่มุมปากขยับเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและอันตรายอย่างยิ่งยวด "ใช่ครับ ริน... ตอนนี้ความทรงจำทั้งหมดของผมกำลังไหลกลับมาทีละน้อย และ..." เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ "ผมจำได้แล้วว่า... ใครเป็นคนสั่งยิงคุณพ่อของคุณเมื่อสองปีก่อน" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบวาบไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟด้านนอกอย่างเร่งรีบ! ธันวากระชากแขนรินรดาให้หลบลงไปใต้โต๊ะทำงานอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที พร้อมกับดึงปืนพกสีดำสนิทออกมาจากสายคาดเอวขึ้นลำกล้องด้วยความคล่องแคล่วว่องไวราวกับสัญชาตญาณนักฆ่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ธันวาพูดกระซิบข้างหูเธอด้วยลมหายใจอุ่นร้อน "จำไว้นะครับริน... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลังจากนี้... อย่าเชื่อใจใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งตัวผมเอง" ปัง! เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกกระจายละเอียด พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากกันแก๊สพิษ พุ่งทะยานพังประตูเข้ามาในห้องท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่ง! --- *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้กันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ*
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%