กลิ่นควันไหม้จางๆ ของกระดาษเอกสารราคาแพงยังลอยอวลอยู่ในความมืด สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่เพิ่งมอดดับลงไปหมาดๆ บนหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ในความสลัวของห้องชุดสำนักงานกฎหมาย ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ปลายนิ้วจรดขั้วหัวใจ ภาพวิดีโอวงจรปิดที่เพิ่งดับวูบไปเมื่อครู่ยังคงสะท้อนอยู่ในม่านตา แฟ้มหลักฐานชิ้นสุดท้าย—กุญแจดอกเดียวที่จะไขไปสู่การทุจริตระดับรากเหง้าของตระกูลอภิชาตสุนทร ถูกเผาลาญสลายกลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาผ่านเลนส์กล้องที่ถูกควบคุมจากระยะไกล
ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีสัญญาณเตือนภัย ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงของเธอกลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันในสายตาของศัตรู
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูดึงสติของเธอให้กลับคืนมา รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เธอก็รู้ว่าใครคือผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างความเยือกเย็นของบุรุษผู้ผ่านโลกมาโชกโชนและความคุ้นเคยในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบ มันชัดเจนเสียจนอากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง
"คุณประเมินองค์กรนั้นต่ำเกินไป รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้น ทอดจังหวะช้าๆ เต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาไม่ได้ก้าวล้ำเข้ามาลึกเกินกว่ากรอบประตู ราวกับให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวที่กำลังพังทลายของเธอ หรือบางที...เขาก려เกรงว่าหากเข้าใกล้มากกว่านี้ ความอดกลั้นของพวกเขาอาจพังครืนลงมาเสียก่อน
รินรดายังคงหันหลังให้ เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "คุณรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า ธันวา... แฟ้มในตู้นิรภัยนั้นมีเพียงคุณกับฉันที่รู้รหัสผ่าน"
คำกล่าวหานั้นคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยความเจ็บปวด ธันวาชะงักไปเล็กน้อย เงาของเขาที่ทาบทับลงบนพื้นห้องขยับไหวตามลมหายใจที่ถอนออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนที่ฝีเท้าคู่นั้นจะขยับเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอในระยะที่หากเอื้อมมือออกไปก็สามารถสัมผัสโดนแผ่นหลังที่กำลังเกร็งเครียดนั้นได้
"ถ้าผมเป็นคนทำ คุณคงไม่ได้ยืนถามผมด้วยคำถามที่เต็มไปด้วยความระแวงแบบนี้หรอกครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความนุ่มนวลลึกซึ้งที่เธอมักเกลียดชังมันทุกครั้ง เพราะมันทำให้เกราะกำบังของเธอบาดเจ็บ "และที่สำคัญ... รหัสผ่านตู้นิรภัยนั่นไม่ได้ถูกเปิดด้วยรหัสครับ แต่มันถูกเปิดด้วย 'คีย์การ์ดมาสเตอร์' ที่มีเพียงผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดถือครองอยู่ต่างหาก"
รินรดาหันขวับกลับมาดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความตกใจ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบชิด ปลายจมูกของเธอเกือบชนเข้ากับปกเสื้อเชิ้ตของเขา กลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นจากอากาศยามค่ำคืนปะปนกับความตึงเครียดในห้อง
"คุณหมายความว่ายังไง..." เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "กระบวนการยุติธรรม... ถูกแทรกซึมไปถึงระดับนั้นแล้วงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่แทรกซึมครับ ริน" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากทนายสาวผู้เยือกเย็น "แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว การตายของพ่อคุณเมื่อสี่ปีก่อน... กับคดีฆาตกรรมในตระกูลอภิชาตสุนทรเมื่อสัปดาห์ก่อน มันคือเรื่องเดียวกัน"
ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาทุบลงกลางศีรษะ รินรดารู้สึกหูอื้อตาลายไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวตีรวนจนแยกแยะไม่ออก พ่อของเธอ... อดีผู้พิพากษาผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตอย่างกะทันหันในคืนก่อนวันพิพากษาคดีใหญ่ เธอกัดฟันมาตลอดสี่ปีเพื่อสืบหาความจริง คิดมาตลอดว่ามันเป็นฝีมือของมาเฟียท้องถิ่น แต่สิ่งที่ธันวาเพิ่งเอ่ยออกมา มันกำลังโยกคลอนรากฐานความเชื่อทั้งหมดในชีวิตของเธอ
"คุณพูดเรื่องอะไร... พ่อฉันตายเพราะอุบัติเหตุ!" เธอเถียง เสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ
"หลักฐานในแฟ้มที่เพิ่งถูกเผาไป... คือสิ่งที่คุณพยายามตามหาใช่ไหมล่ะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่มแต่เฉียบคม บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "รายงานการชันสูตรพลิกศพที่ถูกแก้ไข ผลตรวจสารพิษที่หายไปจากระบบ และรายชื่อผู้พิพากษาสามคนที่รับสินบนในคืนนั้น หนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีให้คุณอยู่ในตอนนี้ด้วยซ้ำ"
รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน ร่างกายเซถลาแต่ธันวาไวรัสคว้าข้อแขนของเธอไว้ได้ทัน แรงบีบที่กระชับมั่นคงถ่าย 100% ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทเนื้อดีเข้ามาถึงผิวเนื้อ แต่มันไม่อาจละลายความหนาเหน็บในใจของเธอได้เลย
"ปล่อยฉัน..." เธอพึมพำ สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของอดีคนรัก ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อใจที่สุด แต่ปัจจุบันกลายเป็นปริศนาที่อันตรายที่สุด "ทำไมคุณถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีนัก ธันวา? ความทรงจำของคุณ... ที่บอกว่าสูญเสียไปจากอุบัติเหตุครั้งนั้น มันเรื่องจริงหรือคุณแค่โกหกฉันเพื่อสืบหาอะไรบางอย่างกันแน่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ธันวานิ่งงันไป แววตาที่เคยนิ่งสงบฉายประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่ง—หรือบางทีเธออาจจะตาฝาดไปเอง—ก่อนที่เขาจะค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของเธออย่างช้าๆ
"ความทรงจำของผมอาจจะหายไปบางส่วน ริน..." ธันวาพูดเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ... และความตั้งใจที่จะปกป้องคุณจากเงาพวกนั้น ไม่เคยหายไปไหนเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว"
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างที่ปลอดภัย แต่สายตายังคงผูกติดอยู่กับเธอไม่วางตา "และถ้าคุณยังดึงดันจะสืบเรื่องนี้ต่อไป เอกสารชิ้นต่อไปที่จะถูกเผา... อาจจะไม่ใช่แค่กระดาษในตู้นิรภัย แต่อาจเป็นลมหายใจของคุณเอง"
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความจริงอันโหดร้ายของโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ ทว่า... ยิ่งเขาพยายามห้าม เปลวเพลิงแห่งความแค้นและความจริงที่สุมอยู่ในอกก็ยิ่งโหมกระพือแรงขึ้น
เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รวบรวมเศษ 100% ของความเยือกเย็นกลับคืนมา เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตาที่ท้าทายไม่แพ้กัน
"ถ้าลมหายใจของฉันคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อกระชากหน้ากากพวกมัน..." รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น "ฉันก็ยินดีจะให้มันเผาไหม้ไปพร้อมกับหลักฐานพวกนั้น... ดีกว่าจะก้มหัวให้พวกฆาตกรสวมสูทอย่างพวกคุณ"
ธันวาจ้องมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินความมุ่งมั่นที่เกินขีดจำกัดของหญิงสาวตรงหน้า ในแววตาของเขาฉายความระคนระหว่างความชื่นชมและความหวาดกลัวต่อการตัดสินใจของเธอ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมาอีก เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *'ติ๊ด'*
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบมันขึ้นมาเปิดดู ปลายนิ้วที่ถือเครื่องชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพพรีวิวข้อความล่าสุดจากเบอร์แปลกปลอม
มันไม่ใช่ข้อความขู่ฆ่า ไม่ใช่เอกสารราชการ...
แต่มันคือภาพถ่ายระยะใกล้ของนาฬิกาข้อมือเรือนเก่า—นาฬิกาข้อมือไขลานเรือนโปรดที่เธอเคยถอดใส่ไว้ให้ธันวาในคืนวันครบรอบเมื่อสี่ปีก่อน... คืนก่อนวันที่เขาจะสูญเสียความทรงจำและหายสาบสูญไป
และเหนือภาพนาฬิกานั้น มีข้อความสั้นๆ ส่งตรงมาว่า:
*"ถามเขาดูสิ... ว่ารอยแผลเป็นที่หัวใจของเขา เกิดจากกระสุนของใคร?"*
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกะทันหัน เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังช้าๆ
ธันวากำลังมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและมั่นคงมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของเขาเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติราวกับเสือร้ายที่กำลังถูกต้อนจนมุม และที่น่ากลัวที่สุดคือ... รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณใต้ราวนมซ้ายของเขา ที่ขยับไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่าตกใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของความจริงด้วยกันนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 30
ความจริงครึ่งใบ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!