เสียงปิดแฟ้มคดีดัง "ปัง" สนั่นห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกใส เคลือบไล้กรอบหน้าคมคายของธันวาที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ดวงตาคมกริบของอดีคนักสืบผู้สูญเสียความทรงจำบางส่วนคู่นั้น หรี่ลงเล็กน้อยยามจับจ้องร่างระหงของหญิงสาวเบื้องหน้า
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย "และถ้าคุณพลาด... เปลวไฟนั้นจะไม่เพียงแค่เผาตั๋วทนายของคุณ แต่มันจะมอดไหม้ทุกอย่างที่คุณพยายามปกป้องมาตลอดชีวิต"
รินรดาไม่สะท้าน เธอยังคงนั่งหลังตรงแน่วแน่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ปลายเรียวนิ้วประสานกันบนโต๊ะทำงานอย่างมั่นคง ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แววตาคู่คมที่มักฉายความเยือกเย็นและตรรกะอันไร้ช่องโหว่ บัดนี้กลับเจือด้วยประกายความดื้อรั้นที่แม้แต่ตัวเธอเองก็เกือบควบคุมไม่ได้
"อาชีพทนายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องความปลอดภัยของตัวเอง, ธันวา" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกทุกพยางค์ "แต่มันมีไว้เพื่อค้นหาความจริง... แม้ว่าความจริงนั้นจะราคาแพงจนต้องแลกด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของฉันก็ตามที"
ธันวาสบตาเธอนิ่งนาน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างคนทั้งสองยังคงรุนแรงและอันตรายไม่เปลี่ยน แม้ว่าพวกเขาจะยืนอยู่คนละฝั่งของเส้นแบ่งระหว่างกฎหมายและเกมมืดขององค์กรเถื่อนก็ตามที เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นแค่ไหนเมื่อปักใจเชื่ออะไรแล้ว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาทั้งหลงใหลและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
"คุณคิดว่าเอกสารชุดนั้นในมือคุณจะล้มอำนาจของพวกมันได้จริงหรือ?" ธันวาผละออกจากขอบหน้าต่าง เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชโนกตัวลงใช้มือสองข้างท้าวขอบโต๊ะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ อันคุ้นเคย "คุณกำลังเผชิญหน้ากับคนที่มีอำนาจเหนือกว่าตัวบทกฎหมาย ริน... พวกมันไม่ได้เล่นตามกติกายุติธรรมตั้งแต่แรกแล้ว"
"แต่ฉันมีสิ่งทีพวกมันไม่มี" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน "ฉันมี 'ความถูกต้อง'... และฉันก็พร้อมจะเอาอนาคตทั้งหมดของฉันเป็นเดิมพัน"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเศร้าสร้อยฉายวาบในดวงตาที่ปิดบังความลับมืดมนมาเนิ่นนาน เขายืดตัวตรงขึ้น ชําเลืองมองแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางโต๊ะ
"ความถูกต้องกินไม่ได้, รินรดา" เขากระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "และบางที... คนที่คุณไว้ใจที่สุด อาจจะเป็นคนแรกที่แทงข้างหลังคุณในห้องพิจารณาคดีพรุ่งนี้"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาทของหญิงสาว เธอรู้ดีว่าธันวาไม่ได้ขู่ ความกดดันจากสภาทนายความและอิทธิพลมืดที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางนี้กำลังบีบให้เธอต้องเลือก ทางเลือกมีเพียงสองทาง: ถอยหลังแล้วรักษาเกียรติยศในวิชาชีพไว้ หรือเดินหน้าต่อแล้วกระโจนเข้าสู่กองไฟโดยไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัย
รินรดาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมเศษ
เสี้ยวความมั่นสุดท้าย ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า
"พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า ศาลจะเปิดการไต่สวนนัดพิเศษ" เธอกล่าวเสียงเรียบ หยิบตราสัญลักษณ์ทนายความขึ้นมาวางทับบนแฟ้มเอกสาร "และฉันจะยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดี โดยมีชื่อของคุณ... เป็นพยานปากเอก"
ธันวาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำประกาศนั้น ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งชื่นชมในความกล้าบ้าบิ่น และหวาดหวั่นแทนชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ ทว่าในความเงียบนั้น แรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ถูกจุดชนวนขึ้นแล้ว และไม่มีใครสามารถหมุนเวลากลับไปได้อีก
ธันวากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขารู้ดีว่าการก้าวลงสนามครั้งนี้ของรินรดาจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล และเขาก็รู้ดีเช่นกันว่า... เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับคมดาบนั้นเพียงลำพังเด็ดขาด แม้ว่ามันจะต้องแลกกับการขุดคุ้ยความทรงจำสีดำมืดที่เขาพยายามลืมมาตลอดชีวิตก็ตาม
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—อย่างกระชั้นชิด ทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องลงทันที
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะเวลานี้สำนักงานควรจะปิดทำการแล้ว และไม่มีลูกความคนไหนนัดหมายไว้ล่วงหน้า ธันวาหันขวับไปมองที่บานประตูไม้สีเข้ม ดวงตาหรี่ลงด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัยที่ถูกปลุกเร้า
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากอนุญาต ลูกบิดประตูก็ดันเปิดผางออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งจมอยู่ใต้เงาสลัวของทางเดิน ทว่าสิ่งแรกที่ดึงดูดสายตารินรดาจนลมหายใจสะดุด คือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของชายคนนั้น ที่มุมซองประทับตราลับสุดยอดของอัยการสูงสุด—ตราสัญลักษณ์ที่เธอไม่ควรจะได้เห็นในคดีนี้ด้วยซ้ำ
"ขอโทษที่มารบกวนยามวิกาลครับ ทนายรินรดา..." ชายแปลกหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทไร้อารมณ์ "แต่ทางศาลเพิ่งมีคำสั่งด่วน... ระงับการทำหน้าที่ของคุณในคดีนี้มีผลทันทีครับ"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ "พยานปากเอก" เสมอมานะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 32
ความไว้วางใจที่เปราะบาง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!