คำสั่งศาลฉบับนั้นมีน้ำหนักราวกับแผ่นเหล็กกล้าที่กดทับลงบนหัวใจของรินรดา ทว่าบนใบหน้าของทนายสาวมือหนึ่งกลับปรากฏเพียงรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังความอลวนภายในห้องพิจารณาคดีมานับครั้งไม่ถ้วน
"คำสั่งด่วนยามวิกาล... ดูเหมือนศาลท่านจะงานชุกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีจากกรอบประตูที่เปิดกว้างรับลมหนาวระลอกสุดท้ายของคืนนั้น แสงไฟนีออนจากถนนเบื้องล่างสะท้อนผ่านเงาร่างสูงโปร่งของอดีคนรัก ทำให้รินรดายากจะคาดเดาว่าแววตาคู่นั้นกำลังซ่อนความรู้สึกใดไว้
รินรดากวาดสายตามองเอกสารราชการในมือ แผ่นกระดาษที่มีตราประทับนูนเด่นหรา ปรากฏชื่อของเธอในฐานะ "ผู้ถูกถอดถอน" จากคดีฆาตกรรมอำพรางที่กำลังสั่นสะเทือนวงการกฎหมาย มันคือคดีที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการแกะรอยหาความจริง แต่ในวินาทีที่กำลังจะแตะเส้นชัย กลับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากหางเสือออกอย่างไร้ความปรานี
"คุณรู้เรื่องคำสั่งนี้มาก่อน... ใช่ไหมครับ ธันวา" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสนธยาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนก มีเพียงประกายความคมกริบของนักล่าที่ถูกต้อนจนมุมชั่วคราว
"ผมเป็นแค่พยานปากเอกในคดีที่คุณพยายามทำลายน้ำหนักคำให้การ ทนายรินรดาครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเจือรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "แต่ถ้าผมเป็นคุณ... ผมคงไม่เสียเวลาตั้งคำถามกับอำนาจที่มองไม่เห็นในตอนนี้หรอกครับ สิ่งที่คุณควรสนใจ คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีพรุ่งนี้เช้าต่างหาก"
ก้าวเท้าอันมั่นคงของธันวาพาตัวเขาเข้ามาในห้องทำงานของเธออย่างไร้มารยาท รินรดายืนนิ่ง ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างพวกเขาสั้นลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยซบลงยามอ่อนล้าเมื่อครั้งอดีต บัดนี้กลับเจือกลิ่นอายของความอันตรายและปริศนาที่เธอไม่มีวันแกะออก
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ธันวา" เธอถาม เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าซ่อนแรงสั่นสะเทือนไว้ภายใน "คุณสูญเสียความทรงจำ หรือคุณแค่แสร้งทำเป็นจำไม่ได้ เพื่อปกป้องใครบางคน... หรือเพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดบาปที่เคยทำไว้กันแน่"
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป แต่มันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นอันไร้รอยต่อ
"ความทรงจำบางส่วนที่หายไป... อาจเป็นความเมตตาของพระเจ้าที่มอบให้ผม เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องจดจำรอยแผลเป็นที่เราสองคนร่วมกันสร้างขึ้นมา" ธันวาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงนั้นพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงจะขุดคุ้ยความจริงในแฟ้มคดีนั้นต่อไป... ริน... คุณอาจจะไม่ได้แค่เสียใบอนุญาตทนายความ แต่อาจจะสูญเสียลมหายใจไปด้วย"
เขากดน้ำหนักเสียงลงในคำสุดท้าย ก่อนจะผละตัวออกแล้ววางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม นอกจากการหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เสียงปิดประตูดังก้องกังวานในความเงียบงัน
รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ ณ จุดเดิม หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธและแรงท้าทาย เธอก้มมองแฟ้มเอกสารที่ธันวาทิ้งไว้ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามเปิดมันออก
ภายในนั้นไม่มีกระดาษคดีความใดๆ มีเพียงแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทตัวหนึ่ง และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา: *'หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้คุณตาสว่าง... หรือพังทลายลงไปพร้อมกับผม'*
รินรดาไม่รอช้า เธอนั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียบแฟลชไดรฟ์ปริศนาลงไปทันที ไฟล์วิดีโอเดี่ยวถูกเข้ารหัสไว้ แต่ด้วยทักษะและความคุ้นเคยกับระบบลับ เธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วพิมพ์รหัสผ่านชุดหนึ่งลงไป—รหัสวันที่พวกเขาสองคนเคยให้คำมั่นสัญญาต่อกันในวันที่โลกยังสดใส
หน้าจอคอมพิวเตอร์กระพริบสองครั้ง ก่อนจะปรากฏภาพเคลื่อนไหวของห้องลับแห่งหนึ่งในองค์กรใต้ดิน ภาพเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุฆาตกรรมปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าคำให้การใดๆ ในศาล และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นเอง ที่ทำให้ลมหายใจของทนายสาวสะดุดกึก ร่างกายเย็นเฉียบลงในทันที
เงาร่างของบุคคลที่ปรากฏในวิดีโอไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นตัวธันวาเอง กำลังถืออาวุธสังหารยืนอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณของผู้ตาย พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่เธอมิเคยได้เห็นจากชายผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเมื่อครู่
และก่อนที่วิดีโอนจะตัดจบลง ธันวาในจอกลับหันหน้าตรงมามองกล้องราวกับรู้ว่าเبغضกำลังมีคนแอบดูอยู่ เขากล่าวประโยคหนึ่งออกมาไร้เสียง ทว่าอ่านปากได้อย่างชัดเจน:
*"จับผมให้ได้สิครับ... ที่รัก"*
รินรดานิ่งงัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เกมพลิกผันในชั่วพริบตา หลักฐานที่เธอตามหาไม่ได้มีไว้เพื่อมัดตัวคนร้าย แต่เป็นกับดักที่ถูกขุดล่อให้เธอก้าวลงไปในหลุมพรางมรณะที่เขาเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะปิดหน้าจอด้วยความสั่นคลอน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอกหน้าต่างห้องทำงาน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินถึงสิบสองชั้น...
เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงบานกระจก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนม่านบังตา และเสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง ที่เยือกเย็นราวกับเสียงเคาะโลงศพ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งจิตวิทยานี้ด้วยกันนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 33
จุดเปลี่ยนของเกม
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!