กลิ่นอับชื้นของเอกสารเก่าและคราบหมึกพิมพ์บนกระดาษสำเนาแผ่นนั้น ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับชื่อที่ปรากฏอยู่ตรงมุมล่างขวา
รินรดากวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนแฟ้มคดีลับครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาออกแรงบีบสันแฟ้มจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบยามเที่ยงคืน มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าที่เรียบเฉยจนเย็นชา ทว่าดวงตากลับไหววูบด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดอย่างรุนแรง
"คุณกำลังเล่นกับไฟรินรดา" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ธันวาพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างกระจก มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งละลายเกือบหมด เขาสวมสูทสีเข้มที่คลายปมเนกไทออกเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงมายังเธอด้วยความระคนห่วงใยและเตือนสติ "คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการทุจริตยักยอกทรัพย์ธรรมดาอย่างที่คุณเข้าใจตั้งแต่แรก เส้นทางการเงินสามร้อยล้านนั่นไม่ได้ไหลเข้ากระเป๋าของนักการเมืองระดับท้องถิ่น... แต่มันถูกส่งต่อไปยังมูลนิธิเพื่อการกุศลที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ 'ท่านอรรถ' ชายผู้ที่แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องเกรงใจ"
รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้เสื้อสูทเข้ารูปดูสง่างามและเปราะบางในเวลาเดียวกัน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่มีสถานะทั้งอดีตคนรักและผู้กุมความลับอันดำมืด กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของธันวาโชยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค "ตั้งแต่ก่อนที่เราจะรับทำคดีนี้ หรือคุณจงใจลากฉันเข้ามาพัวพันกับเกมอำนาจของพวกมันตั้งแต่แรก"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า "คุณประเมินผมสูงเกินไป หรือไม่ก็ประเมินความฉลาดของตัวเองต่ำไปริน... ผมสูญเสียความทรงจำช่วงสามปีก่อนหน้านี้ไปก็จริง แต่สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดมันบอกผมว่า เอกสารที่คุณถืออยู่นั่นคือตั๋วเที่ยวเดียวสู่หลุมศพ"
เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระแทกเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน ความตึงเครียดทางวิชาชีพถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พวกเขารู้ดีว่าไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก
"ถอนตัวซะริน..." ธันวาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่จริงจังจนน่ากลัว "ปล่อยให้คดีนี้ปิดฉากลงแบบอุบัติเหตุ หรือการฆ่าตัวตายตามสำนวนของตำรวจ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณยังมีชีวิตอยู่มานั่งเถียงกับผมในห้องนี้ในวันพรุ่งนี้"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของทนายสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความอยุติธรรมฉายประกายกร้าว เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือไปแตะปกเสื้อสูทของเขา ปลายนิ้วสัมผัสกับแผงอกที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
"ถ้าฉันถอนตัว แล้วความจริงใครจะเป็นคนพูดล่ะธันวา?" เธอเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาท้าทาย "คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อฉัน... และคนที่ทำให้คุณกลายเป็นคนไร้ความทรงจำแบบนี้ ใช่ 'ท่านอรรถ' คนนั้นหรือเปล่า"
บรรยากาศในห้องหยุดชะงักลงทันที คำพูดของรินรดาราวกับมีดสั้นที่กรีดแทงเข้าไปกลางใจของธันวา สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นในพริบตา มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พรั่งพรู ทว่ายังคงระมัดระวังไม่ให้เธอเจ็บ
ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงกริ่งหน้าประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น... *ติ๊งหน่อง!*
ทั้งคู่ชะงัก รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ขณะที่ธันวาดึงตัวเธอกลับมาอยู่ด้านหลังตามสัญชาตญาณการปกป้อง พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้เบาะโซฟาขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของเธอ
ไม่มีเสียงเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น ประตูห้องถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่กรูเข้ามาในความมืด พร้อมอาวุธปืนเก็บเสียงในมือ
และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ธันวาก็กระชากเธอหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้หัวใจเธอดิ่งวูบลงสู่เหวลึก
"พวกมันรู้เร็วกว่าที่เราคิด... และเอกสารตัวจริงไม่ได้อยู่ในแฟ้มนั้น!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 14
หน้ากากของนักบุญ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!