กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของสำนักงานกฎหมาย แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเพียงครึ่งใบหน้าของธันวา เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าหนักหน่วง สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังร่างของหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง
รินรดาไม่1พูดอะไรสักคำ เธอปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นอาวุธ ในมือของเธอคือแฟ้มเอกสารคดีค้างเก่าที่รวบรวมรอยต่อของความลับอันสกปรกจากองค์กรที่ธันวาพยายามปกปิดมาตลอด ส้นสูงสีดำสนิทของเธอยังคงทิ้งร่องรอยความมั่น
มั่นคงไว้บนพื้นห้อง แต่ดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาแสงไฟกลับไหววับด้วยความโกรธปนความน้อยใจ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน ธันวาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด "และที่แย่กว่านั้น... คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองเข้าไปอยู่ในกองเพลิงที่ผมไม่มีวันดับมันให้คุณทัน"
"ถ้าไฟกองนี้มันจะเผาความจริงให้ปรากฏ ผมก็ยินดีจะยอมให้มันไหม้หมดทั้งตัวค่ะ—หมายถึง ผมยินดีครับ" รินรดาแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคยในอดีต เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ธันวา เอกสารชุดนี้ในมือฉันระบุชื่อบริษัทเชลล์คอมพานีที่คุณถือหุ้นอยู่สามสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุลอบสังหารพยาน คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง หรือจะบอกว่าความจำเสื่อมจนจำไม่ได้แม้กระทั่งลายเซ็นของตัวเองอีก?"
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่กำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอเคยคุ้นเคยและหลงใหลตีเข้าจมูกจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่รินรดากัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้ยืนหยัดนิ่ง ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว
เขายื่นมือมาแย่งแฟ้มเอกสารในมือเธอไปอย่างง่ายดาย รินรดาชะงักด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากท้วง ธันวาก็โยนแฟ้มนั้นลงไปในเครื่องทำลายเอกสารที่ตั้งอยู่มุมห้อง เสียงฟันเฟืองโลหะบดขยี้กระดาษดังครืดคราดบาดหู เศษกระดาษสีขาวค่อยๆ ปลิวร่วงหล่นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตา
"คุณทำบ้าอะไรลงไป!" รินรดาพุ่งตัวเข้าไปผลักอกเขาเต็มแรง ความเยือกเย็นที่สะสมมานานหลุดลุ่ยไม่เป็นท่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "นั่นคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะมัดตัวคนบงการ! คุณทำลายมันทำไม ธันวา! หรือว่า... หรือว่าคุณเองที่เป็นคนสั่งการตั้งแต่แรก!"
ธันวาไม่หลบตา ปล่อยให้เธอกำหมัดทุบตีลงบนอกเขาซ้ำๆ โดยไม่แม้แต่จะปัดป้อง ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แววตาของคนผิด หรือคนเย็นชา แต่เป็นสายตาที่เจ็บปวดและแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง
มือหนาเอื้อมไปควաբข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นตรึง รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องชะงักค้าง ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดขณะโน้มกระซิบข้างใบหู
"เพราะผมไม่อยากเห็นคุณต้องตายไง ริน..." เสียงของเขาพร่าเลือนแต่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าพวกมันเป็นแค่พวกนักธุรกิจสีเทาอย่างนั้นเหรอ? คนที่คุณกำลังขุดคุ้ยอยู่เบื้องหลังเขามีกองกำลัง มีอำนาจที่พร้อมจะทำให้ทนายความสาวอนาคตไกลหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย... หลักฐานที่คุณถืออยู่มันเป็นแค่เหยื่อล่อ พวกมันจงใจโยนให้คุณเจอ เพื่อลากคุณเข้ามาในเกมฆ่า"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะทางกฎหมายเริ่มสั่นคลอน "หมายความว่า... เอกสารนั่นคือกับดักเหรอ?"
"ใช่" ธันวาผ่อนแรงจับที่ข้อมือเธอลง แต่ยังคงกุมมือเธอไว้หลวมๆ นิ้วหัวแม่มือของเขาเผลอลูบไล้หลังมือเธอแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว "และคนที่เดินเข้ามาติดกับคนแรก ก็คือคุณ... ทนายสาวผู้ฉลาดเฉลียวแต่ดื้อรั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า แม้ปากจะบอกให้ถอย แต่แววตาของเขากลับสะท้อนความห่วงใยที่รุนแรงเกินกว่าจะปัดตก ความขัดแย้งในตัวตนของธันวาทำให้เธอยิ่งสับสน ระหว่างอดีตคนรักที่เธอไม่รู้ว่าควรเชื่อใจแค่ไหน กับสัญชาตญาณดิบที่บอกว่าเขากำลังปกป้องเธอด้วยชีวิต
"แล้วคุณล่ะ ธันวา..." รินรดาเค้นเสียงถาม แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ถ้าฉันถอยแล้วคุณจะทำยังไง? จะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนพระเอกลิเกงี่เง่าในละครพวกนั้นหรือไงคะ? เราเป็นพาร์ทเนอร์กันนะ"
"เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ริน" ธันวาดึงมือกลับราวกับถูกไฟลวก เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาปิดกั้นอีกครั้ง "คุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตของผม และผมไม่ต้องการให้ความดื้อรั้นของคุณมาเป็นภาระให้ผมต้องคอยพะวงหลัง... พรุ่งนี้เช้า เก็บกระเป๋าแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นซะ อย่ากลับมาที่นี่อีก"
คำพูดตัดเยื่อใยนั้นกรีดแทงหัวใจรินรดา เธอหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสมเพชตัวเอง ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้กล่าววาจาเชือดเฉือนใดๆ เพื่อโต้ตอบ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน
ร่างสูงโปรดักชันในชุดสูทสีเข้มของชายแปลกหน้าก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเขาไม่ได้ถือเอกสารคดี แต่เป็นแท็บเล็ตหน้าจอสีฟ้าที่สว่างวาบ แสดงภาพถ่ายสดจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพักของรินรดา ภาพนั้นปรากฏชายชุดดำสามคนกำลังยืนงัดประตูรั้วบ้านของเธออย่างอุกอาจ
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับท่าน" ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าขนลุก "แต่เกรงว่า... คุณธันวาจะเตือนช้าไปสักหน่อย ตอนนี้แขกไม่ได้รับเชิญคงจะไปถึงบ้านของคุณทนายรินรดาเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ธันวาหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวชายแปลกหน้าพร้อมกระชากคอเสื้อทันทีด้วยความเดือดดาล ขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมองเห็นภาพในจอแท็บเล็ตชัดเจน—และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแสงประกายไฟสีส้มวาบจากลำกล้องปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่เล็งตรงมายังกลางหน้าผากของธันวา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 15
คำลวงที่น่าฟัง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!