กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความชื้นจากฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อครู่ ลอยอวลอยู่ในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดของบ้านพักริมน้ำหลังนั้น มันไม่ใช่บรรยากาศที่ควรเกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งเพิ่งถูกระบุว่าเป็นจุดเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมอำพราง แต่นี่คือบ้านของธันวา... ผู้ชายที่มักทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดสลิงที่ขึงข้ามปากปล่องภูเขาไฟ
"คุณกำลังใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือต่อรองอีกแล้วนะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง ธันวายืนพิงกรอบหน้าต่างที่มองออกไปเห็นผิวน้ำระยิบระยับในยามค่ำคืน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับให้สันจมูกคมและเงาตกกระทบบนใบหน้าของเขาดูเยียบเย็นและลึกลับจนยากจะคาดเดา ในมือของชายหนุ่มมีแก้วกาแฟที่เย็นชืด ทว่าสายตาคมกริบกลับไม่ได้มองไปที่วิวทิวทัศน์ภายนอก เขากำลังจดจ้องทนายความสาวผู้เยือกเย็นที่สุดคนหนึ่งในวงการกฎหมาย ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าตู้หนังสือไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำบางเฉียบกำลังไล้ไปตามสันหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า ตรรกะในหัวของเธอกำลังประมวลผลทุกคำพูด ทุกร่องรอย และทุกความผิดปกติที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์ชายหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำ
"ความเงียบคือเครื่องมือของผู้บริสุทธิ์ หรือไม่ก็... ของคนที่กำลังซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ใต้พรมครับคุณธันวา" รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเชี่ยวกรากทางจิตวิทยาที่พร้อมจะพังทลายกำแพงของอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ
ธันวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย มันเป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเย้ยหยันและความโหยหา... ความซับซ้อนที่เธียรเกลียดชังที่สุดในตัวผู้ชายคนนี้
"คุณยังคงมองผมเป็นจำเลยในศาลเสมอ แม้กระทั่งตอนที่เรายืนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของผมก็ตามที" ธันวาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นสัมผัสเฉพาะตัว กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ที่เคยเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยของเธอในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายอันตรายของความลับที่ยังไม่ได้สะสาง "คุณคิดจริงๆ หรือว่า ผมจะเก็บกวาดกวาดล้างทุกอย่างไว้ใต้พรมแบบที่พวกนักการเมืองหรืออาชญากรในสำนวนคดีของคุณทำ?"
"คนเรามักซ่อนสิ่งที่เน่าเฟะที่สุดไว้ในมุมที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดเสมอค่ะ... และพรมผืนนั้นของคุณ" รินรดาปรายตามองไปยังพรมเปอร์เซียลวดลายวิจิตรที่ปูอยู่กลางห้อง "มันดูหนาเกินกว่าจะเป็นแค่เครื่องประดับพื้นบ้านธรรมดา"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์ระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครยอมหลบตาใคร รินรดายืนหยัดด้วยศักดิ์ศรีและอุดมการณ์ของทนายความผู้ยึดมั่นในความจริง ขณะที่ธันวากลับยืนหยัดด้วยความลับที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะยังค้นหาไม่พบ
"ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น..." ธันวาผายมือออกเชิงอนุญาต รอยยิ้มจางๆ ยังคงประดับบนเรียวปาก "เชิญพิสูจน์สิครับ ท่านทนายความผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในห้องพิจารณาคดี"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่เริ่มสั่นคลอนจากแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอันน่าประหลาดนี้ เธอทรตัวลงคุกเข่าลงบนพื้นเบื้องหน้าพรมผืนใหญ่ มือสวมถุงมือเอื้อมไปจับมุมพรมแล้วออกแรงดึงมันออกอย่างเด็ดเดี่ยว
ฝุ่นละอองที่สะสมมานานฟุ้งกระจายขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้แสงไฟสลัว รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส และวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกักค้างไว้ในลำคอ
พื้นไม้ปาร์เกต์ใต้พรมไม่ได้เรียบเนียนสนิทอย่างที่ควรจะเป็น มันมีรอยต่อของช่องเปิดลับที่ถูกอำพรางไว้อย่างแนบเนียน รอยแยกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าแฟ้มเอกสารหนาๆ ถูกซ่อนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความมืดมิดของใต้พื้นบ้าน
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองธันวาอย่างช้าๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความระแวงระวังขั้นสุด
"นี่คือสิ่งที่คุณซ่อนไว้สินะคะ..." น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบลงกว่าเดิม
ธันวาย่อตัวลงมาคุกเข่าข้างๆ เธอ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประหนึ่งต้องการจะค้นหาความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใน
"บางที... สิ่งที่คุณกำลังจะเปิดดู อาจจะไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปคดี" ธันวากระซิบเสียงพร่า แววตาของเขาไหววูบชั่วขณะราวกับมีความกลัวบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังความนิ่งสงบนั้น "แต่มันอาจจะทำลายความทรงจำทั้งหมดที่คุณเคยคิดว่ามันคือความจริง... เกี่ยวกับตัวผม และเกี่ยวกับเรา"
รินรดานิ่งงังไปชั่ววินาที มือที่สวมถุงมือหนังชะงักค้างอยู่เหนือรอยต่อของพื้นลับ ความลังเลก่อตัวขึ้นในใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของการทำงาน
แต่ในฐานะทนายความมืออาชีพ ความอยากรู้และความกระหายในความจริงมักมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปในร่องไม้แล้วออกแรงงัดมันขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว
เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ช่องลับเปิดออกเผยให้เห็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่นอนนิ่งสนิทอยู่ภายใน
มันไม่ใช่ปืน ไม่ใช่เงินสด และไม่ใช่เอกสารลับทางราชการ...
แต่มันคือ "สมุดบันทึกปกหนังสีดำ" ที่ชุ่มไปด้วยคราบสีน้ำตาลเข้มแห้งกรัง ซึ่งต่อให้ไม่ต้องใช้สารเคมีตรวจพิสูจน์ รินรดาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือคราบเลือดที่ผ่านกาลเวลามานานนับปี และที่มุมปกสมุด มีตราสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เธอตามล่าฝังอยู่เด่นชัด
รินรดารemoved มือออกจากสมุดราวกับโดนไฟลวก เธอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง หันขวับกลับไปมองหน้าธันวา
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาในตอนนี้ ได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านพัก พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกที่ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ราวกับสัญญาณเตือนภัยมรณะที่ถูกตั้งเวลาไว้พอดิบพอดี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 13
ความลับที่อยู่ใต้พรม
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!