กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารคดีเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายในยามวิกาล แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มอมเหลืองสาดส่องลงบนแฟ้มคดีหมายเลข 404 สันแฟ้มสีดำสนิทที่บันทึกเรื่องราวการตายอย่างมีเงื่อนไขของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองสะท้อนภาพตัวเองในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เส้นผมถูกรวบตึงอย่างไร้ที่ติเพื่อซ่อนความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ทว่าสายตากลับไม่ละไปจากเงาสะท้อนของใครอีกคน... ธันวา
ชายหนุ่มยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ค อีกข้างถือแก้วกาแฟอุ่นที่ส่งไอควันจางๆ ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้นจ้องมองเธอมาเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วไม่มีใครรู้ มันเป็นสายตาที่รินรดาอ่านไม่ออกมาตลอดหลายเดือน—กึ่งระแวดระวัง กึ่งเย้ยหยัน และในขณะเดียวกันก็มีความโหยหาบางอย่างที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงความเย็นชา
"คุณกำลังอ่านสำนวนคดี หรือกำลังพยายามหาทางฆ่าผมทางสายตากันแน่ครับ ริน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศระหว่างเขาทั้งสอง รินรดาไม่หันกลับไปทันที เธอปล่อยให้ความเงียบทำงานอีกสองวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ หันเผชิญหน้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"ถ้าฉันอยากจะฆ่าคุณจริงๆ ธันวา ฉันคงไม่ต้องเสียเวลาอ่านสำนวนหรอกครับ... แค่ปล่อยให้คุณเดินกลับเข้าไปในดงกระสุนขององค์กรที่คุณทรยศ ชีวิตคุณก็คงจบลงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วล่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง
ธันวายิ้มรับ คำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนแม้แต่น้อย เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เธอ ระยะห่างระหว่างอดีตคนรักที่ปัจจุบันกลายมาเป็น "คู่ปรับบนเส้นทางกฎหมาย" ถูกบีบให้แคบลงทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูกของรินรดา ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด
"ปากคอเราะร้ายขึ้นนะ ตั้งแต่คุณเริ่มทำคดีนี้... หรือเป็นเพราะว่าหลักฐานที่คุณถืออยู่ มันกำลังบอกความจริงที่คุณไม่อยากยอมรับกันแน่" ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคู่นั้นก้มลงมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบตึงของเธอ
"ความจริงอะไร? ว่าคุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังการปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน หรือความจริงที่ว่า... สมองที่เสื่อมความทรงจำของคุณ มันเป็นแค่ฉากละครที่คุณสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองกันแน่" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้ว่าภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างระหว่างเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่มุมกระดาษแผ่นบนสุดของสำนวนคดี แล้วค่อยๆ เลื่อนมันออกห่างจากเธอ ท่าทางที่ถือวิสาสะนั้นทำให้รินรดาขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะเอ่ยปากต่อว่า แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไป เมื่อธันวาใช้มืออีกข้างรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"ธันวา! คุณทำบ้าอะไร..." รินรดาอุทานเสียงเบา ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือเรียวเล็กยกขึ้นทาบอกแกร่งเพื่อดันตัวออก แต่แรงปะทะนั้นกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับวงแขนที่โอบกอดเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ผมแค่อยากพิสูจน์บางอย่าง..." เสียงกระซิบของเขาอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ รินรดารู้สึกได้ถึงอันตราย ไม่ใช่เพราะความรุนแรง แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ปลุกเร้าความรู้สึกดิบเถื่อนที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี "ความทรงจำของผมอาจจะหายไปครึ่งหนึ่ง ริน... แต่ร่างกายของผม มันยังจำความรู้สึกตอนที่อยู่ใกล้คุณได้ดีทุกตารางนิ้ว"
คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นมาพร้อมกับการกระทำที่ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ริมฝีปากอุ่นจัดของธันวาประทับลงบนซอกคอขาวระหงอย่างนุ่มนวลแต่หนักหน่วง ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงชั่วเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันระหว่างความโกรธ ความหวาดกลัว และแรงดึงดูดทางกายที่ไม่อาจปฏิเสธ มันเป็นรอยจูบที่ไม่ได้มีแค่ความโหยหา แต่มันคือการตั้งคำถาม... เป็นเกมจิตวิทยาที่เขากำลังเล่นงานเธอ เพื่อทดสอบว่าใต้เกราะป้องกันอันแข็งกร้าว ทนายสาวผู้ไร้พ่ายคนนี้ยังคงมีหัวใจที่เต้นรัวเพื่อเขาอยู่หรือไม่
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอรวบรวมสติที่เหลือทั้งหมด ยกมือขึ้นดันไหล่เขาเต็มแรงจนธันวาต้องยอมผถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ดวงตาคมคายคู่นั้นมองเธอด้วยแววตาระรื่นระไอ ปนความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." รินรดายกมือขึ้นสัมผัสรอยจูบบนลำคอที่ยังคงร้อนผ่าว พยายามบังคับน้ำเสียงให้กลับมามั่นคงที่สุด "อย่าคิดว่าลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะทำให้ฉันไขว้เขวจากคดีนี้ได้ ธันวา หลักฐานในมือฉันจะมัดตัวคุณแน่"
ธันวายิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองอยากจะซัดหมัดใส่สักทีให้หายหมั่นไส้ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"หลักฐานที่คุณถืออยู่ มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตผม... แต่รอยจูบเมื่อกี้ มันเปลี่ยนวิธีที่คุณมองผมไปตลอดกาลแล้วต่างหาก ริน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "ลองคิดดูให้ดีนะ ว่าคนที่คุณกำลังพยายามจะส่งเข้าคุก คือคนที่รู้จุดอ่อนทุกตารางนิ้วในร่างกายของคุณ..."
ก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดจังหวะ บรรยากาศตึงเครียดเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง
รินรดาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ ข้อความสั้นๆ จากหมายเลขไม่ปรากฏชื่อถูกส่งเข้ามา พร้อมกับภาพถ่ายไฟล์ลับที่แนบมาด้วย ภาพนั้นคือสำเนาเอกสารคำให้การของพยานลับในคดีหมายเลข 404... พยานที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน และชื่อที่ปรากฏอยู่ท้ายเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลายมือชื่อของ "ธันวา" ที่ถูกเซ็นด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งเพิ่งถูกอัปเดตเข้าระบบฐานข้อมูลกลางเมื่อสามนาทีที่แล้วนี่เอง!
รินรดาเงยหน้าขึ้นขวับเพื่อจะสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ทว่า... พื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้ากรอบประตูบานนั้นกลับว่างเปล่า ธันวาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก มีเพียงความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศ และเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟในความมืด...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 12
รอยจูบที่มาพร้อมความสงสัย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!