คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 7

ใครกันที่กุมบังเหียน

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงกระสุนเจาะทะะกระจกหน้ารถด้านหลังดังขึ้นพร้อมกับเศษแก้วที่แตกละเอียดกระจายราวกับหิมะสีคมกริบ รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองกระจกมองข้าง เธอกระชากพวงมาลัยหักศอกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตรอกแคบของย่านเมืองเก่าทันที แรงเหวี่ยงกระชากร่างของธันวาที่นั่งเบาะข้างคนขับให้พุ่งเข้าชนกับประตูรถอย่างแรง แต่เขากลับไม่ส่งเสียงร้องสักแอะ มือหนาของอดีตคนรักเอื้อมมากดไหล่เธอให้ต่ำลงโดยสัญชาตญาณ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองกระจกมองหลังอย่างรวดเร็ว "ขับตรงไปอีกสองร้อยเมตร แล้วหักขวาเข้าโกดังร้างหลังตลาดปลา" ธันวาออกคำสั่ง น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทยิ่งกว่าผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ แม้ว่าในเวลานี้ เลือดสีเข้มจะไหลซึมออกจากรอยแผลที่ต้นแขนซ้ายของเขาจากเหตุปะทะเมื่อช่วงบ่าย "คุณกำลังสั่งทนายความนะ ธันวา" รินรดาตอบสวนกลับ เสียงของเธอเย็นเยียบไม่แพ้กัน แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผม "และบอกฉันทีว่าไอ้กลุ่มคนที่ขับรถ SUV สีดำติดฟิล์มทึบบนทางด่วนเมื่อครู่ ไม่ใช่ผลงานจากอดีตสีเทาที่คุณบอกว่า 'ลืม' ไปหมดแล้ว" ไม่มีคำแก้ตัวจากปากของชายหนุ่ม มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตา—รอยยิ้มที่ทำให้รินรดานึกเจ็บแปลบในอกทุกครั้งที่ได้เห็น มันเป็นรอยยิ้มของคนที่รู้ดีว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เลือกที่จะไม่วิ่งหนี รถยนต์เก๋พุ่งทะยานเข้าสู่ตัวโกดังร้างฝุ่นตลบ รินรสดาดับเครื่องยนต์และปิดไฟหน้ารถทันที ความมืดมิดเข้าโอบล้อมคนทั้งสองในเสี้ยววินาที มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากหลังคารั่วกระทบพื้นซีเมนต์ ทั้งสองนั่งนิ่งเงียบราวกับรูปปั้นในความมืด แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ในโลกของกฎหมาย รินรดาคือนักสู้ผู้ใช้เอกสาร หลักฐาน และคำพูดเป็นอาวุธบนบัลลังก์ศาล เธอเชื่อมั่นในตรรกะและความถูกต้อง แต่ในเวลานี้ ตรรกะเหล่านั้นไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับกระสุนปืนจากกลุ่มคนที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากระสุนปืน... คือการที่เธอยังคงห่วงความปลอดภัยของชายผู้หญิงคนนี้มากกว่าชีวิตตัวเอง "พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับเป็น" ธันวาพูดขึ้นทำลายความเงียบ มือขวาของเขาเลื่อนไปปลดล็อกกล้องเก็บหน้ารถ ดึงเอา Micro SD Card ออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล่วราวกับสัญชาตญาณของสายลับ "และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่ตัวผม... แต่เป็นหลักฐานในแฟ้มคดีที่คุณถืออยู่ต่างหาก ริน" รินรดาหันขวับไปมองหน้าเขาในความมืด ดวงตาคู่คมของทนายสาวหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเคลือบแคลง "หมายความว่ายังไง? คดีทุจริตงบประมาณสร้างทางด่วนของบริษัท K-Group มันเชื่อมโยงกับองค์กรใต้ดินที่คุณเคยสังกัดอยู่ว่างั้นเถอะ?" "มากกว่าที่คุณคิด" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้เธอเล็กน้อย กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูก "คุณคิดว่าทำไมอัยการสูงสุดถึงถอนฟ้องคดีนั้นดะดาน? เพราะเบื้องหลังโต๊ะทำงานของอัยการคนนั้นมีคำสั่งจากคนที่คุณไว้ใจที่สุด... นายใหญ่แห่งองค์กรที่เรากำลังขุดคุ้ยอยู่" บรรยากาศในรถตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกลงไปในดวงตาของธันวา พยายามค้นหาความจริงหรือร่องรอยของการโกหก แต่นัยน์ตาคู่นั้นว่างเปล่าและลุ่มลึกเกินกว่าที่เธอจะอ่านออก—มันคือความว่างเปล่าแบบเดียวกับวันที่เขาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลแล้วจำชื่อเธอไม่ได้ "แล้วทำไมคุณถึงจำเรื่องนี้ได้?" รินรดากระซิบถาม ชิดริมฝีปากจนแทบจะติดกับแก้มของเขา "ไหนว่าความทรงจำของคุณหายไปไม่ใช่เหรอ ธันวา? หรือว่าเรื่องที่คุณความจำเสื่อม... เป็นแค่ละครฉากใหญ่ที่คุณกำกับขึ้นเพื่อหลอกใช้ฉันกันแน่?" คำถามนั้นคมกริบยิ่งกว่าปลายมีด ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยรักสุดหัวใจ—และยังคงรักอยู่ แม้สมองส่วนหนึ่งจะพยายามปฏิเสธมัน ความเงียบงันระหว่างทั้งสองยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "ถ้าผมกำลังเล่นละคร... ผมคงเลือกบทบาทที่ปลอดภัยกว่าการมานั่งอยู่ในรถกระสุนพรุนกับทนายความจอมดื้อรั้นอย่างคุณหรอกนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู น้ำเจือความระทบกระเทียบเล็กน้อยตามวิสัยทัศน์ของเขา "แต่ถ้าคุณไม่เชื่อใจผม... คุณก็หยิบปืนในช่องเก็บของหน้ารถขึ้นมา แล้วเป่าสมองผมทิ้งตอนนี้เลยสิครับ เราจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่กำลังกุมบังเหียนเกมนี้อยู่" รินรดานิ่งงด เธอไม่ได้ขยับหนี มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดช่องเก็บของหน้ารถช้าๆ เผยให้เห็นปืนพกสีดำสนิทที่วางนอนอยู่ข้างใน เธอหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของเหล็กเย็นเฉียบทำ1ให้สติสัมปชัญญะของเธอกลับมาคมชัด ปลายกระบอกปืนถูกยกขึ้นจ่อตรงหน้าอกของธันวาอย่างมั่นคง ไม่มีมือสั่นเทาแม้แต่น้อย "อย่าท้าทายฉัน ธันวา" เธอกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาสบประสานกับเขาตรงๆ "ฉันเป็นทนาย ฉันรู้ว่ากฎหมายลงโทษฆาตกรอย่างไร แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าการป้องกันตัวชอบด้วยกฎหมายคืออะไรเช่นกัน" ธันวายิ้มรับ ปราศจากความหวาดกลัว เขาเอื้อมมือข้างที่บาดเจ็บขึ้นมาสัมผัสปลายกระบอกปืนเบาๆ แล้วค่อยๆ ดันมันให้แนบชิดกับตำแหน่งหัวใจของตนเองยิ่งขึ้น อุณหภูมิจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อเหล็กเข้ามาสู่ปลายนิ้วของเธอ "ถ้าคุณยิง... ความจริงเรื่ององค์กรนั้นจะตายไปพร้อมกับผม" เขากระซิบ ย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "แต่ถ้าคุณเก็บกระสุนนั้นไว้ใช้กับคนที่กำลังจะพังประตูโกดังเข้ามาในอีกสาม... สอง..." *ปัง!* เสียงประตูด้านหลังโกดังถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่บุกเข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดส่องหาเป้าหมายในความมืด ธันวาไม่รอช้า เขาคว้ามือของรินรดากระชากให้เปิดประตูฝั่งคนขับลงไปพร้อมกัน ทั้งสองกลิ้งหลบหลังกองลังไม้เก่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่กระสุนปืนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุลังไม้จนเศษไม้กระจาย ในจังหวะที่หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ธันวาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเขาที่วางอยู่บนเบาะหลัง ซึ่งหน้าจอเพิ่งจะสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติ รินรดาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเขาโดยบังเอิญ และข้อความนั้นเองที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก—มันไม่ใช่ข้อความจากศัตรู แต่เป็นภาพถ่ายเอกสารลับชิ้นใหม่ล่าสุด... เอกสารรับรองการตายของ "ธันวา วงศ์สุริยะ" ที่ถูกลงนามอนุมัติเมื่อสามปีก่อน โดยทนายความผู้รับมอบอำนาจ... รินรดา ศตวรรษ ธันวาหันมามองเธอในความมืด รอยยิ้มเย้ยหยันจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความหมายลุ่มลึกที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะตีความ "ทีนี้... คุณพอจะตอบได้หรือยังครับ ริน..." เสียงกระسิบของเขาเย็นยะเยือกบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ว่าใครกันแน่... ที่เป็นคนวางแผนให้ผมต้องลืมทุกอย่าง?" --- โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยความระทึกใจนะครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%