เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นทางการและไร้ซึ่งความปรานีเมื่อครู่ ถูกกลบด้วยเสียงบานพับโลหะที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ทนายสาวรินรดากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แต่เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนบนบัลลังก์ศาล แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความหวาดระแวงว่าเอกสารลับบนโต๊ะจะถูกสายตาของใครบางคนกวาดผ่านไปก็ตาม
"ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะการทำงานอันเคร่งเครียดของทนายรินสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากกรอบประตู ธันวาในชุดสูทสีเข้มเปียกชื้นจากหยาดฝนด้านนอกก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้ซึ่งคำเชิญ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปยังผู้มาเยือนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่กลับจดจ้องมาที่รินรดาด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันเป็นสายตาของอดีตคนรักที่พยายามค้นหาความจริงหลังม่านหมอกแห่งความทรงจำที่หายไป และในขณะเดียวกันก็เป็นสายตาของศัตรูทางคดีที่พร้อมจะแทงข้างหลังได้ทุกเมื่อ
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอผ่อนลมหายใจออกช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"สำนักงานของดิฉันมีกฎระเบียบที่ชัดเจนเรื่องการนัดหมายครับคุณธันวา และการบุกรุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้... ก็ดูจะไม่ใช่วิสัยของคนที่อ้างว่าต้องการความยุติธรรมเท่าไหร่นะครับ" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ความยุติธรรม' เพื่อเสียดสีอดีตคนรักที่ตอนนี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คดีฉ้อโกงระดับชาติสั่นคลอน
ธันวาไม่สะทกสะท้านต่อคำเหน็บแนมนั้น เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นอายของความเย็นยะเยือกจากสายฝนภายนอกผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงลอยมาแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา มันเป็นเสน่ห์อันตรายที่เธอเคยหลงใหล และในขณะเดียวกันก็เป็นอาวุธร้ายที่เคยทำลายหัวใจเธอจนแหลกเหลวเมื่อหลายปีก่อน
"ความยุติธรรมเหรอครับ ริน..." ธันวาโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำกับขอบโต๊ะทำงาน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้ยินลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือความเหนื่อยล้า "คุณก็รู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่มีความยุติธรรมหรอกครับ มีแค่คนที่ถือไพ่เหนือกว่ากับคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... และตอนนี้ ผมกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างหลัง"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่สาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะกระชั้นชิด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนั่งนิ่งไม่ไหวติ่ง แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอจะเหลือเพียงแค่คืบเดียว สัมผัสทางจิตวิญญาณจากอดีตที่เคยผูกพันกำลังกรีดแทงความตั้งใจอันแน่วแน่ของเธอให้สั่นคลอน
"ถ้าคุณหมายถึงความลับในแฟ้มเอกสารนั้น..." รินรดาเหลือบสายตาไปยังลิ้นชักที่ซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญ "คุณก็ควรจะรู้ว่าผมไม่มีวันยอมให้มันตกไปอยู่ในมือขององค์กรที่คุณปกปิดไว้อย่างแน่นอนครับ"
ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะทะลุผ่านเกราะกำบังทางวิชาชีพทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้น
"คุณยังคงดื้อรั้นและยึดมั่นในอุดมคติเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับ รินดา" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย เจือความรำลึกความหลังที่ทำให้หัวใจของทนายสาวกระตุกวูบ "แต่คุณลืมไปแล้วหรือครับว่า... อุดมคติมันกินไม่ได้ และบางครั้งความจริงที่คุณพยายามไขว่คว้า มันอาจจะฆ่าคุณได้ง่ายกว่ากระสุนปืนเสียอีก"
"อย่างน้อยที่สุด ดิฉันก็ได้ตายในฐานะคนที่รักษาความสัตย์สุจริตครับ ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ด้วยการเป็นหุ่นเชิดของใครเหมือนคุณ ธันวา!" รินรดาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความโกรธและแรงปะทะทางอารมณ์ที่สะสมมานาน
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะวัดใจว่าใครจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอกำหมัดแน่นใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอไม่ให้ไหลรินออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้
ธันวาถอนหายใจยาวนาน เขาผละตัวออกจากโต๊ะ เดินไปที่หน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเงาของเขากับบรรยากาศยามค่ำคืนอันมืดมิด ท่าทีที่เปลี่ยนไปทำให้รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"คุณจำคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้เมื่อหี่ปีก่อนได้ไหมครับ ริน..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง "คืนที่เราสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่ยอมให้โลกใบนี้พรากเราออกจากกัน..."
รินรดาชะงัก คำพูดนั้นราวกับกุญแจที่ไขประตูห้องลับในใจที่เธอพยายามล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา ภาพอดีต ภาพความทรงจำอันหอมหวานและเจ็บปวดไหลทะลักเข้ามาในหัวจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก เธอยังจำความรู้สึกในคืนนั้นได้ดี คืนที่ธันวาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับรอยแผลเป็นบนร่างกายและร่องรอยการสูญเสียความทรงจำที่เขาพยายามปกปิดมันมาตลอด
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอีก ธันวา..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามควบคุมมันให้ราบเรียบที่สุด "ความทรงจำของคุณ... มันกลับมาแล้วใช่ไหมครับ"
ธันวาไม่ได้หันกลับมาทันที เขายืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ หันกลับเผชิญหน้ากับเธอ แววตาที่ว่างเปล่าในคราแรก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความจริงอันโหดร้ายที่ถูกเปิดเผยทีละน้อย
"มันไม่ได้กลับมาทั้งหมดหรอกครับ ริน..." ธันวาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีร่องรอยของการเย้ยหยัน มีเพียงความเปราะบางที่ผู้ชายระดับเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "แต่ทุกครั้งที่ผมมองหน้าคุณ... ความรู้สึกบางอย่างมันย้ำเตือนผมว่า ผมนี่แหละครับที่เป็นคนทำลายคุณด้วยมือของตัวเอง"
รินรดาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดในคืนที่ฝนพรำนี้กำลังบังคับให้ทั้งคู่ต้องเปิดใจในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างหลีกหนีมาตลอด มันไม่ใช่แค่เรื่องของคดีความในชั้นศาล แต่มันคือปมในอดีตที่ผูกมัดพวกเขาทั้งคู่ไว้ในวังวนแห่งความรักและความเกลียดชัง
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบาง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องหน้าซีดเผือดไม่ใช่ตัวเลขบนหน้าจอ หากแต่เป็นข้อความแจ้งเตือนที่เพิ่งเด้งขึ้นมาพร้อมกัน
*ภาพถ่ายวงจรปิดล่าสุดหน้าห้องทำงานของคุณ*
รินรดากวาดสายตาไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่งส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงวาบขึ้นมา พร้อมกับภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ที่แสดงให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดดำสามคนกำลังใช้เครื่องมือเจาะกลอนประตูห้องทำงานของเธอจากด้านนอก!
ธันวาหันขวับไปมองที่ประตูทันที ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบพุ่งตัวไปปิดไฟในห้องจนมืดสนิท ก่อนจะดึงรินรดาให้หมอบลงต่ำหลบมุมหลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ธันวากระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาแนบชิดจนลมหายใจรดรินที่ต้นคอ "และดูเหมือนว่า... เอกสารที่คุณซ่อนไว้ จะไม่ใช่แค่หลักฐานคดีฉ้อโกงธรรมดาเสียแล้วล่ะครับ"
เสียงกุญแจกระทบกันดังแกร๊กที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงโลหะบิดตัวด้วยแรงงัด และก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยถามอะไร ธันวาก็ควักวัตถุปราดเปรียวบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อสูท... มันคือปืนพกสั้นที่ถูกปลดเซฟพร้อมใช้งานอย่างเงียบเชียบที่สุด!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 6
คืนที่ฝนพรำและคำสารภาพ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!