เสียงกรอบแกรบของแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือของบุคคลปริศนาดังขึ้นราวกับเสียงฝบมีดที่กำลังกรีดผ่านความเงียบงัน รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างกายของเธอยังคงถูกตรึงไว้ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ขณะที่ดวงตาสีเข้มจ้องมองไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาในแสงสลัวของห้องทำงานยามวิกาล
แสงไฟสถานะสีแดงจากกล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่มุมห้องยังคงกะพริบถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันทำหน้าที่เสมือนนาฬิกาจับเวลาถอยหลังที่นับความตึงเครียดในอากาศให้เพิ่มสูงขึ้นทีละนิด
"ดึกป่านนี้แล้ว ทนายความมือหนึ่งแห่งสำนักงานกฎหมายลอว์เฟิร์มยังมานั่งตรวจสำนวนคดีฆาตกรรมอำพรางด้วยตัวเองอีกหรือครับ... ขยันขันแข็งเสียจริง"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ธันวาก้าวเท้าพ้นจากเงาความมืดเข้ามาสู่แสงไฟบนโต๊ะทำงาน ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มดูเนี้ยบไร้ที่ติเช่นเคย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่ความคุ้นเคยของใบหน้านั้น หากแต่เป็นแววตาคู่คมที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความลังเล... และแฟ้มเอกสารสีดำในมือเขา
รินรดาปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมออย่างรวดเร็ว เธอซ่อนมือที่เผลอกำเข้าหากันไว้ใต้ขอบโต๊ะ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิชาชีพที่เธอสวมใส่ไว้ราวกับเกราะเหล็ก
"คุณเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉันยามวิกาลโดยไม่มีการนัดหมาย แถมยังมีกุญแจสำรองที่แม้แต่แม่บ้านยังไม่มี... ดูเหมือนความทรงจำของคุณที่สูญเสียไป จะไม่ได้รวมถึงทักษะการงัดแงะหรือการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลนะครับ คุณธันวา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความกดดันที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและชวนให้รู้สึกระคายหู เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น วางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกะนีเสียงดังทึบ *ตุบ*
"การละเมิดสิทธิ์อาจจะเป็นความผิดทางแพ่งครับ ทนายริน... แต่การปกปิดหลักฐานในคดีอาญา มีโทษทางอาญาที่หนักหนากว่านั้นมาก คุณก็รู้ดี" ธันวาเอ่ยพล้อมกับใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนสันแฟ้มเอกสารสีดำ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อรื้อฟื้นอดีตที่เราต่างฝ่ายต่างพยายามลืม แต่ผมมาเพื่อเตือนสติคุณ... ว่าสิ่งที่คุณกำลังพยายามปกป้อง มันกำลังจะย้อนกลับมากลืนกินคุณเอง"
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองไปยังแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ สัญชาตญาณนักกฎหมายบอกเธอทันทีว่า เอกสารภายในนั้นคืออะไร มันคือสำนวนคดีฉบับจริงที่ถูกเก็บรักษาไว้ในชั้นความลับระดับสูง... สำนวนคดีที่เธอใช้เวลาทั้งสัปดาห์ในการทำลายร่องรอยและแก้ไขตัวเลขทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ลูกความของเธอพ้นผิด
แต่ธันวากลับหาพบมัน และที่สำคัญกว่านั้น... เขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าเธอในฐานะ "พยานปากเอก" ที่มีคำให้การผูกขาดชะตากรรมของคดีนี้ทั้งหมด
"คำให้การของคุณเมื่อช่วงบ่ายในห้องสอบสวน ระบุชัดเจนว่าคุณอยู่ในที่เกิดเหตุและเห็นผู้ต้องสงสัยวิ่งหนีออกไปทางระเบียบทางทิศเหนือตอนเที่ยงคืนตรง" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "แต่คุณธันวา... รายงานการตรวจพิสูจน์คราบเขม่าดินปืนและร่องรอยทางชีวภาพบนเสื้อผ้าของผู้ตาย ระบุชัดเจนว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นก่อนเที่ยงคืนอย่างน้อยสามชั่วโมง และในเวลาที่คุณอ้างว่าเห็นเหตุการณ์ ระบบคีย์การ์ดของตึกฝั่งตรงข้ามบันทึกภาพคุณกำลังก้าวขึ้นรถแท็กซี่ห่างออกไปสามกิโลเมตร"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และไฟสีแดงจากกล้องวงจรปิดที่ยังคงกะพริบสาดแสงวูบวาบกระทบใบหน้าของคนทั้งคู่
ธันวาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและอ่านยากเกินกว่าจะคาดเดา
"คุณกำลังบอกว่าผมโกหกในคำให้การอย่างนั้นหรือครับ ทนายรินรดา" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ "หรือคุณกำลังพยายามหาทางหักล้างความจริง เพื่อปกป้องใครบางคน... คนที่คุณเคยรู้จักดีเมื่อสามปีก่อน"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางใจของรินรดาอย่างแม่นยำ ราวกับลูกศรที่อาบยาพิษ เธอชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันก็ถูกควบคุมให้กลับมานิ่งสนิทได้อย่างรวดเร็ว
สามปีก่อน... ช่วงเวลาก่อนที่ธันวาจะประสบอุบัติเหตุและสูญเสียความทรงจำช่วงสำคัญไป ช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งคู่เคยยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องกับผลประโยชน์ขององค์กรเา
"ความทรงจำของคุณอาจจะเลอะเลือนจากอุบัติเหตุ แต่ตรรกะและหลักฐานทางกฎหมายไม่เคยโกหกใครนะครับ คุณธันวา" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงอำนาจและมาดของทนายความมืออาชีพกลับคืนมา "ถ้าคำให้การของคุณในสำนวนขัดแย้งกับนิติวิทยาศาสตร์ ฉันในฐานะทนายจำเลยย่อมมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของคุณในชั้นศาล และถึงตอนนั้น... ต่อให้คุณเคยเป็นใครในอดีต คุณก็จะเป็นเพียงพยานปากเอกที่ให้การเท็จต่อหน้าผู้พิพากษา"
ธันวาอมยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำให้รินรคารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ถ้าอย่างนั้น เรามาลองดูกันไหมครับ... ว่าระหว่างความทรงจำที่หายไปของผม กับความลับที่คุณกำลังเอาอนาคตทั้งชีวิตมาเดิมพัน สิ่งไหนจะพังทลายลงก่อนกัน"
ธันวาเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มเอกสารสีดำช้าๆ แผ่นกระดาษด้านในเผยให้เห็นภาพถ่ายหน้างานและเอกสารลับสุดยอดที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟของตำรวจไม่ใช่บนโต๊ะนี้ และก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากห้าม เอกสารแผ่นสุดท้ายที่หลุดร่วงลงมาบนโต๊ะก็ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงทันที
มันคือภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชีลับในต่างประเทศ... ระหว่างสำนักงานกฎหมายของเธอกับองค์กรที่ธันวาเคยเกี่ยวข้อง
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดสลัวของห้องทำงาน ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นของทนายสาวผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใคร... ยกเว้นชายคนนี้
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่เริ่มดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ใกล้ประตูห้องทำงานเข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นทางการ... และไร้ซึ่งความปรานี
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 5
กลิ่นอายความลวง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!