คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 22

ระยะห่างที่บีบคั้น

ผลงานโดย พยานปากเอก
แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน ไม่ได้ให้ความรู้สึกสว่างไสว แต่มันกลับให้ความหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าความมืด รินรดานิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ ดวงตาคู่คมจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอที่สว่างวาบ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นราวกับกลองศึกที่รัวเร่งอยู่ในทรวงอก แต่ภายนอกเธอกลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทนายความสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและตรรกะอันแม่นยำ กำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่หลบหนีมาตลอดชีวิต ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ชื่อที่เธอพยายามลบเลือนด้วยแฟ้มคดีและชั่วโมงทำงานอันบ้าคลั่ง *‘พยานปากเอก’* ไม่ใช่เพราะมันเป็นเพียงนามแฝงในคดีที่กำลังสั่นคลอนรากฐานกระบวนการยุติธรรม แต่เพราะน้ำเสียง ปลายทางของสัญญาณ และรหัสลับเฉพาะตัวที่เชื่อมโยงมาถึงอุปกรณ์เครื่องนี้ มันยืนยันตัวตนของบุคคลที่ควรจะกลายเป็นธุลีดินไปตั้งแต่เหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน ธันวา... อดีตคนรักที่สูญเสียความทรงจำ และตอนนี้กำลังเดินเกมอยู่ฝั่งตรงข้ามในฐานะหมากตัวสำคัญขององค์กรเถื่อน รินรดากลั้นหายใจ นิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยยาทาเล็บสีนู้ดเรียบหรูสั่นระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะควบคุมมันให้กลับมามั่นคง แล้วใช้นิ้วโป้งปัดหน้าจอเพื่อรับสาย แรงกดดันรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าน้ำเปล่าในแก้วบนโต๊ะทำงานกลับไร้ระลอกคลื่น สะท้อนความนิ่งงันที่เธอจงใจสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง ไม่มีเสียงพูดใดเล็ดลอดออกมาจากปลายสายทันที มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่แทรกผ่านคลื่นความถี่ดิจิทัล เสียงนั้น... เสียงที่เธอจดจำได้แม้ในยามหลับตา "ดึกป่านนี้แล้ว ทนายความมือหนึ่งแห่งปีศาจลีเกิลยังไม่อ่อนล้ากับการหาความจริงอีกหรือครับ" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นผ่านลำโพง มันเจือด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่เธอเดาไม่ออกว่าซ่อนเจตนาอันตรายใดไว้เบื้องหลัง ความคุ้นเคยและแปลกแยกผสมผสานกันอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างน่าประหลาด รินรดากลืนก้อนความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมาในลำคอลงไป เธอปรับโทนเสียงให้เรียบสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับกำลังเจรจากับคู่ความในห้องพิจารณาคดี "ฉันคงไม่ต้องถามหามารยาทในการโทรเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้หريكหหรอกนะคุณธันวา... อ้อ หรือฉันควรจะเรียกคุณว่า 'พยานปากเอก' ดีล่ะ" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน ซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้คำพูดที่คมกริบ "คุณส่งจดหมายขู่พวกนั้นมาเพื่ออะไร หรือการเล่นซ่อนหาในความมืดมันทำให้คุณรู้สึกเหนือกว่าคนที่กำลังวิ่งตามหาความจริงอย่างโง่เขลา?" ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่สะท้อนถึงความขบขันอันเย็นชา ธันวาเปลี่ยนอิริยาบถบางอย่าง เพราะเธอได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันผ่านสัญญาณโทรศัพท์ "คุณยังคงมองทุกอย่างเป็นเกมแพ้ชนะเสมอเลยสินะ ริน..." สรรพนามเก่าแก่ที่เขาเคยใช้เรียกเธอหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม มันช่างบาดลึกและทำลายกำแพงที่รินรดาก่อขึ้นอย่างยากลำบาก "แต่ความจริงไม่ได้มีไว้ให้ชนะครับ มันมีไว้ให้เปิดเผย... แม้ว่าความจริงนั้นจะแผดเผาคนทั้งห้องให้กลายเป็นจุลก็ตามที" "ความจริงที่คุณพูดถึง มันคือความจริงที่ถูกบิดเบือนด้วยความสูญเสียความทรงจำจอมปลอมของคุณ หรือเป็นความจริงที่องค์กรข้างหลังคุณบงการให้พูดกันแน่!" รินรดายกระชับโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ความเย็นชาที่เธอใช้ปกป้องหัวใจตัวเองกำลังถูกกัดกร่อนด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย "ถ้าผมบอกว่า... ผมจำทุกอย่างไม่ได้จริงๆ ล่ะครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างทั้งคู่ ชั่ววินาทีนั้น รินรดาเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้าต่าง เธอกำลังใช้เหตุผลและความเย็นชาเข้าสู้กับความรู้สึกที่พยายามดิ้นรนจะทะลักออกมา "คำโกหกที่ใช้บ่อยเกินไป มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสงสารหรอกนะธันวา มันทำให้คุณน่าสมเพช" เธอกัดฟันกรวด พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ "ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญที่จะพูด เชิญคุณวางสายไปได้เลย เพราะฉันไม่มีเวลามาเล่นละครตบตากับฆาตกรเงาอย่างคุณ" "เดี๋ยวก่อนครับ ริน" น้ำเสียงของธันวาเปลี่ยนไปเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้น ไม่มีร่องรอยของความหยอกเย้าอีกต่อไป "ก่อนที่คุณจะตัดสินใจปิดประตูใส่ผม... ลองเปิดลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานของคุณดูสิครับ สิ่งที่คุณตามหาตั้งแต่วันแรกที่รับคดีนี้ มันนอนรอคุณอยู่ตรงนั้นแล้ว" คำพูดนั้นทำให้รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ ลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานที่เธอออกแบบเอง มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้รหัสผ่าน! เธอลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มหันไปมองลิ้นชักไม้เนื้อแข็งที่อยู่เบื้องล่าง ความระแวงและความอยากรู้ตีรวนกันอย่างรุนแรง เธอไม่ได้วางใจคำพูดของเขา แต่สัญชาตญาณของนักกฎหมายและนักสืบเรียกร้องให้เธอต้องตรวจสอบ "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอีก..." เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด "ผมไม่ได้เล่นเกมครับ ริน" เสียงของธันวาผ่านเข้ามาในสายด้วยความนุ่มนวลที่ทรงพลัง "ผมแค่มอบหลักฐานที่จะทำให้คุณเข้าใจว่า... ทำไมในคืนนั้น ผมถึงเลือกที่จะหายตัวไปจากชีวิตคุณ" สัญญาณสายถูกตัด "ตู๊ด... ตู๊ด..." เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้นในความเงียบ ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กับความมืดและหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความเยือกเย็นที่เคยมีทั้งหมดกลับคืนมา ความเย็นชาที่เธอใช้ห่อหุ้มจิตใจถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อยด้วยแรงดึงดูดอันตรายจากชายผู้เป็นทั้งอดีตคนรักและศัตรูตัวฉกาจ รินรดาก้มตัวลงช้าๆ มือเรียวยืดยื่นไปสัมผัสกับกลไกซ่อนรูปที่ด้านใต้ของโต๊ะทำงาน เธอกดรหัสผ่านตัวเลขสี่หลักที่เชื่อมโยงกับวันที่พวกเขาเคยพบกันครั้งแรก เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับลิ้นชักลับที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างนิ่มนวล ภายในลิ้นชักนั้น... ไม่มีเอกสารทางกฎหมาย ไม่มีแฟ้มคดีฆาตกรรม หรือแม้แต่จดหมายขู่ มีเพียงแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทตัวหนึ่ง นอนนิ่งอยู่บนกล่องกำมะหยี่สีแดงเก่าๆ กล่องเดียวกับที่เธอเคยปฏิเสธแหวนขอแต่งงานของเขาในคืนก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย รินรดากลั้นหายใจ นิ้วมือยื่นไปหยิบแฟลชไดรฟ์นั้นขึ้นมาสัมผัส ความเย็นเฉียบของโลหะแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด ทันทีที่เธอยกมันขึ้นมา แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ จากแฟลชไดรฟ์ก็สว่างวาบขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ราวกับมันถูกตั้งโปรแกรมให้รอเวลานี้... เวลาที่เธอก้าวเข้ามาติดกับดักของเขา ไม่ใช่แค่แฟลชไดรฟ์ธรรมดา... แต่มันคืออุปกรณ์ถอดรหัสที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในของสำนักงานทนายความโดยตรง! หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เคยดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่ต้องกดเปิด โปรแกรมฐานข้อมูลลับที่เธอเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวถูกเปิดขึ้นแบบอัตโนมัติ ข้อความบนหน้าจอไม่ได้แสดงแฟ้มคดีที่เธอกำลังทำ แต่กลับรันไฟล์วิดีโอตัวหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา *ภาพในวิดีโอคือมุมกล้องวงจรปิดจากห้องทำงานของเธอเอง... แต่ไม่ใช่เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน และไม่ใช่เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน* มันคือภาพเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ วินาทีนี้! ภาพสะท้อนบนหน้าจอแสดงให้เห็นเงาของใครบางคนกำลังยืนอยู่หลังผ้าม่านทึบสีเข้มริมหน้าต่างห้องทำงาน ซึ่งควรจะเป็นห้องที่ล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน และเธออยู่คนเดียวมาตลอดทั้งคืน น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่จากลำโพงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่มันดังขึ้นมาจากความมืดหลังผ้าม่านห่างจากตัวเธอไม่ถึงสามก้าว "ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ริน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนและเฉียบคมนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%