คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 27

กำแพงที่กั้นระหว่างเรา

ผลงานโดย พยานปากเอก
ประโยคสั้นๆ บนหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรูยังคงเรืองแสงสีฟ้าสะท้อนกับม่านตาของรินรดา *‘ยินดีต้อนรับสู่หมากกระดานสุดท้าย... รินรดา’* ข้อความนั้นไม่ใช่แค่คำท้าทาย แต่มันคือประกาศิตจากเงาอดีตที่ตามหลอกหลอน เธอนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในสำนักงานทนายความส่วนตัว ยามวิกาลเช่นนี้มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ทว่าความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้วไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ หากแต่มันมาจากความจริงที่ว่า หมากกระดานนี้ไม่ได้มีไว้ให้เล่นเพื่อชนะ แต่มันมีไว้เพื่อทำลายล้าง เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้น—จังหวะหนักแน่นและมั่นคงที่เธอจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับใหล "ผมรู้ว่าคุณยังไม่นอน, ริน" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเล็ดลอดผ่านบานไม้โอหนาหนักเข้ามา ก่อนที่กลอนประตูจะถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่านที่เขาไม่เคยลืม ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ยับย่นเล็กน้อยก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของฝนยามค่ำคืนและบุหรี่ราคาแพงลอยปะปนกับอากาศเย็นเยียบ ธันวาปิดประตูลงเบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในเขาวงกต รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เธอเพียงแค่เลื่อนเอกสารสำนวนคดีฉบับล่าสุดปิดลงอย่างช้าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน "คุณล้ำเส้นเกินไปแล้ว, ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น และคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ "การส่งข้อความขู่เข็ญแบบนั้น... มันไม่ใช่สิ่งที่ 'ที่ปรึกษาทางกฎหมาย' ที่สะอาดบริสุทธิ์เขาทำกัน" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาถอดเสื้อสูทออกพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคมกราบจ้องมองผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งลมหายใจและโลกทั้งใบของเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "คำว่า 'สะอาดบริสุทธิ์' ดูจะเป็นคำชมที่หรูหราเกินไปสำหรับคนในวิชาชีพเรานะ, ริน" ธันวาเอ่ยขึ้น พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอ "โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังเอาชีวิตรอดบนกองเลือดของคนอื่นเพื่อรักษาความยุติธรรมจอมปลอมนั่น" รินรดาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกทำให้แก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นไหว ความโกรธที่สะสมมานานระเบิดออกมาทางแววตาที่วับวามราวกับเปลวเพลิงในเตาผิง "ความยุติธรรมจอมปลอมงั้นเหรอ?" เธอเค้นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเจ็บปวด "สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่คือการดึงความจริงขึ้นมาจากโคลนตม เพื่อให้เหยื่อพวกนั้นได้รับความสงบสุข! แต่อะไรที่คุณกำลังทำอยู่ล่ะ, ธันวา? คุณวิ่งเต้นอยู่กับองค์กรเถื่อนพวกนั้น ปิดบังหลักฐาน ทำลายพยาน และใช้ความจำที่สูญหายของคุณเป็นข้ออ้างในการเล่นเกมสกปรก!" "ผมไม่ได้ใช้มันเป็นข้ออ้าง!" ธันวาลุกขึ้นยืนตาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะจนแทบจะไร้ระยะห่าง แววตาของเขาฉายแววเจ็บปวดรวดร้าวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "ผมสูญเสียความทรงจำช่วงเวลานั้นไปจริงๆ ริน! คุณก็รู้ดีว่าผมจำอะไรไม่ได้เลยในช่วงสามปีก่อนที่เราจะเลิกกัน!" "ถ้าคุณจำไม่ได้ แล้วทำไมคุณถึงรู้ทุกย่างก้าวที่ฉันกำลังจะเดิน!" รินรดาตวาดกลับ เสียงของเธั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง "ทำไมทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้ตัวการใหญ่ เอกสารพวกนั้นถึงหายไป? ทำไมพยานปากสำคัญถึงเปลี่ยนคำให้การ? และทำไม... ทำไมคุณถึงต้องเข้ามาขวางทางฉันทุกครั้งที่ฉันกำลังจะเปิดโปงความจริง!" บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ไม่ใช่ความเสน่หาแบบอดีตคนรัก หากแต่เป็นแรงปะทะของอุดมการณ์สองขั้วที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงของเธอ เขารู้ดีว่าความดื้อรั้นคือเกราะป้องกันที่หนาที่สุดของรินรดา และเขาก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ต้องเป็นคนทำลายเกราะนั้นด้วยมือของเขาเอง "เพราะความจริงที่คุณกำลังไขว่คว้ามันไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คุณคิดไง, ริน!" ธันวาตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ระคนด้วยความห่วงใย "คุณคิดว่าคุณกำลังสู้กับบริษัทกฎหมายใหญ่โต หรือนักการเมืองฉ้อฉลแค่นั้นเหรอ? ตื่นซะทีเถอะ! องค์กรที่คุณกำลังขุดคุ้ยอยู่ มันมีรากฐานฝังลึกอยู่ในระบบตุลาการที่คุณศรัทธนักหนา! คนที่คุณไว้วางใจที่สุดต่างหากที่เป็นคนส่งคุณไปตาย!" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุด คำพูดของธันวาเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอก แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีในฐานะทนายความมือหนึ่งทำให้เธอปฏิเสธที่จะยอมจำนน "คุณโกหก..." เสียงของเธอบาดลึกและสั่นเทา "คุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าฉันชนะคดีนี้ อดีตสกปรกของคุณจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วย คุณกลัวที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณเคยทำลงไป!" "ถ้าผมกลัว ผมคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเตือนคุณหรอก, รินรดา" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว "ผมยอมให้คุณเกลียดผม ยอมให้คุณมองผมเป็นศัตรู ดีกว่าต้องเห็นคุณถูกฆ่าปิดปากเหมือนกับ... คนก่อนหน้านั้น" รินรดาส่ายหัวช้าๆ หยดน้ำใสคลอเบ้าตาคู่สวย แต่เธอไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาเด็ดขาด เธอยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่ประตูทางออก "ออกไปจากห้องของฉันซะ, ธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ "อย่ามาล้ำเส้นชีวิตฉันอีก และจำไว้... ในห้องพิจารณาคดีพรุ่งนี้ ฉันจะไม่ปรานีคุณในฐานะคู่ความฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด" ธันวายืนนิ่งมองเธอนานหลายวินาที ราวกับต้องการจดจำใบหน้านั้นให้ลึกซึ้งที่สุด ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความลับ "ตามใจคุณ, ริน" เขากล่าวสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหยิบเสื้อสูทแล้วก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบเชบ เสียงประตูปิดลงทิ้งให้รินรดาอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง หัวใจของเธอบีบรัดด้วยความเจ็บปวดและความสับสน เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักลับใต้โต๊ะเพื่อหยิบแฟ้มคดีเก่าขึ้นมาสงบสติอารมณ์ ทว่า... ทันทีที่ลิ้นชักถูกดึงออกจนสุด สายตาของเธอก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ภายในลิ้นชักที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาวางอยู่ พร้อมกับรอยนิ้วมือเปื้อนคราบหมึกสีแดงสดที่ยังไม่แห้งสนิท และที่น่ากลัวที่สุดคือ... โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอที่ปิดตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน กำลังสว่างวาบขึ้นพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาด รินรดากลั้นหายใจ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะกดรับสาย ทว่าเสียงที่ดังลอดออกมาจากปลายสายกลับไม่ใช่เสียงพูดคุยใดๆ หากแต่เป็นเสียงลมหายใจแผ่วเบา... และเสียงกระซิบที่เธอไม่มีวันลืม *"เลือกผิดข้าง... ตายสถานเดียวครับ, คุณทนาย"* กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%