คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้•ตอนที่ 35

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่หลุดออกมาจากลำคอของธันวาในความเงียบสลัวของห้องทำงาน มันไม่ได้เจือด้วยความขบขันแม้แต่น้อย หากแต่เป็นเสียงแห่งการยอมจำนนต่อเงาอดีตที่กัดกินตัวตนของเขามาเนิ่นนาน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายปากกาในมือของเธอสั่นระริกเพียงเล็กน้อย—แต่นั่นคือความเปราะบางเดียวที่เธอจะยอมให้มันหลุดรอดออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ทนายความสาวผู้ผดุงความเยือกเย็นไว้เสมอในห้องพิจารณาคดี บัดนี้กลับรู้สึกราวกับยืนอยู่บนปากเหวที่กำลังจะพังทลาย "คุณจำได้แล้วสินะ" น้ำเสียงของรินรดาแหบพร่าลงกว่าปกติ มันไม่ใช่คำถามเชิงสอบสวน แต่เป็นการสรุปผลลัพธ์จากรอยยิ้มเย็นเยียบที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า ธันวาเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยว่างเปล่าและเจือความสับสนมาตลอดหลายเดือน บัดนี้กลับคมกริบและลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซากเรืออับปางจมดิ่งอยู่เบื้องล่าง ความทรงจำที่ขาดหายไปจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายถูกกระชากกลับเข้าที่ด้วยความเจ็บปวดระรัวในขั้วหัวใจ ภาพทุกภาพ เสียงทุกเสียง และกลิ่นคาวเลือดในคืนนั้น... ไหลทะลักกลับมาจนหมดสิ้น "ความทรงจำไม่ใช่ของขวัญที่ดีเสมอไปหรอกนะ ริน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "บางครั้ง... การลืมมันไป อาจเป็นความเมตตาเดียวที่กฎหมายหรือพระเจ้ามอบให้คนบาปอย่างผม" "คุณไม่ใช่ฆาตกร ธันวา" รินรดาพยายามดึงเสียงของตัวเองให้กลับมามั่นคง เธอวางแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังทึบ เพื่อเรียกสติของตนเองกลับคืนมา "คืนนั้น... มันคือการป้องกันตัว คุณถูกบังคับให้เลือก" "ป้องกันตัวหรือครับ?" ธันวาทวนคำ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาโน้มตัวไปข้างหน้า แสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานสาดกระทบใบครึ่งซีกของเขา สร้างเงาดำทมิฬพาดผ่านดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดบาป "ริน... คุณเป็นทนาย คุณเก่งเรื่องการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้กลายเป็นความชอบธรรม แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง ความจริงทางกฎหมายกับความจริงทางจิตวิญญาณมันคนละเรื่องกัน" ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการกักเก็บอากาศบริสุทธิ์ครั้งสุดท้ายก่อนจะดำดิ่งลงสู่ห้วงนรกอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ในคืนฝนตกหนักเมื่อสองปีก่อนฉายชัดในหัว คืนนั้น... ในโกดังร้างริมท่าเรือที่กลิ่นสนิมและคาวเลือดคละคลุ้ง ธันวาในวัยที่ยังเต็มไปด้วยอุดมการณ์และความบ้าระห่ำ ต้องเผชิญหน้ากับชายผู้กุมความลับขององค์กรเถื่อน ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่ออยู่ที่ขมับของเขา ทางเลือกมีเพียงสองทาง—ฆ่า หรือถูกฆ่า และในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย นิ้วของเขาก็เหนี่ยวไก เสียงปืนที่ดังสนั่นในคืนนั้น ไม่ได้ปลิดชีพแค่มนุษย์คนหนึ่ง แต่มันได้สังหารตัวตนที่บริสุทธิ์ของธันวาไปตลอดกาล และนั่นคือเหตุผลที่จิตใต้สำตินของเขาเลือกที่จะ "ลบ" มันทิ้ง เพื่อให้เขาสามารถยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงที่เขารักได้อีกครั้ง... โดยไม่ต้องแบกรับกลิ่นอายของความตาย "คุณไม่ได้ฆ่าเขาเพราะความจำเป็น ธันวา" รินรดาก้าวเข้าไปประชิด เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวแต่เด็ดเดี่ยว "คุณฆ่าเขาเพราะถ้าคุณไม่ทำ รินจะตาย... คุณจำได้ไหม? วันนั้นเขากำลังจะยิงริน" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง ชั่วขณะนั้น บทสนทนาเชิงวิชาชีพและกำแพงแห่งสถานะทางสังคมได้พังทลายลง เหลือเพียงอดีตอันเจ็บปวดที่พวกเขาร่วมกันสร้างและเผชิญมาด้วยกัน ธันวาก้มมองหญิงสาวที่เขายังคงรักสุดหัวใจ แม้ว่ากาลเวลาและคดีความจะพยายามพรากพวกเขาออกจากกันแค่ไหนก็ตาม มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนของรินรดา ความอบอุ่นจากผิวสัมผัสตัดกับความหนาวเหน็บในใจของเขาอย่างสิ้นเชิง รินรดานิ่งงัน ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นซึมซับเข้าไปในความอ้างว้าง เธอยื่นมือขึ้นทาบกับมือของเขาที่แนบอยู่บนแก้มของเธอ "ผมจำได้... ทุกรายละเอียด ทุกหยาดน้ำตาของคุณ และทุกวินาทีที่ผมตัดสินใจยอมแปดเปื้อนเลือด เพื่อให้คุณยังมีชีวิตอยู่ต่อ" ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมคายคลอด้วยหยาดน้ำใสที่ถูกสะกดกลั้นไว้ "แต่ริน... การที่ผมจำได้ในวันนี้ หมายความว่า คนพวกนั้น... กำลังตามเราทันแล้ว" คำพูดนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริง ความหวานล้ำชั่วขณะถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกทันที หากธันวาจำได้ หมายความว่าความลับที่องค์กรพยายามกลบเกลื่อนมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย และเป้าหมายต่อไปไม่ใช่แค่เขา... แต่อาจรวมถึงเธอด้วย ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้นที่ด้านนอกห้องทำงาน ท่ามกลางความเงียบยามวิกาล เสียงนั้นดังก้องจนหัวใจของทั้งคู่กระตุกวูบ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ไม่ใช่เสียงเคาะของพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือเสียงของลูกความที่นัดหมายไว้ แต่มันคือจังหวะการเคาะสามครั้งเว้นช่วง—รหัสลับที่ใช้เฉพาะในหมู่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษขององค์กรเถื่อนที่ธันวาเคยพยายามหนีพ้น ธันวาชักสีหน้าเปลี่ยนไปในพริบตา เขารวบตัวรินรดาเข้ามาชิดร่าง ดันเธอไปหลบหลังเสาปูนบังสายตา พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากสายสะพายใต้เสื้อสูทอย่างไร้เสียง ประตูไม้บานหนาถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล เศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง ความมืดและแสงไฟสลัวไม่เป็นอุปสรรคต่อปืนที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และก่อนที่ไกปืนจะถูกเหนี่ยว เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกจากชายผู้ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้ายก็ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ธันวา นายท่านรอการกลับมาของแกอยู่" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันระทึกใจนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีรักลวงโลก: ทนายสาวกับอดีตคนรักที่จำไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%