"คุณวินครับ! ในที่สุดผมก็หาตัวท่านเจอ... ท่านประธานใหญ่ทางสำนักงานใหญ่สั่งด่วนที่สุด ให้มารับตัวท่านกลับไปประชุมวาระลับครับ!"
เสียงตะโกนแหบแห้งของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพงดังลั่นล็อบบี้โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ขัดจังหวะการสนทนาระหว่างวินกับรินรดาอย่างสิ้นเชิง บอดี้การ์ดในชุดสูทดำไม่ต่ำกว่าสิบคนวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบโซฟาหนังแท้ รัศมีความกดดันแผ่ซ่านจนแขกคนอื่นในโรงแรมต้องรีบเดินเลี่ยงหนี
รินรดา, คู่หมั้นสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับวินมาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นห้า ตาโตค้าง เธอหันขวับมามองหน้าวินสลับกับชายชุดสูทที่กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยความเคารพยำเกรง
"เดี๋ยว... ประชุมวาระลับอะไรของคุณครับ?" วินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าของชายหนุ่มผู้มีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญยังคงนิ่งสนิท มือเรียวยาวกำลังคีบเมล็ดทานตะวันเคี้ยวอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเป็นแค่พนักงานส่งพิซซ่าหน้าปากซอย "ผมกำลังจะพาคู่หมั้นไปกินบุฟเฟต์หัวละสามร้อยเก้าสิบ... ถ้าจะให้ไปประชุม ขอค่าเสียเวลาสักส็บบาทก่อนสิครับ"
ชายชุดสูทเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่ประสานกันสั่นเทา "ส... สิบบาท? ท่านประธานครับ งบประมาณของวาระลับนี้คือสามหมื่นล้าน... สามหมื่นล้านบาทถ้วนครับ! รถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม เจ็ดคันรออยู่ด้านนอกแล้วครับ!"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองของเธอประมวลผลไม่ทัน สามหมื่นล้าน? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! เธอกระชากแขนเสื้อวินทันที สายตาเต็มไปด้วยคำถามและความตื่นตระหนก "วิน! นี่มันอะไรกัน? นายไปเอาเงิน... เอ๊ย นายไปพัวพันกับพวกมาเฟียที่ไหนเนี่ย!"
วินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาวางเมล็ดทานตะวันลงบนจาน ชำเลืองมองคู่หมั้นสาวด้วยแววตากวนประสาทตามสไตล์ "ผมบอกคุณแล้วริน... ว่าผมถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งติดกันเจ็ดงวด แถมยังเก็บกระเป๋าเงินของมหาเศรษฐีได้ตอนไปเดินตลาดนัด แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อผมเลยนี่ครับ"
"โกหกหน้าตาย!" รินรดาแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่หัวใจเธอกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อหันไปเห็นป้ายชื่อทองคำฝังเพชรที่ปกเสื้อของชายชุดสูท นั่นมันตราสัญลักษณ์ของ "โกลบอล คอร์ปอเรชั่น" กลุ่มทุนอันดับหนึ่งของโลกที่แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องก้มหัวให้!
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของวินก็ดังขึ้น... *ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงข้อความธรรมดา แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่ผูกติดกับชีวิตเขามานานนับเดือน หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบพร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยที่ไม่มีใครอื่นมองเห็น
**[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความพยายามในการใช้ทรัพยากรระดับมหาศาล (มูลค่าเกินพิกัด) เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ!]**
**[ภารกิจพิเศษฉุกเฉินระดับ 'นรกเรียกพี่': เนื่องจากท่านมีพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือยและกวนประสาทเกินขีดจำกัด ระบบจึงขอท้าทายท่านด้วยบททดสอบความอดทน]**
**[เงื่อนไข: "ห้ามใช้เงินเกินวันละ 10 บาท เป็นเวลา 24 ชั่วโมงเต็ม นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!"]**
**[บทลงโทษหากฝ่าฝืน: ความรวยทั้งหมด, ทรัพย์สิน, หุ้น, และสิทธิ์ในเครือโกลบอล คอร์ปอเรชั่น จะถูกริบกลับคืนสู่ระบบทันที และท่านจะกลับไปเป็นพนักงานต๊อกต๋อยเงินเดือนหมื่นห้า พร้อมหนี้สินรุงรังเช่นเดิม!]**
วินอ่านข้อความนั้นแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววท้าทาย สามหมื่นล้านเหรอ? รถโรลส์-รอยซ์เจ็ดคันเหรอ? โทษทีนะ... ตอนนี้ในกระเป๋าเสื้อของเขามีเหรียญสิบบาทอยู่เหรียญเดียวเท่านั้น!
"คุณวินครับ? เชิญท่านขึ้นรถเถอะครับ ท่านประธานรอน..." ชายชุดสูทยังพูดไม่ทันจบประโยค วินก็ยกมือขึ้นห้าม
"หยุดก่อนครับ..." วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มกวนประสาทปรากฏอยู่ "ผมคงไปประชุมกับพวกคุณไม่ได้หรอกครับ... เพราะตอนนี้ ผมเป็น 'คนจน' ขัดตาทัพชั่วคราว"
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เดินเข้ามาประชิดตัววินแล้วเอาม៉ืออังหน้าผาก "วิน... นายไข้ขึ้นเหรอ? หรือโดนใครตีหัวมา? คนจนอะไรขับรถซูเปอร์คาร์มาจอดหน้าโรงแรม? นายจะเล่นมุกอะไรอีกเนี่ย!"
วินไม่ตอบ เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเกงยีนส์ ควานหาเศษเหรียญอยู่นานสองนาน จนกระทั่งหยิบเหรียญสิบบาทสีเงินเงางามออกมาโชว์หราต่อหน้ารินรดาและเหล่าบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต
"นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมสามารถใช้ได้ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าครับ" วินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าผมใช้เงินเกินสิบบาทนี้แม้แต่สลึงเดียว... พวกคุณเตรียมตัวเห็นผมนั่งกินมาม่าซองดิบๆ ไปตลอดชีวิตได้เลย"
ชายชุดสูทและบอดี้การ์ดทั้งสิบคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง สมองของพวกเขาลัดวงจรไปชั่วขณะ มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของทวีป กำลังยืนถือเหรียญสิบบาททำหน้าเคร่งเครียดเหมือนคนตกงานเนี่ยนะ? นี่มันเรื่องตลกอะไรกันวะเนี่ย!
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้า เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายขั้นสุด "ให้ตายเถอะวิน! นายนี่มัน... หาเรื่องปวดหัวได้ตลอดเวลาจริงๆ ถ้านายอยากเล่นบทคนจนนักล่ะก็ เชิญเล่นคนเดียวไปเลยนะ! ฉันจะไปกินบุฟเฟต์หัวละสามร้อยเก้าสิบด้วยเงินเดือนของฉันเอง!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าพรืดเดินหนีมุ่งตรงไปยังลิฟต์แก้วทันที โดยไม่สนว่าเบื้องหลังจะมีขบวนรถหรูและบอดี้การ์ดนับสิบกำลังยืนคุกเข่ารออยู่
วินมองตามแผ่นหลังบางของคู่หมั้นสาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาเก็บเหรียญสิบบาทใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือเพชรเม็ดงามมูลค่าร้อยล้าน ก่อนจะหันไปมองหน้าหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยังคงคุกเข่าเหงื่อตกอยู่
"พวกคุณกลับไปก่อนเถอะครับ..." วินโบกมือไล่เบาๆ "ไว้วันพรุ่งนี้... ถ้าผมรอดพ้นจากกฎบ้าๆ นี่ได้ ผมค่อยไปประชุมด้วยก็แล้วกัน"
"แต่ว่าท่านประธานครับ..."
"ไม่มีแต่ครับ! จำไว้ว่า... ตอนนี้ผมมีงบแค่สิบบาท ห้ามเสนออะไรที่ต้องใช้เงินเด็ดขาด!" วินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวเดินเร็วๆ ตามรินรดาไปที่ลิฟต์แก้ว ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ในล็อบบี้ที่มองตามด้วยความงุนงงระคนทึ่ง
ลิฟต์แก้วเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างเงียบเชียบ ภายในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีเพียงรินรดากับวินยืนอยู่สองต่อสองบรรยากาศอึมครึมเล็กน้อย รินรดายืนกอดอกหันหน้าหนีไปทางกระจกใส มองวิวเมืองเบื้องล่างที่ไม่ยอมปริปากพูดด้วยความงอน
วินเหลือบมองคนข้างกาย แอบอมยิ้มในความน่ารักดื้อรั้นของเธอ เขารู้ดีว่าต่อให้เขายากจนหรือรวยล้นฟ้า ผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงยืนเคียงข้างเขาเสมอ... แต่วันนี้แหละ คือบททดสอบที่แท้จริง ว่าเขาจะรักษาความรวยนี้ไว้ได้หรือไม่ท่ามกลางภารกิจสุดป่วนของระบบ!
ในจังหวะที่ลิฟต์กำลังจะถึงชั้นเป้าหมาย หน้าจอมือถือในกระเป๋าของวินก็สั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างแรง... *บรื้น!*
**[ระบบตรวจพบการเคลื่อนไหว: ภารกิจ 'ห้ามใช้เงินเกิน 10 บาท' เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว!]**
**[และเพื่อความท้าทายที่สมน้ำสมเนื้อ... ระบบได้ทำการล็อคบัญชีธนาคาร, บัตรเครดิตทุกใบ, และโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่ 'โหมดจำศีล' ชั่วคราว!]**
**[ยอดเงินในบัญชีปัจจุบันของคุณทั่วโลก: 0.00 บาท]**
วินเบิกตากว้าง รอยยิ้มกวนประสาทแข็งค้างบนใบหน้าทันที เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือดังขึ้นพร้อมกันสามสิบบัญชีรวด...
*“บัญชีของคุณถูกอายัด... ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้”*
รินรดาหันกลับมามองเขาด้วยหางตาเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของวิน "เป็นอะไรไปอีกคนรวย? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่า... ลืมพกเงินสดมาจ่ายค่าบุฟเฟต์?"
วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ ควักเหรียญสิบบาทเจ้าปัญหาออกมาจากกระเป๋าอีกครั้ง มองมันสลับกับหน้าจอมือถือที่แสดงยอดเงินศูนย์บาทถ้วน รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเป็นครั้งแรก
"เอ่อ... รินครับ..." วินหัวเราะแห้งๆ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่ขมับ "ถ้าผมบอกว่า... ตอนนี้ผมไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าบุฟเฟต์หัวละสามร้อยเก้าสิบ... แล้วเราต้องกินแกลบแทนจริงๆ คุณจะยังรักผมอยู่ไหมครับ?"
รินรดาหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด ทันใดนั้น ประตูลิฟต์แก้วก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายร่างอ้วนท้วนแต่งตัวหรูหราเดินเข้ามาดักรออยู่ด้านนอก พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอวบอั่น—นั่นคือ "เสี่ยช้าง" อดีตเจ้านายเก่าผู้เคยไล่วินออกจากงานอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายเดือนก่อน!
"อ้าว! ไอ้วิน! พนักงานไส้แห้งไม่ใช่เหรอนั่น? มาเดินลอยชายอะไรแถวโรงแรมหรูวะเนี่ย หรือว่าเก็บขวดขายแล้วได้เงินมาเที่ยว?" เสี่ยช้างหัวเราะลั่นอย่างสะใจ พร้อมกับชูบัตรทองในมือขึ้น "โทษทีนะ พอดีวันนี้ฉันเหมาห้องอาหารทั้งชั้น ฉลองตำแหน่งใหม่... แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบหรอกไอ้หนุ่ม!"
วินหรี่ตามองเสี่ยช้างที่กำลังเดินเข้ามาหาเรื่องด้วยท่าทางเหนือกว่า รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปกับตา แววตาคมกริบฉายประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
ในมือขวาของวิน... มีเหรียญสิบบาทอยู่หนึ่งเหรียญ
ในกระเป๋าของเสี่ยช้าง... มีความฉิบหายรออยู่เต็มพิกัด
"เสี่ยครับ..." วinเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนสยิว "สนใจเดิมพันอะไรสนุกๆ กับคนจนอย่างผมสักตาไหมล่ะครับ?"
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความกวนประสาทของวินและรินรดานะครับ!)*
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 18
ระบบเริ่มกวนประสาท
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!