“เก้าล้านห้าแสนบาทถ้วน... รูดผ่านหรือไม่ผ่าน รบกวนช่วยประกาศให้โลกรู้หน่อยเถอะครับ คุณพิม”
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ พิมยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินอ่อน ร่างกายสั่นเทาจากความหวาดกลัวและแรงอัดอั้นตันใจจนใบหน้าที่เคยเชิดสูงบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ บัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายมังกรทองคำฝังเพชรในมือของเธอไม่ใช่บัตรปลอมอย่างที่เธอสบประมาทไว้ มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจทางการเงินที่แม้แต่ประธานกรรมการบริษัทที่เธอสังกัดยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง
รินรดายืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก ความอึดอัดที่เธอต้องอดทนอดกลั้นมาตลอดหลายปีในการถูกเหยียดหยามจากสังคมไฮโซจอมปลอมแห่งนี้ มลายหายไปสิ้นในพริบตา เธอเหลือบมองวินชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทที่ยืนเอามิวกุมกระเป๋าเสื้อกางเกงด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่าเงินเก้าล้านห้าแสนบาทที่เพิ่งจ่ายไปนั้นเป็นเพียงเศษเหรียญบาทที่ทำตกหายข้างทาง
“เป็นไปไม่ได้...” พิมพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่แสดงสถานะ ‘อนุมัติการทำรายการ’ เด่นหรี่แสงสีเขียวสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองขาวโพลนคิดหาคำแก้ตัวไม่ทัน ท่ามกลางสายตาของพนักงานร้านและแขกผู้มีเกียรติคนอื่นๆ ที่เริ่มกระซิบกระซาบและมองมาที่เธอด้วยสายตาเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยชื่นชม กล成为ความสมเพชเวทนา
วินถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเบื่อหน่าย เขายื่นมือออกไปเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ สองครั้งเพื่อดึงสติของหญิงสาวผู้กำลังจะสติแตก
“ในเมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว รบกวนช่วยทอนเงินส่วนที่เหลือให้ผมด้วยนะครับ” วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงความกวนประสาทไว้อย่างเต็มเปี่ยม “ยอดรวมคือเก้าล้านห้าแสน แต่ผมยื่นบัตรให้คุณรูดวงเงินเผื่อไว้ที่สิบล้านถ้วน... ดังนั้น คุณต้องทอนเงินให้ผมห้าแสนบาทครับ”
พิมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘เงินทอน’ ห้าแสนบาทในสถานการณ์นี้มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยสักนิด เธอกำบัตรเครดิตในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพรน “นะ... เงินทอนอะไรกัน ฉันจะไปหาเงินสดห้าแสนมาจากไหนล่ะ!”
“อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับคุณพิม” วินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตกอกตกใจ “ร้านระดับไฮ엔ด์ เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาเหยียบสิบล้าน แต่ไม่มีเงินสดสำรองไว้ทอนลูกค้าเลยอย่างนั้นหรือครับ? แย่จังเลยนะครับแบบนี้ หรือว่า... ร้านนี้ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจะหาเงินห้าแสนมาทอนผมกันแน่?”
คำพูดของวินเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าปลายคางของพิมและผู้จัดการร้านที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาสมทบ ผู้จัดการร้านหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รีบโค้งคำนับขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ด้วยความกลัวว่าความซวยจะมาเยือน เนื่องจากลูกค้ารายนี้ถือบัตรระดับ Black Diamond ที่ทางธนาคารกลางการันตีว่ามีอภิสิทธิ์เหนือระดับผู้บริหารระดับสูงเสียอีก
“คะ... คุณลูกค้าครับ ทางเราต้องกราบขออภัยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดเงินสดสำรองในร้านตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะทอนห้าแสนบาทในทันทีครับ ทางเราขออนุญาตโอนคืนเข้าบัญชี...” ผู้จัดการร้านละล่ำละลักอธิบายด้วยความหวาดกลัว
“ผมไม่รับการโอนครับ” วินโบกมือปฏิเสธทันควัน ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มยียวน “ผมเป็นคนโบราณครับ ชอบการซื้อขายที่สะดวกรวดเร็วและจับต้องได้ เงินสดคือความจริงแท้ที่สุด... ในเมื่อพวกคุณไม่มีเงินสดห้าแสนบาทมาทอนผม งั้นก็ไม่เป็นไรครับ ผมอนุญาตให้ใช้สิ่งอื่นแทนได้”
รินรดาลอบยิ้มกว้างขึ้น เธอเริ่มเดาทางความคิดประหลาดๆ ของชายหนุ่มผู้นี้ออกแล้ว และเธอก็รู้ดีว่าหลังจากนี้ความบันเทิงระดับพรีเมียมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
วินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาที่ดูธรรมดาๆ แต่ทว่า... ทันทีที่เขาดึงมือออกมา สิ่งที่วางลงบนกระจกเคาน์เตอร์ต่อหน้าพิมและผู้จัดการร้านกลับทำให้ทุกคนในรัศมีสบรอบบริเวณต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าไปทำรัง
ตุบ!
เสียงวัตถุหนักอึ้งกระทบกับกระจกเคาน์เตอร์จนเกิดเสียงดังสนั่น มันไม่ใช่ธนบัตร ไม่ใช่เช็คเงินสด แต่เป็น ‘ทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99%’ ขนาดหนึ่งกิโลเมตร สลักลายตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลธนาคารระดับโลก ประกายสีทองอร่ามสุกสกาวสะท้อนแสงไฟในร้านจนแสบตา และตามมาด้วยก้อนที่สอง และก้อนที่สาม... รวมทั้งหมดครึ่งโหล วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าพิมราวกับเป็นก้อนอิฐก่อสร้างข้างถนน!
บรรยากาศภายในร้านตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ว่าแม้แต่เข็มสักเล่มตกพื้นก็คงได้ยินเสียง พิมดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ร่างกายสั่นระริกยิ่งกว่าเดิม ทองคำแท่งน้ำหนักรวมกันขนาดนี้ มีมูลค่าทะลุหลักล้านบาทไปไกลโขแล้ว นี่เขาพกทองคำแท่งบริสุทธิ์ติดตัวไว้ในกระเป๋าเสื้อเหมือนพลูกกวาดอย่างนั้นหรือ?!
“พอดีผมขี้เกียจรอโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันน่ะครับ มันเสียเวลาชีวิตอันมีค่าของผม” วินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ พร้อมกับใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนทองคำแท่งแท่งบนสุด “เอาทองพวกนี้ไปชั่งน้ำหนักคำนวณมูลค่าดูนะครับ ถ้ามันเกินห้าแสนบาท... ส่วนต่างที่เหลือผมยกให้เป็นทิปพนักงานร้านก็แล้วกันครับ ถือว่าทำบุญทำทานให้คนแถวนี้มีข้าวกินอิ่มท้อง”
คำว่า ‘ทำบุญทำทานให้คนแถวนี้’ พุ่งเป้ากระแทกหน้าพิมเข้าอย่างจังจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ราวกับถูกตบด้วยฝ่ามือที่มองไม่เห็น อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี จากคนที่เคยยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของการดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้เธอกลับกลายเป็นตัวตลกที่ยืนรอรับเศษทองจากชายหนุ่มที่เธอเคยเรียกว่า ‘ไอ้กระจอก’
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้รั้งแขนวินเบาๆ แสร้งทำเป็นเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่แฝงความสะใจไว้เต็มเปี่ยม “คุณคะ อย่าไปแกล้งคุณพิมเขาแบบนั้นเลยครับ สงสารเขาเถอะ หน้าตาซีดเซียวหมดแล้ว เดี๋ยวน็อกล้มพับไป ร้านเขาจะเสียชื่อเสียงเอานะครับ”
“อ่า นั่นสินะครับ ผมนี่ใจร้ายเกินไปจริงๆ ด้วย” วินแสร้งทำเป็นถอนหายใจสำนึกผิด แต่รอยยิ้มมุมปากกลับกว้างขึ้นกว่าเดิม “งั้นเอาเป็นว่า... ผมให้เวลาคุณพิมสามวินาทีในการก้มลงหยิบทองคำแท่งพวกนี้ใส่กระเป๋าให้ผม เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษที่เสียมารยาทเมื่อครู่ดีไหมครับ?”
พิมยืนตัวแข็งทื่อ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง ความหยิ่งทะนงตนที่สะสมมานานพังทลายลงไม่เป็นท่า ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
ในจังหวะที่ความอับAอายพุ่งถึงขีดสุด ประตูร้านกระจกเบื้องหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว ร่างนั้นก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเหงื่อท่วมกาย และทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของวิน ชายคนนั้นก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นร้านทันทีท่ามกลางความตกใจของทุกคน!
“คุณวินครับ! ในที่สุดผมก็หาตัวท่านเจอ... ท่านประธานใหญ่ทางสำนักงานใหญ่ใหญ่สั่งด่วนที่สุด ให้มารับตัวท่านกลับไปประชุมวาระลับครับ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 17
ตบหน้าด้วยทองคำแท่ง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!