ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 19

เมื่อมหาเศรษฐีต้องไปขายลูกชิ้น

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้ามึงขายลูกชิ้นปิ้งไม้ละห้าบาทหมดนี่ภายในหนึ่งชั่วโมงไม่ได้ กูจะกราบตีนหมาโชว์กลางตลาดสดให้ดูไอ้วิน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนน้ำมันในกระทะทองเหลืองกระเซ็นซู่ซ่า กลิ่นควันจากการย่างลูกชิ้นหมูลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นเหม็นอับของท่อระบายน้ำในตลาดสดเทศบาล เจ้าของเสียงคือ 'เสี่ยชัช' เจ้าพ่อเงินกู้ประจำยصน ผู้สวมสร้อยทองคำหนักสบาทคอแทบหัก ใบหน้าอูมๆ แดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและสันดานอันธพาล เขากำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองชายหนุ่มหน้าตาดีที่สวมผ้ากันเปื้อนสีมอๆ ยืนถือพัดใบตาลพัดควันโขมงอยู่หน้าเตาถ่าน ชายหนุ่มคนนั้นคือ 'วิน' อดีตพนักงานบริษัทผู้กุมทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนล้านบาทในระบบธนาคารลับ แต่ในเวลานี้ เขากลับต้องมายืนสวมวิญญาณพ่อค้าลูกชิ้นยากจนข้นแค้น ตาม "ภารกิจพิสดารประจำวัน" ที่ระบบบ้าบอคอแตกบังคับเอาไว้ มิฉะนั้นบัญชีเงินฝากของเขาจะถูกระงับเป็นเวลาสามวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่วินยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขาเพิ่งเล็งคอนโดหรู penthouse ราคาเจ็ดหลักไว้สำหรับเซอร์ไพรส์คู่หมั้นสาว วินถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองลูกชิ้นปิ้งนับร้อยไม้ที่เรียงรายอยู่บนถาดอะลูมิเนียม [แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความกดดันระดับ 85% ภารกิจลับ "สปิริตพ่อค้าเร่ร่อน" กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ขอให้ผู้ใช้บริการโปรดรักษาความน่าเวทนาเอาไว้เพื่อคะแนนโบนัสพิเศษครับ] เสียงแจ้งเตือนไร้สาระดังขึ้นในหัว วินอยากจะยกเก้าอี้ฟาดหน้าไอ้ระบบเวรนี่เสียจริง แต่ติดที่ว่าเขาทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไปให้เสี่ยชัชที่กำลังหัวร่อร่าด้วยความสะใจ ข้างกายของวินคือ 'รินรดา' คู่หมั้นสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาเนิ่นนาน เธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินเก่าๆ สวมเสื้อเชيرสีขาวธรรมดาและกางเกงยีนส์ซีดๆ แม้เสื้อผ้าจะดูเรียบง่าย แต่ใบหน้าสวยคมที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากกลับเปล่งประกายจนพ่อค้าแม่ขายแถวนั้นต้องเหลียวมอง รินรดากำลังใช้ทิชชูเช็ดมืออย่างใจเย็น เธอไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อคำขู่ของเสี่ยชัชเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเธอกลับฉายแวว "ความสนุกสนาน" ชัดเจน เหมือนคนที่กำลังนั่งดูละครตลกคาเฟ่ชั้นดี "พี่ชัชครับ พูดแล้วไม่คืนคำนะครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเสี่ยชัช รอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบจนเสี่ยชัชถึงกับชะงักไปวูบหนึ่ง "ถ้าคุณวินขายหมดภายในหนึ่งชั่วโมง... คุณจะกราบหมาโชว์กลางตลาดจริงๆ ใช่ไหมครับ เอ้ย... ใช่ไหมคะ เอ๊ย... ใช่ไหมคะ เอ๊ย ถูกแล้วครับ ผมติดนิสัยคุณวิน" รินรดาเกือบหลุดปากสำเนียงผิดเพี้ยนเพราะความหมั่นไส้ แต่ก็แก้เกมกลับมาได้อย่างแนบเนียน "ฮ่าๆๆ อีหนูนี่ ปากดีนักนะ! ได้สิฟะ! กูพูดคำไหนคำนั้น ถ้าไอ้จ๊อกนี่ขายหมด กูยอมเป็นทาสหมาให้พวกมึงดูเลยเอ้า!" เสี่ยชัชหัวลั่นตลาด ลูกน้องร่างยักษ์อีกสองคนยืนกอดอกหัวเราะเยาะตามหลัง นายใหญ่ของพวกมัน บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบของพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่มาเดินตลาด ทุกคนต่างมองวินด้วยสายตาสสมเพชเวทนา บ้างก็ว่าน่าสงสารที่ต้องมาหาเช้ากินค่ำ บ้างก็สมน้ำหน้าคิดว่าคงไปก่อหนี้สินที่ไหนมาจนต้องมาขายของใช้หนี้ วินเหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาถูกที่ซื้อมาใส่ตบตาคนอื่น เข็มบอกเวลาเดินไปเรื่อยๆ เหลือเวลาอีกเพียงห้าสิบนาทีเท่านั้น "รินครับ คุณว่าผมควรลดราคาลงเหลือไม้ละสองบาทดีไหม เพื่อความเร้าใจ" วินกระซิบเบาๆ พลาดยื่นหน้าเข้าไปใกล้คู่หมั้นสาว รินรดาปรายตามองลูกชิ้นในเตا ก่อนจะแค่นجหัวเราะในลำคอ "ลดทำไมล่ะคะวิน ลูกชิ้นแป้งผสมเนื้อหมูวิญญาณครึ่งเปอร์เซ็นต์แบบนี้ ถ้าขายไม้ละห้าบาทแล้วยังมีคนซื้อ แสดงว่าคนซื้อต้องตาบอดสนิท หรือไม่ก็... กำลังโดนอำนาจเงินมืดครอบงำอยู่แน่ๆ" "พูดจาใจร้ายจังนะครับคุณคู่หมั้น นี่คือศิลปะการทำมาหากินนะ" วินทำหน้ามู่ทู่ "ศิลปะบ้านคุณสิคะ ยืนพัดจนควันเข้าตาตัวเองจนน้ำตาไหลเนี่ยนะ" รินรดาส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ปนความหมั่นไส้เล็กน้อย เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้วินซับเหงื่อ "เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คุณมหาเศรษฐีพันล้าน อยากลองใช้แผน 'ป๋าเปย์' แบบเนียนๆ ดูไหมคะ? ฉันเริ่มเบื่อหน้าไอ้เสี่ยพุงพลุ้ยนี่เต็มทีแล้ว" วินยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นมาทันที "แผนป๋าเปย์เหรอครับ? อืม... ก็น่าสนใจนะ แต่ถ้าใช้เงินสดซื้อเองมันจะไปสนุกอะไรล่ะครับ มันต้องทำให้คนอื่นแย่งกันซื้อต่างหากถึงจะสะใจ" วินหันกลับมาเผชิญหน้ากับเสี่ยชัชที่กำลังยืนกอดอกรอเวลาเยาะเย้ย วินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่นตลาดด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้สั่นเครือและน่าสงสารที่สุดในสามโลก "โปรโมชั่นพิเศษครับ! ลูกชิ้นปิ้งไม้ละห้าบาท! พิเศษสุดๆ สำหรับท่านที่ซื้อครบสิบไม้ แถมสิทธิ์ลุ้นรับ... รถยนต์ไฟฟ้าคันหรู ฟรีทันทีครับ!" สิ้นเสียงของวิน ตลาดสดทั้งตลาดตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะลั่นจะระเบิดออกมาจากปากของเสี่ยชัชและลูกน้อง "ฮхахаха!ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วว่ะเฮ้ย! ขายลูกชิ้นไม้ละห้าบาทแถมรถยนต์ไฟฟ้า! มึงเอาเงินที่ไหนมาซื้อแจกวะ หรือจะแถมรถของเล่นเด็กคันละยี่สิบบาทฮะ ฮ่าๆๆๆ!" เสี่ยชัชหัวเราะจนตัวโยน น้ำตาเล็ด น้ำลายแตกพลัก ชาวบ้านเริ่มฮือฮากันใหญ่ บางคนส่ายหัวด้วยความเวทนา คิดว่าวินคงเครียดจนสติหลุดไปแล้ว แต่ทว่า... วินกลับไม่สะทกสะท้าน เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น มือซ้ายหยิบโทรศัพท์มือถือราคาถูกขึ้นมากดแป้นพิมพ์ยิกๆ สองสามที ก่อนจะส่งสัญญาณลับให้รินรดา ในขณะเดียวกันนั้นเอง... *บรึ้นนนนนนนนน!* เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มคำรามก้องฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่น จนหลังคาสังกะสิตลาดสดถึงกับสั่นกระพือ ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน เสียงลมพายุหมุนเกิดจากใบพัดขนาดใหญ่ตีฝ่าอากาศลงมาตรงลานจอดรถกว้างหน้าตลาดสด ทำเอาแผงผักและแผงปลาของชาวบ้านกระจัดกระจายไม่เป็นท่า ทุกคนในตลาดต่างแตกตื่นตกใจ หวาดกลัวจนต้องยกมือขึ้นปัดป้องฝุ่นควัน เสี่ยชัชหน้าถอดสี หุบปากฉับทันที เขากวาดสายตามองไปยังลานกว้างด้วยความหวาดระแวง เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิท ลำตัวมันวาวสลักตราสัญลักษณ์ทองคำบริสุทธิ์ของธนาคารระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนนับร้อย ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก ชายชราในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง พร้อมด้วยบอดี้การ์ดสวมแว่นดำร่างยักษ์อีกสี่คน ก้าวลงมาด้วยท่าทีเร่งรีบ พวกเขาเดินฝ่าฝุ่งควันตรงดิ่งเข้ามายังแผงขายลูกชิ้นปิ้งเล็กๆ ของวินอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย เสี่ยชัชอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ขาเริ่มสั่นพับๆ เมื่อเห็นชายชราในชุดสูทหรูเดินตรงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าวิน ชายชราคนนั้นคือ 'ท่านประธานกิตติมศักดิ์' แห่งธนาคารกลางระดับประเทศ ผู้ทรงอิทธิพลจนแม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นยังต้องกราบกราน แต่ในวินาทีนี้... ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นกลับโค้งคำนับให้วินอย่างนอบน้อมจนฉากหลังแทบขนานกับพื้นดิน "ท่านครับ..." เสียงของท่านประธานสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างสูงสุด "ทีมงานฝ่ายโลจิสติกส์และยานยนต์พิเศษของธนาคาร... จัดส่งรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นล่าสุด จำนวนห้าสียอดฮิต มาจอดรอตามบัญชาของคุณวินเรียบร้อยแล้วครับ! และนี่... โฉนดที่ดินพร้อมกุญแจรถทั้งหมด อยู่ในกระเป๋าเอกสารนี้แล้วครับ!" วินรับกระเป๋าหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่วมาจากมือท่านประธานอย่างใจเย็น เขากวาดตามองไปยังเสี่ยชัชที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง วินหันไปยิ้มกว้างให้รินรดา ก่อนจะหันกลับมามองเสี่ยชัชที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมที่สุด แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เสี่ยครับ... ลูกชิ้นผมหมดแล้วนะครับ ช่วยเตรียมตัวไปกราบหมาให้ตรงเวลาด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเอารถยนต์ไฟฟ้าคันแรกไปจอดรอแถวๆ กรงหมาให้ครับ" เสี่ยชัชเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นตลาดสดทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... ไอ้หนุ่มขายลูกชิ้นข้างถนนที่ตนเพิ่งดูถูกไปเมื่อครู่ แท้จริงแล้วคือปีศาจทางการเงินผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งเมือง! วินหันไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ รูดปรื๊ดจ่ายค่าเช่าแผงให้แม่ค้าข้างๆ แบบไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงเฮลั่นและสายตาช็อกตาค้างของคนทั้งตลาด *ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนวงเงินถูกตัดผ่านฉลุยดังขึ้นก้องในโสตประสาท พร้อมกับรอยยิ้มของวินที่กว้างจนถึงใบหู...* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความกวนประสาทนี้เสมอนะครับ (ฮาไม่จำกัด)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%