"พูดออกมาสิครับคุณวิน! ไหนล่ะครับความรวยล้นฟ้าที่แกเคยคุยโวไว้ทั้งบริษัท ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นหมาจนตรอก ยอมก้มหัวคุกเข่าให้ฉันเหยียบหน้าอยู่แบบนี้ล่ะวะ!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ 'ภาคภูมิ' ประธานกรรมการบริหารบริษัทเดอะเกรทกรุ๊ป ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ร่างท้วมในสูทแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้าไปใกล้ร่างของชายหนุ่มที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมราคาแพง รอบกายของวินเต็มไปด้วยเศษเอกสารที่ถูกฉีกกระจัดกระจาย ใบหน้าของเขาเปื้อนฝุ่นและรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะกระชากหัวให้หลุดจากบ่า
รินรดา ที่ยืนกัดฟันกรอดอยู่มุมห้อง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เธออยากจะวิ่งเข้าไปตบหน้าไอ้สารเลวภาคภูมิสักฉาด แต่ติดที่สายตาของรักษ์พล บอดี้ว่าจ้างร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังกำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มคุกคาม
"คุณวิน... พอเถอะค่ะ" รินรดากระซิบเสียงสั่นด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีเงินในบัญชีมากมายมหาศาลขนาดไหน แต่พฤติกรรมแปลกๆ ที่ชอบทำตัวเป็นยาจกถูกรังแกในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มันทำให้เธอใจหายใจคว่ำจนแทบจะประสาทกินอยู่แล้ว
วินเงยหน้าขึ้นช้าๆ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน นัยน์ตาคู่คมที่มักจะฉายแววขี้เล่นเป็นนิจ ในเวลานี้กลับทอประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นโปรด
"โธ่ คุณภาคภูมิครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าผมถังแตก" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้ภาคภูมิเดือดดาลจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ปากดีนักนะไอ้วิน! แกเอาเงินที่ไหนมาสู้ฉัน บัญชีของบริษัทแกถูกอายัด หุ้นในมือก็ร่วงจนติดฟลอร์ แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่บังเอิญโชคดีได้เกาะผู้หญิงกินเท่านั้นแหละวะ!" ภาคภูมิคำรามลั่น ยื่นเท้าข้างหนึ่งไปจ่อใกล้ใบหน้าของวินราวกับจะบังคับให้ก้มลงจูบรองเท้า
บรรยากาศภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน บรรดาผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันมองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสสมน้ำหน้า บ้างก็ส่ายหัวด้วยความเวทนา
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง มุมปากของวินก็ยกย่องขึ้นอย่างน่ากลัว
"นั่นสินะครับ... ผมนี่มันแย่จริงๆ" วินพึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่กางเกงออกอย่างใจเย็น จนภาคภูมิชะงักไปเล็กน้อยด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านขึ้นมาตามสันหลัง
"แก... แกจะทำอะไรวะ?" ภาคภูมิถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"เปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่า..." วินคว-านมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าที่มีรอยร้าวตรงมุมหน้าจอขึ้นมา ชายหนุ่มกดหน้าจอไม่กี่ครั้งด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบอสใหญ่แห่งเดอะเกรทกรุ๊ปตรงๆ "ที่ผมแกล้งทำเป็นถังแตก ถูกไล่ออกจากงาน ถูกพวกคุณเหยียบย่ำซ้ำเติมแบบนี้..."
วินเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างชัดเจน
"...ทั้งหมดเนี่ย มันเป็น 'ความสนุกส่วนตัว' ของผมเองล้วนๆ เลยนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องประชุมก็เงียบกริบราวกับป่าช้า ก่อนที่เสียงหัวเราะพรวดพราดจะหลุดออกมาจากปากของภาคภูมิและพวกพ้อง
"ฮ่าๆๆๆ! ความสนุกส่วนตัวงั้นเรอะ? แกนี่มันเพ้อเจ้อไม่เปลี่ยนเลยนะไอ้วิน ใกล้บ้าเต็มทีแล้วมั้งเนี่ย ถึงขนาดต้องหลอกตัวเองว่าแกล้งจนเพื่อรักษาฟอร์ม!" ภาคภูมิหัวจนตัวโยน น้ำตาเล็ด "รู้ไหมว่าตอนนี้แกกำลังพูดอยู่กับใคร? ฉันกำลังจะฮุบกิจการทั้งหมดของแกอยู่แล้วนะเว้ย!"
รินรดาที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอยกมือขึ้นกุมขมับ แม้เธอจะรู้ว่าวินเป็นคนรวยระดับสليم (Super Rich) แต่บางครั้งความกวนประสาทอย่างไร้กาลเทศะของเขาก็ทำเอาเธอนึกอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีสองทีจริงๆ
"อ้าว ไม่เชื่อเหรอครับ?" วินเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ "ถ้าอย่างนั้น... ลองเช็คกระดานหุ้นภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์ในวินาทีนี้ดูหน่อยไหมครับ?"
ภาคภูมิขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาหันไปพยักเพยิดให้เลขาหนุ่มรีบเปิดแท็บเล็ตดูราคาหุ้นของเดอะเกรทกรุ๊ปทันที
"ท่านประธานครับ... เกิด... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มหน้าซีดเผือด มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำแท็บเล็ตหลุดมือ "หุ้น... หุ้นของเรากำลังดิ่งลงเหว! มีคำสั่งซื้อขายปริมาณมหาศาลเทขายหุ้นของเราออกมาในเวลาเดียวกัน... และ... และ..."
"และอะไรวะ! พูดติดๆ อ่างอยู่ได้!" ภาคภูมิกระชากแท็บเล็ตมาจากมือเลขาแล้วก้มลงมองหน้าจอ
ดวงตาของประธานจอมกร่างเบิกกว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า กราฟราคาหุ้นสีแดงฉานพุ่งดิ่งลงทะลุแนวรับสุดท้ายในพริบตาเดียว ข้อความแจ้งเตือนสถานะบริษัทเด้งขึ้นมาเตือนรัวๆ จนหน้าจอแทบพัง
[ระบบตรวจพบการเข้าซื้อหุ้นสามัญของเดอะเกรทกรุ๊ป 98.5% โดยนิติบุคคลปริศนา: 'บริษัท วินเนอร์ อินเวสท์เมนท์ จำกัด']
[สถานะปัจจุบัน: เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุดเสร็จสิ้น]
ภาคภูมิเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความลำพองใจบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษสา เขาเงยหน้าขึ้นมองวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ
"มะ... ไม่จริง! เป็นไปได้ยังไง! บริษัทของแกมันไม่มีเงินสดเหลือแล้วนี่หว่า! แกเอาเงินจากไหนมาฮุบหุ้นทั้งหมดของฉันในเวลาไม่ถึงสิบวินาที!"
วินเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของภาคภูมิ เขาก้มตัวลงเล็กน้อยส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดในโลกให้ แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกเหมือนกำลังมองมัจจุราชที่ถือเคียวรอเกี่ยววิญญาณ
"เงินของผมเหรอครับ?" วินหัวเราะในลำคอเบาๆ "ก็เงินเดือนพนักงานต๊อกต๋อยที่พวกคุณเคยไล่อציออกเมื่อสามเดือนก่อนไงครับ... อ้อ เปล่าหรอก จริงๆ แล้วผมแค่เบื่อที่เห็นพวกคุณทำตัวกร่างใส่คนอื่นไปทั่ว ก็เลยอยากจะลองซื้อบริษัทนี้มาเล่นขายของดูสักวันสองวัน แก้เครียดน่ะครับ"
"แก... ไอ้ปีศาจ..." ภาคภูมิพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความสิ้นหวัง ทุกสิ่งที่เขาสั่งสมมา ตําแหน่ง ชื่อเสียง และอำนาจ ถูกทำลายลงอย่างยับเยินภายในพริบตาเดียว เพียงเพราะความสนุกบ้าๆ ของผู้ชายคนนี้
รินรดาที่ยืนมองภาพตรงหน้าอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมา เธอส่ายหัวเบาๆ กับความเจ้าเล่ห์เพทุบายของคู่หมั้นหนุ่มคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกสะใจก็พุ่งทะยานขึ้นมาจนเต็มอก สมน้ำหน้าไอ้พวกปากดีที่ชอบดูถูกคนอื่น!
วินหันหลังให้ภาคภูมิที่กำลังนั่งหมดอาตายายตายอยาก เขาเดินตรงไปหารินรดาแล้วคว้ามือเรียวบางของเธอขึ้นมาจับเบาๆ ก่อนจะหันไปทางประตูห้องประชุมที่ปิดสนิท
"กลับกันเถอะครับริน วันนี้ผมสนุกพอแล้วล่ะ หิวข้าวแล้วด้วย อยากกินชาบูร้านข้างทางเหมือนตอนที่เรายังไม่มีเงินจังเลยนะครับ" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ตามใจคุณเลยค่ะคุณวิน..." รินรดายิ้มรับเบาๆ บีบมือตอบกลับความอบอุ่นนั้น
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องประชุมนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าของวินก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
*แตร๊ง!*
ไม่ใช่เสียงเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกที่ตั้งค่าพิเศษไว้สำหรับวงเงินที่ไม่จำกัด
วินหยุดเดิน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนล่าสุดที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจอ
[แจ้งเตือนจากระบบพิเศษ: ตรวจพบการทำธุรกรรมวงเงิน 10,000 ล้านบาท ถูกโอนออกจากบัญชีส่วนตัวของคุณไปยังปลายทางที่ไม่รู้จัก... ณ วินาทีนี้]
วินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้โอนเงินจำนวนนี้ไปไหน แล้วทำไมระบบถึงแจ้งเตือนการหักเงินออกล่ะครับ?
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 20
ความจริงที่ทุกคนไม่คาดคิด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!