ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 21

การขยายอาณาจักร

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เงินจำนวนห้าสิบล้านบาทถูกหักออกจากบัญชีเพื่อชำระค่า... 'เศษเหล็ก' พวกนั้นเนี่ยนะ?" เสียงทุ้มต่ำของวินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมกระจกใสระฟ้า ชั้นที่สี่สิบห้าของตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เอกสารสัญญากรรมสิทธิ์ที่ดินผืนใหญ่ในเขตย่านธุรกิจใจกลางเมืองถูกผลักไปข้างหน้าด้วยปลายนิ้ว นิ้วมือเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความไม่แยแสในแววตาคู่คม รินรดาที่นั่งอยู่เคียงข้างในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบการเงิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและเจ้าของกระเป๋าเงินที่ล้นทะลักจนสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดหุ้นไทยทั้งระบบในเช้าวันนี้ "ไม่ใช่เศษเหล็กค่ะ... เอ่อ, ผมหมายถึง... มันคือโครงการคอนโดมิเนียมหรูเกรดซุปเปอร์ลักชัวรีที่กำลังจะถูกยึดขายทอดตลาดต่างหากล่ะครับ คุณวิน" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำสามัญสำนักงานแบบเดิมออกมา แต่ด้วยสายตาคมกริบที่ปรายมองมาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท ทำให้เธอยั้งปากแล้วรีบปรับสรรพนามให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้า "และอีกอย่าง... ระบบแจ้งเตือนปริศนาจากโทรศัพท์ของคุณเมื่อคืนนี้ ที่คุณบอกว่าสงสัยว่าเงินหายไปไหน... สรุปแล้วมันคือการจองซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ 'บริษัท พรอดดี้ เอสเตท จำกัด (มหาชน)' บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะล้มละลายต่างหากล่ะครับ" วินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคู่คมฉายแววขบขันระคนรำคาญใจ เขาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงขึ้นมาพลิกดูหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนจากระบบปริศนาเด้งค้างไว้ *[*แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความพยายามในการใช้เงินจำนวน 5,000,000,000 บาท เพื่อซื้อกิจการ บริษัท พรอดดี้ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เนื่องจากท่านมีความรำคาญใจที่เห็นป้ายประกาศขายทอดตลาดหน้าบ้าน ระบบได้ดำเนินการโอนเงินและควบรวมกิจการให้เรียบร้อยแล้ว'*]* "ให้ตายสิ..." วินส่ายหัวช้าๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียด "ผมแค่บ่นว่าป้ายไวนิลหาเสียงของบริษัทนี้มันบังวิวระเบียงห้องนอนจนน่ารำคาญ... นี่ระบบถึงกับซื้อบริษัทเขาทิ้งทั้งดุ้นเลยอย่างนั้นเหรอครับ? แบบนี้ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน... ไม่ใช่สิ เอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนดีล่ะทีนี้ กระเป๋าเงินผมเริ่มจะบวมเป่งจนกางเกงสแลคปริแล้วนะเนี่ย" รินรดาเหลือบมองกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาหลักร้อยที่วินยังคงใช้มันอย่างไร้รอยขีดข่วน แม้ข้างในจะมีบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่วงเงินไร้ขีดจำกัดซุกอยู่ก็ตาม เธอดันแว่นตาเลนส์ใสขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณอย่าเพิ่งมาบ่นเรื่องกระเป๋ากางเกงปริเลยครับ ตอนนี้ประธานบอร์ดคนเก่าของพรอดดี้ เอสเตท... คุณธนาธร ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาฯ กำลังเดินทางมาที่นี่พร้อมกับผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อมาขับไล่พวกเราออกจากห้องประชุมนี้ เพราะเขาคิดว่าเราเป็นแค่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาป่วนราคาหุ้น" สิ้นเสียงของรินรดา ประตูกระจกบานยักษ์ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยความรุนแรง ร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด ใบหน้าอิ่มเอิบแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำอีกสี่คนเดินตามประกบราวกับเป็นบอดี้จากลับชาติมาเกิด "ไอ้หนู! แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงถึงส่งตัวแทนมาซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพนอกรอบแบบนี้!" เสียงตวาดลั่นของธนาธรดังสะท้อนไปทั่วห้องประชุม ทีมผู้บริหารระดับสูงที่เดินตามหลังมาต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดผวา วินไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวหมุนปากกาหมึกซึมราคาถูกเล่นไปมาอย่างไม่แยแส สายตาคมปลาบช้อนขึ้นมองผู้มาใหม่ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนรองเท้า "อ๋อ... คุณคือคนที่ติดหนี้ธนาคารจนต้องเอาป้ายไวนิลสีแดงแป๊ดไปขึงบังแดดห้องผมสินะครับ" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ พอดีผมรำคาญสายตา ก็เลยให้เลขาฯ ของผมจัดการกวาดซื้อกิจการทั้งหมดของคุณมา... เอ่อ, จะว่าไป หนี้สามพันล้านที่คุณค้างไว้เนี่ย ผมต้องจ่ายให้ธนาคารวันนี้เลยไหมครับ หรือจะรอให้ดอกเบี้ยมันทบจนผมรำคาญอีกรอบดี?" ธนาธรหน้าถอดสี ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธจนเนื้อเต้น เขาชี้หน้าวินด้วยนิ้วที่สั่นระริก "ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! แกพูดบ้าอะไรวะ! บริษัท พรอดดี้ เอสเตท มีมูลค่าทางตลาดไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน! แกเป็นแค่พนักงานออฟฟิศกระจอกๆ หรือเด็กเสิร์ฟที่ไหน ถึงกล้ามาอวดดีในที่ประชุมผู้ถือหุ้น!" บรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างพากันพยักหน้ารับและส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาเบาๆ พวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงเป็นเพียงพวกต้มตุ๋ンที่ใช้เอกสารปลอมมาสร้างภาพเพื่อหวังฮุบผลประโยชน์ระยะสั้น รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อปกป้องคู่หมั้นหนุ่ม แต่ทว่ามือหนากลับยกขึ้นห้ามเสียก่อน วินระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับยืนอยู่ริมหน้าผา "พนักงานออฟฟิศกระจอกๆ อย่างงั้นเหรอครับ?" วินหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณธนาธรครับ... คนเรามักจะประเมินค่าของสิ่งต่างๆ ผิดพลาดไปเสมอ เหมือนที่คุณประเมินตึกนี้ต่ำเกินไปจนต้องเอามาขายทอดตลาดนั่นแหละครับ" วินหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาอีกครั้ง ปายนิ้วกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับประเทศก็ดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้ถือหุ้นทุกคนในห้องประชุม *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เสียงข้อความเข้าดังระรัวราวกับเสียงประทัดในงานตรุษจีน ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความงุนงง แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับตัวเลขยอดเงินในบัญชีและเอกสารการโอนสิทธิ์ขาดทางกฎหมายที่ถูกส่งตรงเข้าอีเมล สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนจากดูแคลนกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดบนใบหน้า "มะ... ไม่จริง! นี่มัน..." ธนาธรเบิกตากว้างจนแทบถลุดออกจากเบ้า มือที่ถือโทรศัพท์ร่วงหล่นลงกระทบพื้นกระจกแตกกระจาย "บัญชีของบริษัท... ถูกโอนถ่ายอำนาจการบริหารเบ็ดเสร็จ... หนี้สินทั้งหมดถูกเคลียร์ด้วยเงินสด... แก... แกเป็นใครกันแน่!" วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทราคาหลักพันให้เข้าที่ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏบนใบหน้าคมคายอย่างชัดเจน เขาเดินเข้าไปใกล้ธนาธรที่ตอนนี้ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความสิ้นหวัง "ผมก็แค่คนธรรมดาที่บังเอิญมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญแค่นั้นเองครับ" วินตบไหล่ของอดีตประธานบอร์ดผู้ยิ่งใหญ่เบาๆ สองครั้ง "อ้อ... และอีกอย่าง เอกสารการไล่ออกพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ... ผมเซ็นอนุมัติไปเรียบร้อยแล้วนะครับ คุณธนาธร" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง รินรดายืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะใจจนแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ หญิงสาวก้าวตามหลังวินที่กำลังเดินหันหลังให้ผู้บริหารทุกคนเพื่อเตรียมออกจากห้องประชุม ทว่า ในจังหวะที่วินกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ชายชราในชุดสูททักซิโด้สีขาวสווลายปักทองคำ ประธานสมาคมอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้พิพากษากรมบังคับคดีและบอดี้การ์ดส่วนตัวนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้ทั้งหมด "ท่านประธานสมาคม?" ธนาธรที่นั่งคุกเข่าอยู่ส่งเสียงร้องเรียกด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ "ช่วยด้วยครับท่าน! เด็กนี่มันใช้เล่ห์กลปลอมแปลงเอกสารฮุบบริษัทผม!" ชายชราในชุดทักซิโด้สีขาวไม่ได้ชายตามองธนาธรแม้แต่น้อย เขากลับเดินตรงเข้าไปหาวินด้วยท่าทีนอบน้อมโค้งคำนับลงเกือบเก้าสิบองศา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "เรียนท่านประธานวิน... ทางเราได้รับการติดต่อจากสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์แล้วครับ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความเคารพยำเกรง "ที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และโครงการเมกะโปรเจกต์ทั้งหมด... พร้อมให้ท่านเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ในอีกสิบวินาทีข้างหน้าแล้วครับ" วินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างหลัง "ให้ตายสิริน... ผมบอกแล้วว่าผมแค่อยากจะมาซื้อกาแฟกินเฉยๆ ทำไมเรื่องมันถึงบานปลายจนผมต้องกลายเป็นเจ้าของตึกครึ่งค่อนเมืองแบบนี้อีกแล้วล่ะครับเนี่ย?" — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความกวนประสาทและกระเป๋าเงินที่ไม่มีวันพร่องของวินนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%