ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 7

ของขวัญชิ้นแรกให้รินรดา

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ท่าน... ท่านประธานบูรพา!" เสียงอุทานด้วยความตกใจสุดขีดของนายธนาธร ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อห้างหรูดังขึ้นจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงระดับวีไอพี ร่างท้วมของนายธนาธรแทบจะพับลงไปกองกับพื้น เขารีบก้าวเท้าสับขาหลอกเข้าไปหาชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิทด้วยท่าทางนอบน้อมราวกับสุนัขรับใช้ที่เจอเจ้านายใหญ่ แต่ทว่า... ท่านประธานการนิคมอุตสาหกรรมผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ กลับไม่ได้ชายตามองนายธนาธรแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ที่มีออร่าความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาทั่วตัว ก้าวผ่านผู้จัดการห้างหน้าซีดเผือดไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจับจ้องตรงไปยังเป้าหมายเดียว... ชายหนุ่มร่างผอมบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ราคาถูกที่ยืนเอามิวกวักไขว้อยู่ข้างเสาหินอ่อน บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงพลันเงียบสงบลงในพริบตา เสียงกระซิบกระซาบของบรรดาไฮโซและเศรษฐีตระกูลดังหยุดชะงัก ทุกสายตาต่างเบิกกว้างด้วยความระทึก พวกเขาต่างลุ้นระทึกว่าชายผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศคนนี้จะระเบิดอารมณ์ใส่เจ้าสเปะสเปะที่บังอาจแต่งตัวเสียมารยาทในงานนี้อย่างไร "คุณวินครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ชายวัยกลางคนผู้ยิ่งใหญ่โค้งคำนับลงเกือบเก้าสิบองศาท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งห้อง "กระผมบูรพา... ได้รับรายงานจากทางธนาคารกลางว่าท่านเดินทางมาเยือนที่นี่ จึงรีบมาคารวะ... หวังว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่ทำให้ท่านขัดเคืองใจอันใดนะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับป่าช้า นายธนาธรที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น สมองของเขาขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ท่านประธานบูรพาผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองนักธุรกิจระดับพันล้าน กลับกำลังก้มหัวให้อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เขาเพิ่งจะเหยียดหยามไปหมาดๆ อย่างนั้นหรือ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! วินกะพริบตาปริบๆ เขายกนิ้วขึ้นแคะหูเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างรบราฆ่าฟัน "อ๋อ... คุณบูรพานี่เอง จำได้ๆ คนที่เคยส่งกุ้งยักษ์มาให้ผมกินจนท้องเสียเมื่อเดือนก่อนสินะครับ อืม... งานเลี้ยงนี่ก็พอใช้ได้หรอกครับ เสียอย่างเดียว... หมาเห่าเยอะไปหน่อย หนวกหูชะมัด" ประโยคกวนประสาทที่ไร้ความยำเกรงนั้น ทำเอาบรรดาแขกเหรื่อในงานถึงกับสูดปากด้วยความเสียวสันหลังวาบ การพูดจากับผู้มีอิทธิพลระดับประเทศเช่นนี้ มันต่างอะไรกับการเอาหัวไปให้รถไฟชนกัน? แต่ทว่า... ท่านประธานบูรพากลับไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขายิ่งก้มตัวต่ำลงไปอีกด้วยซ้ำ "กระผมต้องขออภัยในความบกพร่องเรื่องการคัดกรองแขกผู้มีเกียรติด้วยครับ หากมีสุนัขตัวไหนเห่ารบกวนเวลาอันมีค่าของท่าน... เพียงแค่ท่านเอ่ยปาก ผมจะสั่งการให้มันหายไปจากแผนที่ประเทศไทยภายในสิบนาทีนี้เลยครับ!" น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหาร ทำให้นายธนาธรถึงกับตัวสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า เขาซบหน้าลงกับพื้นพรมราคาแพง น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รินรดาที่ยืนอยู่ข้างกายวิน ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก มือเรียวบางที่กำชายเสื้อของวินไว้แน่นตั้งแต่แรก เผลอจิกเกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด เธอมองหน้าวินสลับกับท่านประธานบูรพาด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนความฝันอันเหลือเชื่อ นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่? แฟนหนุ่มของเธอ กลายเป็นบุคคลที่แม้แต่ผู้ทรงอิทธิพลยังต้องก้มหัวให้ตั้งแต่เมื่อไหร่? "เอาน่าๆ ผมไม่อยากให้งานมันกร่อยหรอกครับคุณบูรพา" วินโบกมือปัดไปมาอย่างไม่ใส่ใจ "พอดีผมกำลังจะซื้อของขวัญให้น้องสาวคนสวยข้างๆ ผมนี่หน่อย แต่พอดีบัตรเครดิตของผมมันมีปัญหา... วงเงินมันดันเต็มเพราะมีเศษเงินกองอยู่เป็นแสนล้านจนเครื่องมันรันไม่ไหว รบกวนคุณช่วยเคลียร์ช่องทางพิเศษให้หน่อยสิครับ พอดีผมรีบ จะพาเธอไปกินหมูกระทะต่อ" "อ๊ะ! วิน! พูดบ้าอะไรเนี่ย!" รินรดาได้สติเธอก็รีบดึงแขนวินทันที พร้อมกับกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ "นายจะบ้าหรือไง! แสนล้านอะไรเล่า! แล้วใครจะไปกินหมูกระทะตอนนี้ฟะ!" "ก็ผมอยากกินนี่ครับ" วินหันมาส่งยิ้มกวนประสาทให้เธอทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับท่านประธานบูรพาที่พยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็วราวกับทหารรับใช้ "เรื่องแค่นี้เองครับท่าน!" ท่านประธานบูรพาหันขวับไปมองผู้จัดการห้างที่ยังคงกองอยู่กับพื้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมในพริบตา "ธนาธร! มึงหูหนวกหรือไงวะ! รีบเปิดห้องนิรภัยวีไอพีชั้นบนสุด แล้วขนเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ล่าสุดทั้งหมดมาให้คุณรินรดาเดี๋ยวนี้! ถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว ห้างของมึงเตรียมตัวเป็นเศษเหล็กได้เลย!" "รับ... รับทราบครับท่านประธาน! ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ!" นายธนาธรลนลานคลานเข่าถอยหลังออกไปราวกับสุนัขจนตรอก เขาลืมความเจ็บปวดที่เข่าไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกลัวตายที่เกาะกินหัวใจ เหตุการณ์พลิกผันไปอย่างรวดเร็วจนผู้คนในงานตั้งตัวไม่ทัน จากการเยาะเย้ยถากถางในตอนแรก บัดนี้กลับกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา บรรดาไฮโซสาวที่เคยหัวเราะเยาะรินรดา ต่างพากันหลบสายตาด้วยความอับอายและอิจฉาริษยาจนเนื้อตัวสั่นเทา ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที... ร่างของนายธนาธรที่เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมกับทีมพนักงานรักษาความปลอดภัยชุดดำสี่คน ที่กำลังประคองหีบไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงเข้ามาในห้อง วินเดินนำหน้าเข้าไปด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยราวกับกำลังเดินซื้อของในตลาดนัด ขณะที่รินรดายังคงเดินตามหลังมาด้วยความรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆ "เชิญครับ... เชิญคุณรินรดาเลือกได้ตามสบายเลยครับ" นายธนาธรคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เปิดฝาหีบไม้สักทองออก เผยให้เห็นประกายแสงระยิบระยับของเพชรเม็ดงามนับร้อยชิ้นที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายใน แสงเพชรสีฟ้าครามและสีชมพูประกายสะท้อนเข้ากับดวงตาของทุกคนในห้องจนแทบพร่ามัว นั่นคือ "Aura of the Ocean" ชุดเครื่องเพชรล้ำค่าที่เพิ่งถูกนำเข้ามาประมูลจากปารีส มูลค่าเริ่มต้นของมันสูงถึงแปดหลักปลายๆ หรือเกือบร้อยล้านบาท! เป็นสมบัติล้ำค่าที่แม้แต่ภรรยาของรัฐมนตรียังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง รินรดาอ้าปากค้าง เธอยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสร้อยคอเพชรน้ำงามที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องหน้า มันสวยงามจนเกินกว่าที่ผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธได้ลง "อะ... วิน นี่มัน... มันแพงเกินไปแล้วนะ" รินรดาหันมามองหน้าแฟนหนุ่ม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความทำตัวไม่ถูก "ฉัน... ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก มันมากเกินไป..." "มากอะไรกันครับ" วินยิ้มมุมปาก เขาเอื้อมมือไปหยิบสร้อยคอเพชรเส้นนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวอย่างไม่ี่ใส่ใจราวกับมันเป็นแค่เชือกฟางราคาถูก "เทียบกับความอดทนที่คุณคอยด่าผมมาตลอดสามปีที่ผ่านมา... เพชรพวกนี้ยังด้อยค่ากว่าคุณเสียด้วยซ้ำ" คำพูดหวานเลี่ยนที่แฝงความกวนประสาทตามสไตล์วิน ทำเอารินรดาถึงกับหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอกลอกตาหนีด้วยความเขินอาย แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว "อ้าวดھ คุณรินรดาไม่ต้องเกรงใจหรกครับ" วินหันไปพยักหน้าให้กับผู้จัดการห้าง "จัดการคิดเงินให้หมดนี่เลยครับ... อ้อ ไม่ต้องหักส่วนลดนะ พอดีผมเกลียดเศษสตางค์ รูดเต็มจำนวนไปเลย" นายธนาธรตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เขารีบยื่นเครื่องรูดบัตรสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ เข้ามาทันที มันคือบัตรเครดิตโลหะพิเศษที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลก ซึ่งมีผู้ถือครองทั่วโลกไม่ถึงห้าคน! รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้ดีว่าวินเปลี่ยนไปแล้ว... แต่เธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเบื้องหลังความร่ำรวยมหาศาลนี้ วินไปซ่อนปีศาจตนไหนไว้กันแน่ "ติ๊ด... 1รหัสผ่านถูกต้อง... ทำรายการสำเร็จ" เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิทของคนทั้งห้อง พร้อมกับสลิปกระดาษความยาวเป็นเมตรที่ค่อยๆ ปริ้นท์ออกมาจากเครื่อง แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยความราบรื่นนั้นเอง จู่ๆ หน้าจอของเครื่องรูดบัตรสีดำก็กะพริบเป็นแสงสีแดงวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังลั่นห้องจัดเลี้ยง! *ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!* นายธนาธรหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อก้มลงมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่แสดงข้อความแจ้งเตือนตัวโตสีแดงฉาน: [แจ้งเตือนความปลอดภัยระดับสูงสุด: บัตรใบนี้ถูกล็อกด้วยคำสั่งจาก "บุคคลปริศนา" วงเงินทั้งหมดถูกอายัดชั่วคราว เนื่องจากการทำธุรกรรมครั้งนี้... กำลังดึงดูดความสนใจจาก "องค์กรลับระดับโลก"] วินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาคมกราบที่ฉายแววอันตรายออกมาอย่างปิดไม่มิด ------------------------------------------------ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%