"ถ้าพวกมันอยากเห็นงานเลี้ยงระดับไฮโซนัก ผมก็จะจัดให้มันดูจนตาค้างไปเลยครับคุณรินรดา"
เสียงทุ้มเจือรอยยิ้มกวนประสาทของวินดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนของห้องประชุมชั้นบนสุด รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอขยับแว่นกรอบบางบนสันจมูกพลางปรายตามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและ ‘ปัญหาใหญ่’ ประจำชีวิตด้วยความระอาปนเอ็นดู
"คุณวินคะ... ไม่สิ คุณวินครับ นี่คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะ" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย "เราแค่จะไปงานเลี้ยงรุ่นเพื่อตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเราตอนคุณยังเป็นแค่พนักงานส่งเอกสาร ไม่ใช่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทำไมต้องถึงขั้นเหมาโรงแรมหรูใจกลางกรุงแถมยังจองออแกไนเซอร์ระดับโลกด้วยล่ะครับ?"
วินหัวเราะในลำคอ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายื่นมือไปเคาะกระจกหน้าต่างมองลงไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งขบวนรถซูเปอร์คาร์นับสียืนเรียงรายรอรับคำสั่งอยู่
"คำว่า ‘พอดี’ มันไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของคนที่มีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญอย่างผมหรอกครับริน" วินหันกลับมาส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "พวกมันหัวเราะเยาะที่คุณต้องทนลำบากอยู่กับผมในห้องเช่าแคบๆ พวกมันเหยียดหยามผมว่าชาติ ี้คงไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟแก้วละร้อย... งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับว่า ระหว่าง ‘เศษเงิน’ ในบัญชีของผม กับ ‘ความหน้ามืด’ ของพวกมัน อะไรจะหมดเร็วกว่ากัน"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น แม้ลึกๆ เธอจะแอบสะใจจนตัวสั่นกับแผนการนี้ แต่ความตระหนกก็ยังคงเกาะกุมจิตใจ "แต่นั่นมันเงินหลายสิบล้านเลยนะครับคุณวิน! ระบบประหลาดนั่นที่อยู่ๆ ก็โอนเงินเข้าบัญชีคุณเป็นร้อยล้าน... มันจะไม่เป็นไรแน่เหรอ?"
"เงินเข้าระบบถูกกฎหมาย เสียภาษีถูกต้องครบถ้วนผ่านบริษัทโฮลดิ้งระดับโลกที่ผมตั้งขึ้นเมื่อวานนี้ครับ" วินยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ "วางใจเถอะครับริน... วันนี้ หน้าตาของพวกอดีตเพื่อนร่วมงานตัวแสบ จะต้องถูกเหยียบย่ำจนจมดินด้วยพรมแดงเกรดพรีเมียมที่ผมสั่งนำเข้าจากฝรั่งเศสแน่นอน"
ณ ห้องจัดเลี้ยงรูฟท็อปสุดหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงกระซิบกระซาบของกลุ่มอดีตเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าแผนกจอมเค็มผู้เคยไล่วินออกอย่างไม่ใยดี
"ฮ่าๆๆๆ พวกเธอเชื่อไหม? ฉันได้ยินมาว่าไอ้วินกับแฟนสาวของมันหน้าด้านโทรมาขอร่วมงานเลี้ยงรุ่นด้วย แถมยังบอกว่าจะมาเป็น ‘เจ้าภาพจัดงานเลี้ยงส่วนตัวซ้อนในงานนี้’ อีกต่างหาก!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘นารี’ อดีตรุ่นพี่สาวปากร้ายที่เคยใช้ให้วินไปซื้อกาแฟแล้วเบี้ยวเงินทอนดังขึ้น เรียกเสียงหัวเราะครึกครื้นจากคนรอบข้าง เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง "คนอย่างไอ้วิน แค่ค่าเข้างานคนละสามพันบาทก็คงต้องผ่อนส่งบัตรเครดิตสิบงวดแล้วมั้ง ป่านนี้คงยืนเหงื่อตกอยู่หน้าล็อบบี้เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าที่จอดรถแหงๆ"
"นั่นสิครับคุณนารี ผมล่ะอยากเห็นหน้ามันตอนยามเชิญตัวออกจัง" หัวหน้าแผนกผู้พุงพลุ้ยเสริมขึ้นพลางหัวเราะรơi "คนจนก็คือคนจนวันยังค่ำ คิดจะมาเทียบชั้นกับพวกเราที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานมั่นคง มันช่างน่าสมเพชเสียจริง"
ทันใดนั้น เสียงดนตรีแจ๊สสดที่บรรเลงคลอเบาๆ ก็เงียบลง ประตูบานคู่แกะสลักลายครามมูลค่าหลายล้านบาทก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับทีมงานออแกไนเซอร์ระดับอินเตอร์ในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ เดินเรียงแถวเข้ามาโค้งคำนับด้วยความเคารพสูงสุด
ทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ความเงียบกริบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ผู้อำนวยการฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมเดินก้าวขึ้นเวทีด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจระดับมืออาชีพ ก่อนจะประกาศผ่านไมโครโฟนไร้สายด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน
"ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ... ในนามของโรงแรมเดอะ แกรนด์ พาเลซ ขอกราบขอบพระคุณ คุณวิน และคุณรินรดา ที่ให้เกียรติเหมาพื้นที่ชั้นดาดฟ้าทั้งหมด รวมถึงสั่งยกเลิกค่าใช้จ่ายของทุกท่านในค่ำคืนนี้ และเปลี่ยนให้ ‘ทุกสิ่งทุกอย่าง’ ในงานนี้ กลายเป็นงานเลี้ยงต้อนรับส่วนตัวของท่านทั้งสองครับ!"
เปรี้ยง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องจัดเลี้ยง รอยยิ้มบนใบหน้าของนารีและหัวหน้าแผนกแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความช็อกจนแทบถล่นออกมานอกเบ้า
ในวินาทีนั้นเอง วินในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ก็ก้าวเดินเคียงคู่มากับรินรดาผู้สวมชุดราตรีผ้าไหมปักคริสตัลระยิบระยับ แสงไฟจากสปอตไลท์ส่องลงมาที่พวกเขาทั้งสองราวกับพระเอกนางเอกภาพยนตร์ฮอลลีวูด รินรดายืดอกขึ้นอย่างสง่างาม ความหวาดหวั่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
"อ้าว ทุกคน..." วินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตากวาดมองไปยังกลุ่มคนที่เคยดูถูกเขาด้วยความเวทนา "พอดีผมเดินผ่านมาแถวนี้ เห็นบรรยากาศมันเงียบเหงาเกินไป เลยถือวิสาสะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดให้... หวังว่าอาหารและเครื่องดื่มราคาหลักแสนต่อขวดที่ผมเตรียมไว้ จะถูกปากพวกคุณนะคร้าบ"
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว ทุกคนต่างอึ้งจนอ้าปากค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อความจริงอันน่าตกใจกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังว่า ชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำและหัวเราะเยาะ ในตอนนี้กลับกลายเป็น ‘เจ้าของโรงแรม’ และเศรษฐีร้อยล้านที่พวกเขารังเกียจ
รินรดากระซิบเบาๆ ข้างหูวินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจากความสะใจ "คุณนี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะครับ"
วินหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คู่หมั้นสาว "นี่แค่น้ำจิ้มครับริน ตัวจริงเสียงจริงน่ะ... มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ"
ทันใดนั้นเอง ประตูลิฟท์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากลานจอดรถเฮลิคอปเตอร์ด้านบนสุดก็เปิดออกพร้อมเสียงติ๊งเบาๆ
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ— ‘ท่านประธานการนิคมอุตสาหกรรมใหญ่’ ผู้เป็นเจ้าของสัมปทานหมื่นล้านที่ทุกคนต่างก้มหัวให้—ก้าวเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม และตรงดิ่งเข้ามาหาวินท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทั้งห้อง!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 6
จัดงานเลี้ยงให้พวกขี้อิจฉาช็อก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!