"เอกสารลาออก? แกฝันกลางวันอะไรอยู่, วิน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน ใบหน้าของ 'ประวิทย์' ผู้จัดการแผนกฝ่ายขายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองพนักงานหนุ่มเบื้องหน้าด้วยแววตาดดูถูกเหยียดหยามเหมือนกำลังมองเศษขยะเปียกปอนที่ติดอยู่ใต้รองเท้า
รินรดายืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังของวิน มือเรียวเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเมื่อครู่เธอเพิ่งจะช็อกตาค้างกับยอดเงินในบัญชีมหาศาลของวินมาหมาดๆ แต่บรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานหัวหน้าแผนกแห่งนี้ ก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นตามสัญชาตญาณของพนักงานออฟฟิศผู้ต้อยต่ำที่ถูกกดขี่มานาน
วินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและเยnชาจนประวิทย์รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะซัดหมัดใส่หน้าสักฉาด
"ผมไม่ได้ฝันหรอครับหัวหน้า... ผมแค่มาแจ้งให้ทราบ" วินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ มือขวาล้วงหยิบกระเป๋าเงินหนังแท้ราคาแพงออกมาวางเก๊กไว้บนโต๊ะทำงานของหัวหน้า
ประวิทย์แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน สายตาคมกริบกวาดมองวินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม "แจ้งให้ทราบ? แกคิดว่าบริษัทเราเป็นสนามเด็กเล่นหรือไงวะ! อยากมาก็มา อยากออกก็ออก แถมยังกล้าหยิบกระเป๋าปลอมมาวางเบ่งบนโต๊ะฉันอีก... แกมันก็แค่ไอ้พนักงานกระจอกที่ทำยอดขายรั้งท้ายแผนกมาสามเดือนติด! ถ้าไม่มีบริษัทนี้คอยชุบเลี้ยง แกก็เป็นได้แค่ขอทานข้างถนนเท่านั้นแหละ!"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะก้าวออกไปเถียงแทน แต่วินกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นกาแฟสำเร็จรูปราคาประหยัดลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ช่างเป็นสถานที่ที่สะท้อนความเน่าเฟะของระบบทุนนิยมระดับล่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"บริษัทชุบเลี้ยงเหรอครับ?" วินทวนคำ น้ำเสียงเจือความขบขัน "ถ้าจำไม่ผิด ค่าคอมมิชชันสามเดือนล่าสุดที่บริษัทค้างจ่ายผม รวมกันแล้วก็เกือบแสนบาท แถมไอ้โปรเจกต์ใหญ่ที่หัวหน้าเพิ่งเอาหน้าไปรับโล่เมื่อวาน... ก็เป็นฝีมือผมไม่ใช่เหรอครับ?"
"ไอ้วิน! แกอย่ามาปากดีนะ!" ประวิทย์หน้าดำคร่ำเครียดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นิ้วชี้หน้าวินด้วยความสั่นเทาด้วยความโกรธ "แกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น! ถ้าแกกล้าเดินออกจากห้องนี้โดยยังไม่เคลียร์งานค้างทั้งหมด ฉันจะใส่ชื่อแกขึ้นบัญชีดำ ทำให้แกไม่มีทางหาบริษัทไหนในประเทศนี้รับเข้าทำงานอีกเลยตลอดชีวิต!"
การข่มขู่ระดับอนุบาลนี้ทำ้าวินหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่นห้อง
รินรดาแอบอมยิ้มเล็กน้อย ความหวาดกลัวเมื่อครู่วลาสลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อเธอตระหนักได้ว่า... คนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ ไม่ใช่พนักงานต๊อกต๋อยที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเศรษฐีผู้กุมความมั่งคั่งที่สามารถซื้อชีวิตของไอ้หัวหน้าเฮงซวยคนนี้ได้ด้วยเศษเงินในกระเป๋า
"บัญชีดำเหรอครับ? ฟังดูน่ากลัวจังเลยนะ" วินแกล้งทำเป็นตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างเสแสร้ง ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม "แต่พอดีว่า... ผมไม่มีแผนจะไปสมัครงานที่ไหนอีกแล้วล่ะครับ"
"อ๋อ จะไปเกาะผู้หญิงกินว่างั้น? หรือจะไปเป็นยามเฝ้าตึก?" ประวิทย์หัวเราะเยาะเสียงดังลั่น
"เปล่าเลยครับ..." วินหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มละไม "พอดีว่าผมสนใจตึกหลังนี้ขึ้นมาน่ะครับ... เห็นว่าบริษัทเราเช่าพื้นที่ตึกนี้อยู่ชั้น 1 ถึงชั้น 15 สินะครับ ค่าเช่าเดือนหนึ่งก็หลายล้านอยู่"
ประวิทย์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง "แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแก?"
"ผมไม่ได้พูดเล่นครับ" วินหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท ซึ่งแสดงยอดตัวเลขเงินฝากเก้าหลักให้ประวิทย์ดูแวบหนึ่ง ก่อนจะกดโทรออกหาบุคคลสำคัญ "สวัสดีครับ... ฝ่ายบริหารสินทรัพย์เครืออสังหาริมทรัพย์ระดับโลกใช่ไหมครับ พอดีผมสนใจจะซื้อ 'แกรนด์ ทาวเวอร์' ทั้งตึกครับ... ใช่ครับ เอาเงินสด โอนจบภายในสิบนาทีนี้เลย... รบกวนส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและเอกสารสิทธิ์มาที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 15 ด่วนที่สุดด้วยนะครับ"
ห้องทำงานของหัวหน้าแผนกตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ประวิทย์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน สมองของเขาประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยิน
ซื้อตึกแกรนด์ ทาวเวอร์ ทั้งตึกด้วยเงินสด?!
นี่มันเรื่องตลกบ้าอะไรกันวะ! ตึกราคานับหมื่นล้านเนี่ยนะ จะซื้อกันง่ายๆ เหมือนซื้อลูกอมหน้าปากซอย?!
"แก... แกมันไอ้คนสติไม่ดี!" ประวิทย์แผดเสียงตะโกนกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง "โทรศัพท์เล่นละครตบตาใครเขากล้าเชื่อวะ! รปภ.! รปภ. อยู่ไหน! ลากไอ้คนบ้าตระเวนสร้างความวุ่นวายนี้ออกไปจากบริษัทเดี๋ยวนี้!"
ประวิทย์ตะโกนเรียกเสียงดังจนพนักงานคนอื่นๆ ในแผนกต่างพากันชะเง้อมองผ่านกระจกใสเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา เธอรู้ดีว่าจุดจบของไอ้หัวหน้าปากดีคนนี้กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ด้านหลังมีผู้ติดตามถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำสนิทอีกสามคน ท่าทีของพวกเขานอบน้อมและร้อนรนราวกับกำลังวิ่งแข่งกับเวลา
ประวิทย์ขมวดคิ้วหันไปตวาด "พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในห้องผู้จัดการแผนก..."
แต่ยังไม่ทันที่ประวิทย์จะได้พูดจบ ชายวัยกลางคนในชุดสูทคนนั้นก็เดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ใยดี ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ ชายคนนั้นตรงเข้าไปโค้งคำนับให้วินด้วยความเคารพสูงสุดจนหลังแทบขนานกับพื้นห้อง
"ก...กราบเรียนท่านประธานวินครับ!" เสียงของผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "เอกสารสิทธิ์การครอบครอง 'แกรนด์ ทาวเวอร์' ทั้งหมด 45 ชั้น ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของท่านเรียบร้อยสมบูรณ์แบบแล้วครับ! ตอนนี้ท่านคือเจ้าของตึกแห่งนี้อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวครับ!"
ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที
ประวิทย์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์จนแทบดูไม่ได้ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
วินปรายตามองประวิทย์ที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้วิญญาณของประวิทย์แทบหลุดออกจากร่าง
"ในฐานะที่ผมเพิ่งซื้อตึกหลังนี้..." วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับราชันย์ "คำสั่งแรกของผมในฐานะเจ้าของตึกคนใหม่... คือการขับไล่บริษัทเฮงซวยนี่ออกไปให้พ้นจากตึกของผมภายใน 24 ชั่วโมงนี้ครับ!"
ประวิทย์เข่าทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที ดวงตาเบิกโพรงด้วยความช็อกสุดขีด รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มเบื้องหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มสะใจให้
วินก้มลงมองประวิทย์ที่กำลังตัวสั่นระริกแทบเท้า ก่อนจะควักบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินออกมาเคาะเบาๆ บนหัวของอดีตหัวหน้างานผู้น่าสมเพช
คลิก... เสียงรูดบัตรในจินตนาการดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น ขณะที่วินหันไปสบตารินรดาแล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ
"ไปกินชาบูกันเถอะครับคุณคู่หมั้น... พอดีผมรำคาญเสียงเห่าหอนแถวนี้เต็มทีแล้วล่ะครับ"
---
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 5
หัวหน้างานที่น่าหมั่นไส้
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!