ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 26

งานประมูลการกุศลที่วินครอง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าจะประมูลกันด้วยเศษกระดาษแผ่นละไม่กี่ล้าน เพื่อเอาหน้าเอาตาในสังคมไฮโซจอมปลอม... รบกวนช่วยหลบทางให้คนที่มีปัญหากับการใช้เงินสดหน่อยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่กวนประสาทถึงขั้วหัวใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมระดับเจ็ดดาว แสงไฟสปอตไลท์สีทองสาดส่องลงมายังร่างของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว วินยืนไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในสวนหลังบ้าน ไม่ใช่การมาร่วมงานประมูลการกุศลที่รวบรวมมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศเอาไว้ ข้างกายเขา รินรดาในชุดราตรีสีดำสนิทผู้ทำหน้าที่คู่หมั้นและผู้ร่วมชะตากรรม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างปลงตก เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ พลางกระซิบเสียงลอดไรฟัน "คุณวิน... นี่คืองานการกุศลช่วยเหลือเด็กยากไร้นะคะ เอ๊ย... นะครับ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาประชดใคร" "ผมไม่ได้ประชดสักหน่อยครับริน" วินหันไปยิ้มกวนประสาทให้เธอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน "ผมแค่มองว่า ของไร้ค่าพวกนี้... มันสมควรไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมที่สุดต่างหาก" สิ้นคำพูดของวิน สายตาทุกคู่ในห้องประชุมนับร้อยชีวิตก็พุ่งเป้ามาที่เขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะ 'คุณชายพงศกร' ทายาทห้างสรรพสินค้าชื่อดังผู้ผูกขาดการประมูลของชิ้นเอกในงานนี้มาสามปีซ้อน ใบหน้าของพงศกรบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปーン เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อสีขาวโพลน "แก... ไอ้บ้านนอกเพิ่งพ้นกลิ่นโคลนสาบควาย!" พงศกรกัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนชี้หน้าวินท่ามกลางความตื่นตระหนกของแขกเหรื่อ "แกคิดว่ามีเงินจากไหนมาทำเป็นกร่างในนี้วะ! รูปปั้นหยกจักรพรรดิชิ้นนี้ ประเมินราคาเริ่มต้นสิบล้านบาท แกมีปัญญาจ่ายเรอะ หรือแค่เข้ามาป่วนงานเพื่อหวังเกาะกระดาษหน้าสังคม!" เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง บรรดาไฮโซผู้ดีตีนแดงต่างพากันหัวเราะเยาะและมองวินด้วยสายตารังเกียจ บ้างก็ส่ายหัวด้วยความสมเพชเวทนา รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับไอ้คุณชายปากเสียคนนั้นเพื่อปกป้องวิน แต่ทว่า... วินกลับยกมือขึ้นห้ามเธอไว้เบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงประดับอยู่ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดปกสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น "สิบล้านเหรอครับ?" วินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างเยือกเย็นและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "สำหรับผมแล้ว... ตัวเลขสิบล้านมันเป็นแค่เศษเหรียญที่ผมทำตกไว้ใต้เบาะรถหรูตอนซักเบาะเท่านั้นแหละครับ" "สามสิบล้าน!" พงศกรตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความโมโหเลือดขึ้นหน้า แย่งไมโครโฟนจากพิธีกรมาประกาศเอง "ฉันให้สามสิบล้านบาทถ้วน! อยากรู้นักว่าแกจะมีปัญญาควักเงินสดมาจากไหนไอ้ขี้คุย!" ผู้คนในงานส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่ง สามสิบล้านสำหรับรูปปั้นหยกชิ้นเดียวถือว่าเกินราคาประเมินไปไกลโขแล้ว พงศกรจ้องมองวินด้วยสายตาท้าทาย ราวกับจะบอกว่า *'แน่จริงก็ทุ่มมาสิไอ้กระจอก!'* วินกะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปกระซิบกับรินรดาเบาๆ "รินครับ คุณว่าหยกนี่เอาไปทุบทำที่ทับกระดาษบนโต๊ะทำงานผม จะดูเก๋ดีไหมครับ?" รินรดากรอกตาขึ้นฟ้า เธอเริ่มชินชา1กับความสติหลุดของแฟนหนุ่มเสียแล้ว "ตามใจคุณเถอะค่ะ... เอ๊ย! ตามใจคุณเถอะครับ อยากทำอะไรก็เชิญเลย ฉันขี้เกียจห้ามแล้ว" วินยิ้มกริ่ม เขาหันกลับมาหาพิธีกรบนเวที ยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชูให้ทุกคนเห็นชัดๆ "ห้าร้อยล้านบาทครับ" ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าครอบงำห้องจัดเลี้ยงทันที ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สมองของทุกคนหยุดทำงานไปชั่วขณะ *ห้าร้อยล้าน!?* สำหรับหยกชิ้นเดียวเนี่ยนะบ้าไปแล้ว! พงศกรหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่ถือไมโครโฟนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "แก... แกมันบ้า! แกไม่มีทางมีเงินห้าร้อยล้านหรอก! ประธานกรรมการ! ผมขอให้ตรวจสอบบัญชีของไอ้บ้านี่ มันต้องเป็นการก่อกวนงานการกุศลแน่ๆ!" ประธานกรรมการมูลนิธิผู้จัดงานหน้าตาตื่นตระหนก รีบส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินนำเครื่องรูดบัตรเครดิตพกพา (EDC) เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะของวินทันทีท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่ลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจ "เรียนเชิญท่านผู้มีอุปการคุณ... เอ่อ... รบกวนแสดงบัตรเครดิตเพื่อยืนยันวงเงินด้วยครับ" พนักงานฝ่ายการเงินหน้าซีดเซียว เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความกดดัน วินไม่พูดพร่ำทำเพลง ควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบ "บัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด" ที่สลักลวดลายทองคำแท้ด้วยมือ ออกมาโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *กริ๊ง* แสงไฟจากแชนเดอเลียร์สะท้อนกับผิวบัตรจนเกิดประกายระยิบระยับ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในงานถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย *"นั่นมัน... บัตร Black Centurion Limited Edition ของธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์! บัตรระดับที่ทั่วโลกมีไม่ถึงสิบล่างใบ!"* วินยื่นมือไปแตะบัตรลงบนเครื่องรูดด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย นิ้วเรียวยาวกดรหัสผ่านหกตัวอย่างไม่ลังเล *ตี๊ดดดดดด—!* เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังสนั่นกังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยง พร้อมกับกระดาษใบเสร็จที่พิมพ์ยาวเหยียดออกมาจากเครื่อง ตัวเลขวงเงินคงเหลือบนหน้าจอ... ยาวเหยียดจนพนักงานต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกเพื่อความแน่ใจ *สถานะ: ชำระเงินสำเร็จ (Approved)* วินดึงบัตรเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าพงศกรที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ล้มพับลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้ศักดิ์ศรี "ขอบคุณที่อุดหนุนเงินเข้ามูลนิธินะครับ..." วินยิ้มละมุนให้ประธานกรรมการมูลนิธิที่ตอนนี้โค้งคำนับเขาเกือบ 90 องศาด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนที่วินจะหันไปสั่งการเสียงเรียบกับบอดี้การ์ดชุดสูทดำสี่คนที่ยืนรออยู่ด้านหลัง "ช่วยเอาหยกชิ้นนี้... ไปโยนใส่ถังขยะหน้าโรงแรมให้ทีนะครับ พอดีผมเกลียดของที่มันราคาถูกเกินไปจนแสบตา... อ้อ แล้วก็" วินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองพงศกรที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "พรุ่งนี้เช้า... ช่วยกว้านซื้อหุ้นบริษัทพ่อของไอ้คุณชายคนนี้ทั้งหมด แล้วเปลี่ยนให้มันกลายเป็นบริษัทรับกำจัดขยะมูลฝอยให้ผมทีนะครับ... พอดีช่วงนี้บริษัทผมกำลังขาดแคลนคนเก็บขยะที่มีความสามารถพิเศษพอดีเลยครับ" รินรดากลั้นหัวเราะจนตัวสั่น เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา แต่ตอนนี้เขากลับกุมอำนาจที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ด้วยการรูดบัตรเพียงครั้งเดียว *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความกวนประสาทนี้เสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%