"ถ้าจะประมูลกันด้วยเศษกระดาษแผ่นละไม่กี่ล้าน เพื่อเอาหน้าเอาตาในสังคมไฮโซจอมปลอม... รบกวนช่วยหลบทางให้คนที่มีปัญหากับการใช้เงินสดหน่อยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กวนประสาทถึงขั้วหัวใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมระดับเจ็ดดาว แสงไฟสปอตไลท์สีทองสาดส่องลงมายังร่างของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว วินยืนไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในสวนหลังบ้าน ไม่ใช่การมาร่วมงานประมูลการกุศลที่รวบรวมมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศเอาไว้
ข้างกายเขา รินรดาในชุดราตรีสีดำสนิทผู้ทำหน้าที่คู่หมั้นและผู้ร่วมชะตากรรม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างปลงตก เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ พลางกระซิบเสียงลอดไรฟัน "คุณวิน... นี่คืองานการกุศลช่วยเหลือเด็กยากไร้นะคะ เอ๊ย... นะครับ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาประชดใคร"
"ผมไม่ได้ประชดสักหน่อยครับริน" วินหันไปยิ้มกวนประสาทให้เธอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน "ผมแค่มองว่า ของไร้ค่าพวกนี้... มันสมควรไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมที่สุดต่างหาก"
สิ้นคำพูดของวิน สายตาทุกคู่ในห้องประชุมนับร้อยชีวิตก็พุ่งเป้ามาที่เขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะ 'คุณชายพงศกร' ทายาทห้างสรรพสินค้าชื่อดังผู้ผูกขาดการประมูลของชิ้นเอกในงานนี้มาสามปีซ้อน ใบหน้าของพงศกรบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปーン เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อสีขาวโพลน
"แก... ไอ้บ้านนอกเพิ่งพ้นกลิ่นโคลนสาบควาย!" พงศกรกัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนชี้หน้าวินท่ามกลางความตื่นตระหนกของแขกเหรื่อ "แกคิดว่ามีเงินจากไหนมาทำเป็นกร่างในนี้วะ! รูปปั้นหยกจักรพรรดิชิ้นนี้ ประเมินราคาเริ่มต้นสิบล้านบาท แกมีปัญญาจ่ายเรอะ หรือแค่เข้ามาป่วนงานเพื่อหวังเกาะกระดาษหน้าสังคม!"
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง บรรดาไฮโซผู้ดีตีนแดงต่างพากันหัวเราะเยาะและมองวินด้วยสายตารังเกียจ บ้างก็ส่ายหัวด้วยความสมเพชเวทนา
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับไอ้คุณชายปากเสียคนนั้นเพื่อปกป้องวิน แต่ทว่า... วินกลับยกมือขึ้นห้ามเธอไว้เบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงประดับอยู่ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดปกสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น
"สิบล้านเหรอครับ?" วินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างเยือกเย็นและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "สำหรับผมแล้ว... ตัวเลขสิบล้านมันเป็นแค่เศษเหรียญที่ผมทำตกไว้ใต้เบาะรถหรูตอนซักเบาะเท่านั้นแหละครับ"
"สามสิบล้าน!" พงศกรตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความโมโหเลือดขึ้นหน้า แย่งไมโครโฟนจากพิธีกรมาประกาศเอง "ฉันให้สามสิบล้านบาทถ้วน! อยากรู้นักว่าแกจะมีปัญญาควักเงินสดมาจากไหนไอ้ขี้คุย!"
ผู้คนในงานส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่ง สามสิบล้านสำหรับรูปปั้นหยกชิ้นเดียวถือว่าเกินราคาประเมินไปไกลโขแล้ว พงศกรจ้องมองวินด้วยสายตาท้าทาย ราวกับจะบอกว่า *'แน่จริงก็ทุ่มมาสิไอ้กระจอก!'*
วินกะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปกระซิบกับรินรดาเบาๆ "รินครับ คุณว่าหยกนี่เอาไปทุบทำที่ทับกระดาษบนโต๊ะทำงานผม จะดูเก๋ดีไหมครับ?"
รินรดากรอกตาขึ้นฟ้า เธอเริ่มชินชา1กับความสติหลุดของแฟนหนุ่มเสียแล้ว "ตามใจคุณเถอะค่ะ... เอ๊ย! ตามใจคุณเถอะครับ อยากทำอะไรก็เชิญเลย ฉันขี้เกียจห้ามแล้ว"
วินยิ้มกริ่ม เขาหันกลับมาหาพิธีกรบนเวที ยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชูให้ทุกคนเห็นชัดๆ
"ห้าร้อยล้านบาทครับ"
ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าครอบงำห้องจัดเลี้ยงทันที ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สมองของทุกคนหยุดทำงานไปชั่วขณะ
*ห้าร้อยล้าน!?* สำหรับหยกชิ้นเดียวเนี่ยนะบ้าไปแล้ว!
พงศกรหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่ถือไมโครโฟนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "แก... แกมันบ้า! แกไม่มีทางมีเงินห้าร้อยล้านหรอก! ประธานกรรมการ! ผมขอให้ตรวจสอบบัญชีของไอ้บ้านี่ มันต้องเป็นการก่อกวนงานการกุศลแน่ๆ!"
ประธานกรรมการมูลนิธิผู้จัดงานหน้าตาตื่นตระหนก รีบส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินนำเครื่องรูดบัตรเครดิตพกพา (EDC) เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะของวินทันทีท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่ลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจ
"เรียนเชิญท่านผู้มีอุปการคุณ... เอ่อ... รบกวนแสดงบัตรเครดิตเพื่อยืนยันวงเงินด้วยครับ" พนักงานฝ่ายการเงินหน้าซีดเซียว เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความกดดัน
วินไม่พูดพร่ำทำเพลง ควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบ "บัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด" ที่สลักลวดลายทองคำแท้ด้วยมือ ออกมาโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *กริ๊ง*
แสงไฟจากแชนเดอเลียร์สะท้อนกับผิวบัตรจนเกิดประกายระยิบระยับ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในงานถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
*"นั่นมัน... บัตร Black Centurion Limited Edition ของธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์! บัตรระดับที่ทั่วโลกมีไม่ถึงสิบล่างใบ!"*
วินยื่นมือไปแตะบัตรลงบนเครื่องรูดด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย นิ้วเรียวยาวกดรหัสผ่านหกตัวอย่างไม่ลังเล
*ตี๊ดดดดดด—!*
เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังสนั่นกังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยง พร้อมกับกระดาษใบเสร็จที่พิมพ์ยาวเหยียดออกมาจากเครื่อง ตัวเลขวงเงินคงเหลือบนหน้าจอ... ยาวเหยียดจนพนักงานต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกเพื่อความแน่ใจ
*สถานะ: ชำระเงินสำเร็จ (Approved)*
วินดึงบัตรเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าพงศกรที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ล้มพับลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ขอบคุณที่อุดหนุนเงินเข้ามูลนิธินะครับ..." วินยิ้มละมุนให้ประธานกรรมการมูลนิธิที่ตอนนี้โค้งคำนับเขาเกือบ 90 องศาด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนที่วินจะหันไปสั่งการเสียงเรียบกับบอดี้การ์ดชุดสูทดำสี่คนที่ยืนรออยู่ด้านหลัง
"ช่วยเอาหยกชิ้นนี้... ไปโยนใส่ถังขยะหน้าโรงแรมให้ทีนะครับ พอดีผมเกลียดของที่มันราคาถูกเกินไปจนแสบตา... อ้อ แล้วก็"
วินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองพงศกรที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน
"พรุ่งนี้เช้า... ช่วยกว้านซื้อหุ้นบริษัทพ่อของไอ้คุณชายคนนี้ทั้งหมด แล้วเปลี่ยนให้มันกลายเป็นบริษัทรับกำจัดขยะมูลฝอยให้ผมทีนะครับ... พอดีช่วงนี้บริษัทผมกำลังขาดแคลนคนเก็บขยะที่มีความสามารถพิเศษพอดีเลยครับ"
รินรดากลั้นหัวเราะจนตัวสั่น เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา แต่ตอนนี้เขากลับกุมอำนาจที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ด้วยการรูดบัตรเพียงครั้งเดียว
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความกวนประสาทนี้เสมอนะครับ*
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 26
งานประมูลการกุศลที่วินครอง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!