เสียงกระดาษรายงานผลประกอบการที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมของตึก “โกลบอล เอ็นเตอร์ไพรส์” กลิ่นอายของความพ่ายแพ้ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟราคาแพงที่เย็นชืด
"เจ๊งสนิท... หุ้นร่วงติดฟลอร์ติดต่อกันเจ็ดวัน และตอนนี้หนี้สินก้อนโตกำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่ตระกูลเราสร้างมา"
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง เขาคือ "กิตติ" ประธานกรรมการบริหารผู้เคยยิ่งยศ แต่ในนาทีนี้กลับนั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง เบื้องหน้าของเขาคือเอกสารล้มละลายที่ฟ้องร้องคาคาซองจากเจ้าหนี้รายใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกล—แต่มันคือบริษัทคู่แข่งที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำจนจมดิน
รินรดายืนกอดอกพิงผนกระจกใส เธอมองภาพนั้นด้วยแววตาเรียเฉย ชุดสูทสีเทาเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันน่าเกรงขาม แต่มุมปากของเธอกลับซ่อนรอยยิ้มเยาะหยันไว้ได้อย่างแนบเนียน เธอหันไปมองชายหนุ่มผู้สวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโปรด ที่กำลังนั่งไขว่ห้างแคะขี้เล็บอยู่มุมห้องราวกับว่าวิกฤตเศรษฐกิจตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกคาפהเฟ่
วิน... อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่ตอนนี้บัญชีธนาคารของเขามียอดเงินหมุนเวียนระดับทุบสถิติโลก
"คุณวินครับ... หน้าตาของอดีตคนที่เคยไล่เราออกจากบริษัทเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้ดูไม่ค่อยจืดเลยนะครับว่าไหม" รินรดากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงติดตลก เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีแดงเพลิงให้เขา "ระบบแจ้งเตือนเมื่อครู่... คุณเพิ่งถูกหักเงินไปห้าสิบ миллионบาทเพื่อปลดล็อกโหมด 'เทพสงครามไร้พ่าย' แถมระบบยังแอบกระซิบมาอีกนะว่า... บุคคลที่คุณกำลังปกป้องในตอนนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่คนที่คุณคิด"
วินชะงักมือที่กำลังแคะเล็บ เขากวาดสายตามองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่สั่นระรัว ข้อความแจ้งเตือนจากระบบสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเด่นชัด:
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ยอดเงินในบัญชีถูกหักอัตโนมัติ 50,000,000 บาท เพื่อปลดล็อกโหมด "เทพสงครามไร้พ่าย"... และบุคคลที่คุณกำลังปกป้อง... แท้จริงแล้วไม่ใช่คนที่คุณคิด]*
วินขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเหลือบมองรินรดาทีหนึ่ง ดวงตาคู่คมของเธอมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะยกยิ้มมุมปาก ความกวนประสาทตามสไตล์ของเขาไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่นินทาเดียว
"ไม่ใช่คนที่ผมคิดงั้นเหรอ?" วินพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียงข้อต่อกระดูกลั่นกรอบเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ "ช่างเถอะครับ เงินห้าสิบล้านสำหรับผมตอนนี้มันก็แค่เศษเงินที่ร่วงหล่นระหว่างทางเดินไปซื้อลูกอม แต่ถ้ามันทำให้ผมได้ซื้อบริษัทกากๆ แห่งนี้มาเป็นสนามเด็กเล่น... ก็นับว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์"
พรึบ!
วินโยนเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะประชุมไม้สักทอง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังสนั่นจนกิตติและเหล่าบอร์ดบริหารสะดุ้งเฮือก กิตติเงยหน้าขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืน
"แก! ไอ้เด็กส่งเอกสารวิน! แกกล้าดียังไง..."
"ผมไม่ได้กล้าแค่กระดาษหรอกครับท่านประธานผู้ร่วงหล่น" วinพูดแทรกด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่แววตากลับเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมทีละก้าว จังหวะฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับแม่ทัพเหยียบย่ามสนามรบ "แต่ผมกำลังจะบอกว่า... บริษัทที่คุณรักนักหนา ตอนนี้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของผมเรียบร้อยแล้ว"
กิตติเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "เป็นไปไม่ได้! หนี้สินสามพันล้าน ใครหน้าไหนมันจะกล้าซื้อต่อ!"
"ก็ผมนี่แหละครับ" วินยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด "ด้วยเงินสด... ไม่ใช่เช็คเด้งแบบที่พวกคุณชอบใช้ต้มตุ๋นชาวบ้าน"
รินรดาเดินเข้ามาเคียงข้างวิน เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาแสดงตัวเลขการโอนเงินสดเข้าบัญชีกลางของสำนักงานบังคับคดีแบบเรียลไทม์ ตัวเลขสีเขียวพุ่งทะยานจนบอร์ดบริหารหลายคนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ด้วยความช็อก
"คุณวิน... คุณบ้าไปแล้วเหรอครับ ซื้อบริษัทที่ใกล้ล้มละลายเนี่ยนะ?" กิตติเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "มันไม่มีทางทำกำไรได้หรอก! โครงสร้างมันพังหมดแล้ว!"
"นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ผมซื้อ" วินหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าหมั่นไส้ "ของเน่าๆ ที่พวกคุณบริหารจนเจ๊ง ในมือผมมันจะกลายเป็นทองคำแท้บริสุทธิ์... และที่สำคัญที่สุด ผมไม่ได้ซื้อมาเพื่อกอบกู้มันหรอกนะครับ"
วินก้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของกิตติที่กำลังสั่นเทา รอยยิ้มของเขาเปี่ยมด้วยความสะใจแบบที่รินรดาเห็นแล้วต้องแอบอมยิ้มตาม
"ผมซื้อ... เพื่อไล่พวกคุณออกทีละคนต่างหากล่ะครับ"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กิตติทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของชายหนุ่มที่เขาเคยเหยียดหยาม
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับชัยชนะอันรวดเร็วและเด็ดขาดของวินนั้น รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ข้อความเตือนจากระบบที่วินเพิ่งอ่านผ่านตาเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ — *บุคคลที่คุณกำลังปกป้อง แท้จริงแล้วไม่ใช่คนที่คุณคิด*
รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้อง ประตูทางออกห้องประชุมที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง ร่างเงาของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นก้องกังวาน
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นการซื้อกิจการที่น่าประทับใจเสียจริงครับ คุณวิน... ไม่สิ ลูกชายผู้พลัดพรากของผม"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ทว่าใบหน้าของเขากลับทำให้วินถึงกับชะงักค้าง รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของวินเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาสั่นไหวด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าชายปริศนาคนนั้นคือประธานกลุ่มการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ—บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของครอบครัวเขาเอง
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... เขากำลังยืนอยู่เคียงข้างรินรดา พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นและเลือดเย็นในเวลาเดียวกัน!
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ผมเตรียมไว้ให้ลูกชายคนเก่ง... นะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและความสะใจมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิดนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 25
การซื้อบริษัทคู่แข่งคืนชีพ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!