เสียงกรีดร้องของกระดาษเอกสารสัญญา มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทถูกฉีกทิ้งจนแหลกละเอียด ไม่ใช่เสียงที่รินรดาคาดว่าจะได้ยินในห้องประชุมหรูหราของตระกูลผู้ดีเก่า "บูรพาภิรมย์"
หญิงสาวถูกมัดมือติดไว้กับเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง เบื้องหน้าของเธอคือชายสูงวัยผมสีดอกการ์เลต์ นามว่า "เจ้าสัวกิตติ" ผู้นำตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ แต่ปัจจุบันกำลังยืนมองหน้าเธอด้วยแววตาเหยียดหยามราวกับเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"บอกไอ้เด็กสร้างภาพคนนั้นซะ ถ้ารักษาบริษัทของแกไม่ได้ ก็จعเปิดทางให้ตระกูลเราฮุบหุ้นทั้งหมดซะแต่โดยดี" เจ้าสัวกิตติแค่น1เสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง "แกคิดจริงๆ หรือว่าเงินที่มันหามาได้จากการพนันใต้ดินหรือของผิดกฎหมาย จะมาเทียบชั้นกับอำนาจที่สั่งสมมาตรusร้อยปีของพวกเราได้?"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว แม้ริมฝีปากของเธอจะมีรอยช้ำจางๆ จากการถูกบังคับให้เซ็นเอกสารโอนหุ้น เธอกลับเลือกที่จะยิ้ม ยิ้มเยาะที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
"คุณกำลังเล่นกับไฟ... และไฟกองนั้นกำลังจะเผาบ้านเรือนของคุณจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่หนักแน่น เธอนึกถึงหน้าของวิน—ชายหนุ่มผู้เอาแต่บ่นเรื่องเงินในบัญชีธนาคารที่เพิ่มขึ้นจนน่ารำคาญ ทุกครั้งที่เขาถอนหายใจเพราะได้กำไรจากการซื้อขายหุ้นอย่างไร้สาระ เธอมักจะคิดว่าเขาบ้า แต่วันนี้เธอกลับรู้ซึ้งว่า ความบ้าของวินนั้นน่ากลัวกว่ากองมรดกของตระกูลโบราณนี้เสียอีกหลายร้อยเท่า
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ชั่วคราวของวิน
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนราคาแพงดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสาย หน้าจอแสดงผลกราฟิกของระบบธนาคารระดับโลกกำลังกระพริบเป็นสีแดงฉาน พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้คนปกติคงหัวใจวายตายไปแล้ว: *[แจ้งเตือน: บัญชีหลักถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากมีความพยายามโอนย้ายหุ้น 51% ของบริษัทบูรพาภิรมย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบัญชีตัวจริง]*
วินในชุดเสื้อยืดธรรมดาและกางเกงวอร์มย้วยๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวโปรด เขากำลังถือแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืด ดวงตาคมกริบมองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตกใจ มีเพียงความรำคาญฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
"ให้ตายสิ..." วินพึมพำกับตัวเอง พลางส่ายหัวเบาๆ "ผมแค่อยากจะนอนหลับให้สนิทสักวันสองวัน ทำไมพวกแก่หนังเหนียวถึงชอบหาเรื่องให้ผมต้องเสียเงินค่าทนายความแพงๆ อยู่เรื่อยนะ?"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินเข้ามาใกล้ บอดี้ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนยืนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม หนึ่งในนั้นคือเลขาฯ ส่วนตัวที่ระบบจัดหามาให้ "คุณวินครับ ทีมกฎหมายและหน่วยปฏิบัติ "พิเศษ" ของเราสแตนด์บายเรียบร้อยแล้วครับ ทุกอย่างพร้อมเคลื่อนพลทันทีที่คุณออกคำสั่ง"
วินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังปั้ง! เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที
"เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว... แล้วติดต่อธนาคารกลางประเทศ เอาเงินสดสามหมื่นล้านใส่กระเป๋าเดินทางหนังจระเข้มาให้ผมสิบใบ" วินยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย "วันนี้ผมจะไปซื้อตระกูลบูรพาภิรมย์... ทั้งตระกูลเลยก็แล้วกัน เผื่อพวกเขาจะเลิกส่งเสียงน่ารำคาญใส่หูผมสักที"
ตัดกลับมาที่ห้องประชุมตระกูลบูรพาภิรมย์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เจ้าสัวกิตติเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ โทรศัพท์มือถือของทนายความประจำตระกูลสั่นรัวจนต้องหยิบขึ้นมาดูด้วยมืออันสั่นเทา
"ทะ... ท่านครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ทนายความหน้าซีดเผือด วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเจ้าสัว "หุ้นในตลาดของกลุ่มเรา... ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงภายในเวลาสามนาที! ไม่ใช่แค่บริษัทลูกนะครรับ แต่เป็นบริษัทแม่ทั้งหมด! บัญชีของพวกเรา... ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดแล้ว!"
เจ้าสัวกิตติเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ "เป็นไปได้ยังไง! ใครมีเงินทุนมหาศาลขนาดนั้นในเวลาสั้นๆ แบบนี้! ธนาคารไหนมันกล้าปล่อยกู้ให้เด็กนั่น!"
"ไม่ใช่การกู้ยืมครับท่าน..." เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งดังขึ้นที่ประตูห้องประชุม ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโล่งอก รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที
"วิน..." เธอกระซิบเบาๆ
วินกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่เจ้าสัวกิตติผู้กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามที่ไม่มีแถบแม่เหล็กใดๆ ออกมาควงเล่นอย่างไม่ใส่ใจ
"ขอโทษทีนะครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหนดี" วินเดินตรงเข้าไปใกล้เจ้าสัวที่กำลังยืนตัวสั่นเทา "คุณบอกว่าตระกูลของคุณมีประวัติศาสตร์ยาวนานร้อยปีใช่ไหมครับ? น่าสนใจดีจัง... ผมกำลังมองหาที่ดินสร้างห้องน้ำแมวพอดีเลย ไม่ทราบว่าตระกูลของคุณขายเหมาทั้งหมดในราคาห้าร้อยล้านพอกล้อมแกล้มไหมครับ?"
"แก... แกเป็นใครกันแน่!" เจ้าสัวกิตติคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังถูกเหยียบย่ำด้วยรองเท้าผ้าใบคู่เก่าของเด็กหนุ่มตรงหน้า
วินหยุดยืนห่างจากเจ้าสัวเพียงแค่ก้าวเดียว เขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของชายชราด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น
"ผมก็แค่อดีตพนักงานต๊อกต๋อย... ที่บังเอิญรำคาญเสียงเห่าของสุนัขแก่แถวนี้เท่านั้นเองครับ" วินยืดตัวตรงแล้วหันไปมองเลขาฯ ด้านหลัง "จัดการซื้อตระกูลนี้ให้หมด แล้วไล่ทุกคนออกไปยืนตากฝนข้างนอก... อ้อ ห้ามเอาพรมราคาแพงพวกนี้ออกไปด้วยนะ ผมจะให้คนเอาขยะมาทิ้งทับซะให้เข็ด"
เจ้าสัวกิตติทรุดฮวบลงกับพื้น แรงทั้งหมดหายไปจากร่างเมื่อหน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความยืนยันการล้มละลายของตระกูลอย่างเป็นทางการ ความยิ่งใหญ่ที่สร้างมาหลายชั่วคนพังทลายลงภายในพริบตาเดียวด้วยอำนาจเงินที่ไร้ขีดจำกัด
วินหันกลับมาหารินรดาที่กำลังถูกมัดอยู่ เขาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยหน่าย พลางส่ายหัวเบาๆ
"เฮ้อ... เสียเวลาชะมัด วันหลังถ้าจะโดนจับตัวเป็นตัวประกัน ช่วยเลือกตระกูลที่รวยกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ?" วินบ่นอุบอบขณะก้มลงแก้เชือกให้เธอ "รู้ไหมว่าผมต้องเสียเงินค่าเฮลิคอปเตอร์ไปตั้งเท่าไหร่... แบบนี้ผมต้องขอเบิกค่าทำขวัญจากคุณด้วยการพาไปกินบุฟเฟต์ข้างทางแล้วล่ะครับ"
รินรดาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เธอทุบไหล่เขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ปนความโล่งใจ "นายมันบ้าที่สุดเลย วิน..."
ในจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมที่บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังทางธุรกิจ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบธนาคารในมือถือของวินก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพสตรีปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้า พร้อมกับเอกสารลับที่ระบุชื่อของวินในฐานะ "ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในโลก" คนใหม่
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 29
รินรดาโดนลักพาตัว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!