"ถอยรถออกไปเดี๋ยวนี้! หรือจะให้ฉันโทรเรียกหน่วยรบพิเศษมาลากพวกแกไปนอนคุกใต้ดิน!"
เสียงตวาดแหลมสูงของรินรดาแว่วลอดผ่านกระจกกันกระสุนเข้ามาในห้องรับแขก บรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด รถยนต์สีดำสนิทติดฟิล์มทึบทั้งสี่คันจอดปิดตายทางออกทุกองศา ไร้ป้ายทะเบียน ไร้สังกัด และส่งกลิ่นอายคุกคามราวกับฝูงไฮยีน่าที่รอจะขย้ำเหยื่อ ทว่าใจกลางความโกลาหลนั้น วินกลับกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดริปราคาแพงลิบลิ่วอย่างสบายใจอารมณ์ บนหน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้ากำลังรันข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบที่ดังระรัวไม่หยุดหย่อน
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการพยายามเจาะระบบการเงินจากบุคคลไม่ทราบฝ่าย... เป้าหมายคือการอายัดบัญชีทั้งหมดของคุณโดยคำสั่งศาลลับระดับประเทศ...]*
"คุณวินคะ! ยังจะมีอารมณ์มานั่งจิบกาแฟอยู่อีกเหรอคะ!" รินรดาผลุนผลายเปิดประตูเข้ามา ใบหน้าสวยคมฉายแววร้อนรนจนเหงื่อกาฬซึมตามไรผม เธอคว้าแขนเขาไว้แน่น "ข้างนอกนั่นล้อมไว้หมดแล้ว สำนักข่าวทุกช่องกำลังตีข่าวว่าคุณเป็นหัวหน้าแก๊งฟอกเงินข้ามชาติ! พวกเขาบอกว่าทรัพย์สินพันล้านของคุณได้มาจากการค้ายาเสพติด!"
วินวางแก้วกาแฟลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เขาช้อนตามองหญิงสาวผู้เป็นคู่หมั้น ส่ายหัวเบาๆ ด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามเอกลักษณ์ประจำตัว
"โธ่ รินรดาครับ..." วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "ผมเนี่ยนะค้ายา หน้าตาอย่างผมเหมือนคนมีแรงแบกกระสอบยาเสพติดเหรอครับ? แค่ลุกจากโซฟาไปหยิบรีโมทยังเป็นภาระทางจิตวิญญาณเลยนะริน"
"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะคะวิน! ศาลลับกำลังจะออกหมายอายัดบัญชีคุณ! ถ้าบัญชีโดนแช่แข็ง เราจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายในสามนาที!" รินรดากัดริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความอัดอั้น เธอยอมทนลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาตั้งแต่สมัยยังเป็นพนักงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นห้า จนวันที่เขารวยล้นฟ้า เธอไม่เคยหวังสมบัติอะไรเลยนอกจากอยากเห็นเขามีความสุข แต่วันนี้... กลับมีอำนาจมืดพยายามจะพังทุกอย่างลงในพริบตา
วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายื่นมือไปปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนไหล่ของรินรดาเบาๆ สายตาที่มักจะมองโลกในแง่ร้ายเสมอ บัดนี้กลับประกายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์
"พวกเขาหาว่าผมฟอกเงินใช่ไหมครับ?" วินยิ้มมุมปาก "ดี... ในเมื่ออยากให้ผมเป็นข่าวฉาวนัก ผมก็จะจัดงานแถลงข่าวให้มันยิ่งใหญ่จนแผ่นดินสะเทือนเลยสครับ"
"คุณจะทำอะไร..."
"ไปเตรียมชุดสูทสีขาวให้ผมครับ... แล้วก็โทรตามสื่อทุกสำนักในประเทศ แจ้งข่าวว่า มหาเศรษฐีผู้ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน จะจัดงานแถลงข่าวสดแบบเปิดอก ณ ลานน้ำพุหน้าตึกบัญชาการกลางในอีกสามสิบนาทีนี้!"
***
สามสิบนาทีต่อมา ณ ลานน้ำพุใจกลางเมืองหลวง ฝูงชนและนักข่าวหลายชีวิตต่างเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่เดิน เสียงชัตเตอร์กล้องดังระรัวราวกับพายุฝน แสงแฟลชสาดส่องไปยังโพเดียมสีดำสนิทที่มีโลโก้รูปกระเป๋าเงินทองคำประดับอยู่
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วโลกโซเชียลในชั่วพริบตา #วินมาเฟียล้างเงิน ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว ประชาชนต่างรุมประณาม สาปแช่ง และต้องการเห็นหน้าชายผู้ร่ำรวยผิดปกติคนนี้
ในที่สุด วินก็ก้าวออกมาจากรถลิมูซีนสีดำ ปรากฏตัวในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ท่ามกลางการคุ้มกันของบอดี้การ์ดสวมแว่นดำ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยความกวนประสาทที่แผ่ออกมาจนใครเห็นก็รู้สึกหมั่นไส้
เสียงโห่ร้องและคำถามสาดเสียเทเสียดังขึ้นทันทีที่เขาปรากฏตัว
"คุณวิน! คุณใช้วิธีสกปรกอะไรในการกอบโกยเงินพันล้านครับ!"
"จริงไหมที่บอกว่าคุณคือหัวหน้าขบวนการฟอกเงินระดับชาติ!"
"ลาออกจากตำแหน่งเศรษฐีซะเถอะ ไอ้พวกปล้นชาติ!"
รินรดายืนอยู่ด้านหลังเวที มือเรียวประสานกันแน่นด้วยความตึงเครียด เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความกังวลใจ แม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนสติเฟื่องแค่ไหน แต่นี่คือการเผชิญหน้ากับสื่อมวลชนทั้งประเทศและอำนาจมืดที่พยายามจะเล่นงานเขา
วินก้าวขึ้นไปยืนหน้าไมโครโฟน เขากวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังโกรธเกรี้ยวราวกับฝูงผึ้งแตกรัง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"สวัสดีครับ... ท่านผู้มีเกียรติ และพวกนักข่าวที่กำลังน้ำลายแตกฟองอยู่ข้างล่างนั่น"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กวนประสาทดังผ่านลำโพงทรงพลัง ทำให้เสียงเซ็งแซ่เงียบลงไปชั่วขณะ
"ผมได้ยินข่าวลือหนาหูมากครับ ว่าผม... วิน คนนี้ เป็นมาเฟียล้างเงิน เป็นโจรใส่สูทที่ปล้นเงินประชาชนมาสร้างความสุขส่วนตัว" วินเว้นจังหวะเล็กน้อย ยกมือขึ้นจัดเนกไทอย่างใจเย็น "ผมรู้สึกเสียใจมากจริงๆ ครับ... เสียใจที่พวกคุณจินตนาการกันได้ตื้นเขินและน่าเบื่อมากขนาดนี้"
ฮือ! เสียงฮือฮาด้วยความไม่พอใจดังขึ้นทันทีจากฝูงชน
"ไอ้คนอวดรวย!" เสียงหนึ่งตะโกนแทรกขึ้นมา "ถ้าไม่ได้ฟอกเงิน แกเอาเงินมาจากไหนมากมายวะ! ลองพิสูจน์ให้ดูสิถ้าแกแน่จริง!"
วินหัวเราะในลำคอเบาๆ "พิสูจน์เหรอครับ? คำว่า 'พิสูจน์' สำหรับคนจนอย่างพวกคุณ มันอาจจะต้องใช้เอกสารกองโตและการตรวจสอบบัญชีสามชาติสามภพ... แต่สำหรับผม..."
เขายกมือขึ้นดีดนิ้วดัง *แปะ*
สิ้นเสียงดีดนิ้ว รถบรรทุกหุ้มเกราะขนาดใหญ่ห้าคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหลังเวทีแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง ประตูท้ายรถเปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
ภายในรถบรรทุกเหล่านั้น... อัดแน่นไปด้วยธนบัตรฉบับละหนึ่งพันบาทกองพะเนินสูงท่วมหัว มองด้วยตาเปล่ายังรู้ว่ามันมีมูลค่ามหาศาลจนแทบประเมินค่าไม่ได้!
ฝูงชนนับพันชีวิตกลายเป็นใบ้สนิท ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความช็อกตาค้างจนสมองประมวลผลไม่ทัน
"ในเมื่อพวกคุณสงสัยว่าเงินผมมาจากไหน..." วินกวาดสายตามองฝูงชนด้วยแววตาสุดกวน "ผมขี้เกียจมานั่งอธิบายให้เปลืองน้ำลายครับ วิธีที่ดีที่สุดที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเงิน... คือการแจกให้พวกคุณเอาไปใช้ตรวจสอบกันเองซะเลย!"
วินหันไปพยักหน้าให้ทีมงาน
"เริ่มแจกได้ครับ! ใครอยากได้เงินล้างบาป เชิญมารับไปคนละหนึ่งล้านบาทสดๆ ร้อนๆ ได้เลยครับ!"
*พรึบ!*
เจ้าหน้าที่นับสิบคนเริ่มโปรยธนบัตรสีม่วงลงมาจากเวทีราวกับหิมะโปรยปรายในฤดูหนาว ธนบัตรนับล้านปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า แสงแดดสะท้อนกับปึกเงินจนระยิบระยับบาดตา
วินาทีนั้นเอง จากงานแถลงข่าวที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการดูถูก กลายสภาพเป็นงานจลาจลย่อมๆ ในพริบตา ฝูงคนที่เคยตะโกนด่าทอ ต่างพากันกระโดดโลดเต้นแย่งชิงธนบัตรที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจดังประสานกันระงม คนที่เคยถือป้ายประณามวิน บัดนี้ทิ้งป้ายลงกับพื้นแล้วก้มลงกราบกรานแย่งแบงก์พันกันอย่างน่าอนาถ
รินรดายืนอ้าปากค้าง เธอหันไปมองวินที่กำลังยืนกอดอกอมยิ้มมองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งแกมหมั่นไส้
"คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดีเลยนะคะวิน..." รินรดากล่าวเสียงเบา ส่ายหัวระอา
"เขาเรียกว่าการใช้เงินแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ครับริน" วินหันมาขยิบตาให้เธอ "เงินซื้อความสุขไม่ได้เหรอครับ? ดูสิ ตอนนี้พวกเขารักผมจะตายอยู่แล้ว"
ทว่า ในขณะที่เสียงหัวเราะและความอลหม่านกำลังถึงจุดสูงสุด รอยยิ้มบนใบหน้าของวินก็ค่อยๆ แข็งค้างลง เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขาสั่นสะท้อนแสงสีแดงฉานอีกครั้ง พร้อมข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการถอนเงินจำนวน 50,000,000,000 บาทออกจากบัญชีหลักของคุณ... โดยบุคคลที่สามที่ไม่ระบุตัวตน... และในขณะนี้... บัญชีของคุณถูกเปลี่ยนสถานะเป็น 'ติดลบอนันต์' เรียบร้อยแล้ว]*
วินหันขวับไปมองหน้าจอทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในชีวิต
เสียงเฮฮาของฝูงชนด้านล่างเงียบกริบลงทันที เมื่อจู่ๆ หน้าจอยักษ์กลางเมืองที่เคยฉายภาพงานแถลงข่าว กลับตัดภาพมืดสนิท ก่อนจะปรากฏภาพชายปริศนาสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิท นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานหรู พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วลำโพงทุกตัวในเมือง
"ยินดีด้วยนะคุณวิน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากหน้าจอยักษ์ "เงินที่คุณเพิ่งแจกไปเมื่อครู่... มันไม่ใช่เงินของคุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความกวนประสาทของเศรษฐีพันล้านเรานะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 28
วินต้องหนีข่าวฉาว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!