เสียงกราบกรานของอดีตผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อและพรรคพวกดังระงมเคลือบคราบน้ำตาอยู่เบื้องล่าง รองเท้าหนังราคาแพงของวินเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตอย่างไม่แยแส ขณะที่กลุ่มชายชุดดำร่างยักษ์ระดับหัวกะทิของกองกำลังพิเศษที่ผู้พันส่งมาจัดการ ปลดอาวุธและโยนเศษสวะพวกนั้นลงถังขยะสาธารณะเสร็จสรรพภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีตามคำสั่ง
"เรียบร้อยดีครับคุณวิน" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษก้มศีรษะรายงานด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
วินโบกมือปัดเบาๆ เหมือนไล่แมลงวัน "ดีครับ เก็บกวาดให้สะอาดด้วย ผมเกลียดกลิ่นความโลภ มันเหม็นจนผมอยากจะอ้วก... อ้อ ฝากขอบคุณผู้พันด้วยนะครับ บอกว่าว่างๆ ผมจะส่งเช็คเปล่าไปร่วมทำบุญกองร้อยสักร้อยล้าน"
รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอยังจำได้ดีถึงวันที่พวกมันเคยหัวเราะเยาะเหยียดหยามวินตอนที่เขายังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นห้า แต่วันนี้... โลกใบนี้ทั้งใบแทบจะหมุนตามปลายนิ้วกระดิกของเขาแล้ว
"คุณวินนี่เล่นใหญ่ตลอดเลยนะครับ" รินรดาเอ่ยแซวเบาๆ ระหว่างที่ทั้งคู่เดินออกมาจากตรอกมืดเพื่อไปยังถนนใหญ่ "แค่พวกเศษสวะปากเสีย ถึงกับต้องยืมมือหน่วยรบพิเศษเชียวหรือครับ?"
"โธ่ คุณรินครับ คนเราเวลารำคาญ ยุงตัวเดียวยังต้องใช้ปืนใหญ่ยิงเลยครับ" วินยิ้มกริ่ม ควักกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาหมุนเล่นในมือ "อีกอย่าง วันนี้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ... ว่าแต่ ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำเมื่อกี้บรรยากาศแย่เป็นบ้าเลยเนอะครับ ว่าไหม?"
"ก็เพราะคุณไปประกาศกร้าวกลางร้านว่าจะเหมาตึกทั้งแถวเพื่อไล่ตะردพวกมันนั่นแหละครับ พนักงานเลยเป็นลมล้มพับไปหลายคน" รินรดาส่ายหัวด้วยความระอา แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน
วินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปยังแม่น้ำสายใหญ่ใจกลางมหานคร ที่ซึ่งเกาะขนาดกลางผืนหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางกระแสธาร ที่นั่นเต็มไปด้วยตึกร้างและซากอารยธรรมเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ ไม่มีใครกล้าแตะต้องเพราะติดปัญหาข้อกฎหมายและงบประมาณมหาศาลในการเวนคืน
แต่สำหรับวิน... ปัญหาที่มีป้ายราคาแปะไว้ มันไม่ใช่ปัญหาครับ มันคือสินค้า
"คุณรินครับ..." วินหยุดเดินและหันมามองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาจริงจัง
"อะไรครับ? อย่าบอกนะว่า..." รินรดารู้ทันทันทีเพราะคบหากันมานาน
"เกาะตรงนั้น... สวยดีนะครับว่าไหม?" วินชี้ไปยังเกาะกลางน้ำที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง "ผมเบื่อคอนโดหรูหราพืดเพลิงเต็มทีแล้ว มันกว้างก็จริง แต่หน้าต่างมันเปิดรับลมธรรมชาติได้ไม่สะใจ ปะการังก็ไม่มีให้ดู... เอ๊ะ หรือเราควรจะซื้อเกาะนั้นแล้วสร้างคฤหาสน์พักตากอากาศส่วนตัวดีครับ?"
รินรดาถึงกับอึ้งไปสามวินาที สมองของเธอประมวลผลไม่ทัน "คุณวิน... นั่นมันเกาะกลางเมืองนะครับ! เกาะทั้งเกาะเลยนะ! มันไม่ใช่การซื้อคอนโดห้องมุมนะ ถึงจะบอกว่ารวยก็เถอะ แต่นั่นมันพื้นที่สาธารณะและเขตเศรษฐกิจพิเศษนะ!"
"เงินซื้อได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ครับคุณริน ถ้าซื้อไม่ได้... แปลว่าเงินยังไม่มากพอ" วินยัก 9 ไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบส่วนตัวโดยตรง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ เธออยากจะห้ามปราม แต่ลึกๆ แล้วหัวใจเธอกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เธออยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนที่เธอเลือกฝากชีวิตด้วย จะสร้างความบ้าคลั่งอะไรให้โลกใบนี้ต้องสะเทือนอีก
"สวัสดีครับ ผมวินนะ... พอดีผมยืนมองเกาะกลางแม่น้ำใจกลางเมืองอยู่ แล้วรู้สึกว่าวิวตรงนั้นมันบังสายตาเวลาผมจิบกาแฟตอนเช้าครับ" วินกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังสั่งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล
ปลายสายคือเสียงของเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังประชุมเครียดเรื่องงบประมาณแผ่นดิน เสียงของเลขาฯ สะท้อนความลนลานผ่านลำโพงออกมาเบาๆ *'คะ... คุณวินครับ! เกาะกลางน้ำตรงนั้นมันเป็นพื้นที่โครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลนะครับ มูลค่าการประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาท และติดข้อกฎหมายผังเมือง...'*
"ผมไม่ได้ถามราคาประเมินครับ และไม่ได้สนใจกฎหมายผังเมืองด้วย..." วinตัดบทด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิทจนปลายสายสะعาน *'ผมถามแค่ว่า... ถ้าผมจะซื้อขาดทั้งเกาะเพื่อเอามาสร้างสนามหญ้าส่วนตัวให้หมาของผมวิ่งเล่น รัฐบาลต้องใช้เวลากี่นาทีในการเซ็นโอนโฉนดให้ผม?'*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดายืนมองใบหน้าด้านข้างของวินที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแต่ทรงเสน่ห์อย่างประหลาด ความกล้าหาญที่จะเหยียบย่ำระบบราชการด้วยเงินสดมหาศาลเช่นนี้ มีเพียงอัจฉริยะผู้เสียสติหรือมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมโลกเท่านั้นที่ทำได้
*'ตะ... แต่คุณวินครับ การออกโฉนดที่ดินเกาะทั้งเกาะมันต้องผ่านสภาและ...'* ปลายสายเสียงสั่นเครือ
"หนึ่งแสนล้านบาทครับ" วินเอ่ยตัวเลขขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "เข้าบัญชีงบประมาณกลางของประเทศทันทีภายในห้าวินาทีนี้... แลกกับโฉนดที่ดินชื่อผมคนเดียว และไถ่ถอนพื้นที่ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเที่ยงคืนนี้... ตกลงไหมครับ?"
ปลายสายสะดุ้งเฮือก เสียงกระดาษพลิกดังสนั่นราวกับแผ่นดินไหว *'ตกลงครับ! ท่านครับ! พวกเราอนุมัติเดี๋ยวนี้ครับ! ท่านวินต้องการอะไร รัฐบาลนี้จัดให้ตามประสงค์ทุกประการครับ!'*
วินกดวางสายอย่างไม่ใส่ใจ เขาสอดโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋าเสื้อสูท หันมามองรินรดาที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรัง
"เรียบร้อยครับ" วินยิ้มหวาน "พรุ่งนี้เราไปเลือกแบบแปลนคฤหาสน์กันนะคุณริน ผมอยากได้สระว่ายน้ำที่มองเห็นวิวเมืองแบบ 360 องศา และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสักสามจุดเผื่อเพื่อนมาเยี่ยม"
รินรดาส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา "คุณนี่มัน... บ้าที่สุดในโลกเลยจริงๆ ด้วยค่ะ... เอ้ย! ครับ!" เธอรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กของวิน
วินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาไปกุมมือเรียวบางของคู่หมั้นสาวไว้แน่นเพื่อเตรียมเดินไปขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดที่คุ้นหูของศัตรูเก่าที่เพิ่งหายตัวไป
"ไอ้เศษสวะวิน! แกคิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้เรอะ! วันนี้กูพาคนมาเอาคืนแกให้สาสม!"
วินหยุดชะงัก เขายังไม่ทันได้หันกลับไปมองด้วยซ้ำ ร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับท่อนเหล็กในมือ หมายจะฟาดลงมาที่ศีรษะของเขาโดยไม่สนใจว่าจะมีผู้หญิงยืนอยู่ด้วย
รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ "คุณวิน ระวัง!"
วินถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรำคาญสุดขีด เขาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยอย่างเชื่องช้า ราวกับท่อนเหล็กนั้นเป็นเพียงขนนกที่ปลิวผ่านหน้า
แต่ก่อนที่หมัดของวินจะได้สวนกลับเพื่อสั่งสอนไอ้โง่พวกนั้นให้จำไม่ مرد... ท้องฟ้าเบื้องบนกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน แรงลมมหาศาลพัดกระโชกจนฝุ่นตลบอบอวล ใบไม้ปลิวว่อน
*ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!*
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ยักษ์จำนวนสามลำบินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทบนถนนกลางเมืองอย่างอุกอาจ แรงลมมหาศาลกดร่างของพวกนักเลงหัวไม้จนล้มคว่ำคะมำหงายไม่เป็นท่า
ประตูเฮลิคอปเตอร์ลำตรงกลางเปิดออก พร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ผู้เป็นประธานธนาคารกลางระดับโลก ก้าวลงมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีทองคำฝังเพชรในมือ
ชายชราเดินตรงดิ่งผ่านหน้าพวกนักเลงที่นอนเกลือกกลิ้งอย่างไร้ค่า มาคุกเข่าลงแทบเท้าของวินท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชนนับร้อยที่ยืนดูเหตุการณ์
"เรียนท่านประธานสูงสุดแห่งกลุ่มทุนซูพรีม..." เสียงของชายชราสั่นเครือด้วยความเคารพยำเกรงขั้นสุด "ระบบแจ้งเตือนว่าท่านเพิ่งซื้อเกาะกลางเมืองและโอนเงินหนึ่งแสนล้านบาทสำเร็จ... ทางเราจึงนำ 'กุญแจทองคำแห่งนครลอยฟ้า' มาถวายให้ท่าน ณ บัดนี้ครับ!"
วินก้มมองกุญแจทองคำในพานสีมรกตเบื้องหน้า ก่อนจะเหลือบสายตาเย็นชาไปมองพวกนักเลงที่กำลังเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้าด้วยความช็อกตาค้าง
"อืม..." วินเอ่ยเบาๆ ด้วยรอยยิ้มกวนประสาท "พอดีเลยครับ... ผมกำลังหาที่ทิ้งขยะชิ้นใหม่อยพอดี ช่วยเอาพวกสวะพวกนี้โยนลงไปในทะเลสาบเกาะใหม่ของผมให้ทีนะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมสนุกไปกับความกวนประสาทของวินในตอนนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 10
ซื้อที่ดินสร้างคฤหาสน์เล่น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!