ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 11

ปมความลับของระบบ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“ตู้ม!” เสียงร่างของชายฉกรรจ์ชุดสูทราคาแพงสามคนลอยละลิ่วข้ามราวสะพาน ก่อนจะดิ่งพสุธาลงไปกระแทกผิวน้ำของทะเลสาบส่วนตัวรูปหัวใจ เกิดเป็นคลื่นวงกว้างและเสียงโครมครามที่สะท้อนก้องไปทั่วรีสอร์ทหรูระดับเจ็ดดาว วินยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคู่คมมองดูผลงานของบอดี้การ์ดมืออาชีพที่เขาเพิ่งจ้างมาด้วยสัญญารายชั่วโมงราคามหาศาล รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางเบา ชวนให้คนที่พบเห็นรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะกระโดดถีบยอดหน้าสักที “อืม...” วินเอ่ยเบาๆ ด้วยรอยยิ้มกวนประสาท “พอดีเลยครับ... ผมกำลังหาที่ทิ้งขยะชิ้นใหม่อยพอดี ช่วยเอาพวกสวะพวกนี้โยนลงไปในทะเลสาบเกาะใหม่ของผมให้ทีนะครับ” รินรดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอเหลือบมองกลุ่มนักลงทุนและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำด้วยสภาพราวกับลูกหมาตกน้ำ ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอับAอายจนแทบจะเป็นสีม่วง “วินครับ... คุณเล่นแรงเกินไปหรือเปล่าครับนั่น?” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในแววตาคู่สวยจะแอบมีความสะใจฉายแววอยู่ไม่น้อย “พวกเขากลุ่มนั้นเป็นถึงคณะกรรมการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคใต้เชียวนะครับ ถ้าพวกเขาฟ้องร้องขึ้นมา เราอาจจะ...” “ฟ้องเหรอครับ?” วินหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความขบขัน “รินรดาครับ คนที่มีเงินซื้อเกาะทั้งเกาะเพื่อใช้เป็นที่ทิ้งขยะ... เขาไม่เสียเวลาไปศาลกับมดปลวกหรอกครับ มันเสียเวลาทำมาหากิน” ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากตอกกลับ เสียงแจ้งเตือนดิจิทัลอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดัง “ติ๊ง!” ขึ้นในโสตประสาทของวินโดยตรง ระบบอัจฉริยะที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาจากพนักงานออฟฟิศเงินเดือนหมื่นห้าให้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมคนครึ่งประเทศกำลังทำงานอีกครั้ง [ตรวจพบการกระทำอันทรงอิทธิพล: กำจัดกลุ่มคนน่ารำคาญสำเร็จ] [ปลดล็อกภารกิจพิเศษระดับ S+: "วิกฤตเศรษฐีถังแตก (ทิพย์)"] [รายละเอียดภารกิจ: ท่านจะต้องใช้เงินสดจำนวน "หนึ่งหมื่นลบทถ้วน" (10,000,000,000 บาท) ภายในระยะเวลา 7 วันเต็ม (168 ชั่วโมง) โดยห้ามนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลกำไรกลับคืนมา ห้ามบริจาคการกุศลแบบปกติ และต้องเป็นการ "ใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัวหรือความสะใจ" เท่านั้น] [บทลงโทษหากล้มเหลว: เงินทั้งหมดในบัญชีจะถูกริบกลับคืนสู่ศูนย์ และท่านจะกลับไปเป็นพนักงานต๊อกต๋อยที่ต้องกินมาม่าสิ้นเดือนอีกครั้ง] ดวงตาของวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ หนึ่งหมื่นล้าน... ภายในเจ็ดวัน? ให้ตายเถอะ ระบบบ้าพอนี่คิดอะไรอยู่ แค่ใช้เงินร้อยล้านในหนึ่งวันซื้อเกาะส่วนตัวเขาก็แทบจะปวดหัวกับการคิดวิธีผลาญเงินแล้ว แต่นี่เล่นแจกโจทย์ยากระดับมหากาฬให้เขาต้องละลายเงินหมื่นล้านทิ้งภายในหนึ่งสัปดาห์โดยห้ามสร้างกำไร! ถ้าเอาไปซื้อหุ้นหรืออสังหาฯ ที่มีมูลค่าเพิ่มก็ถือว่าผิดกฎ ถ้าเอาไปทำบุญก็ไม่ได้อีก แบบนี้มันบังคับให้เขาต้องเป็น "คนบาปทางการเงิน" ชัดๆ วินกระแอมออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตกใจ ร่างกายสูงโปร่งขยับเปลี่ยนอิริยาบถ รอยยิ้มกวนประสาทกลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว “มีอะไรเหรอครับวิน หน้าตาคุณดูเหมือนคนเพิ่งรู้ว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อถูกรางวัลที่หนึ่งแต่ดันทำหาย” รินรดาหรี่ตามองคู่หมั้นหนุ่มอย่างรู้ทัน เธออยู่กับเขามานานจนอ่านสีหน้ายิบย่อยพวกนี้ออกทะลุปรุโปร่ง “เปล่าเลยครับรินรดา... ผมแคกำลังคิดว่า... ชีวิตคนเรานี่มันช่างว่างเปล่าเสียจริงนะครับ” วินถอนหายใจยาวเหยียด แสร้งทำท่าทางราวกับปราชญ์ผู้ปลงตก “เงินทองมากมายมหาศาลเนี่ย มันเป็นภาระทางจิตใจเสียจริงครับ ยิ่งมีเยอะ ยิ่งไม่รู้จะเอาไปเผาเล่นยังไงดี” รินรดาหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนหนาๆ สักที เธอเบะปากใส่เล็กน้อย “ถ้าเงินมันเป็นภาระนัก ทำไมคุณไม่โอนมาเป็นภาระให้ฉันดูแลแทนล่ะครับ วิน?” “ไม่ได้หรอกครับรินรดา...” วินยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กวนประสาท “เพราะถ้าผมโอนให้คุณดูแล คุณอาจจะกลายเป็นเศรษฐีณีอันดับหนึ่งของประเทศก่อนที่เราจะทันได้กินมื้อเย็นนี้นะครับ” ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความหวานอมเปรี้ยวตามประสบการณ์คู่รักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินหลักของรีสอร์ท “ใครมันบังอาจมาทำร้ายแขกคนสำคัญของฉันวะ!” เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมสูทแบรนด์เนมลายพร้อย ใบหน้าอัดแน่นไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ นามของเขาคือ "เจ้าสัวประจักษ์" ผู้มีอิทธิพลตัวจริงเสียงจริงแห่งภูมิภาคนี้ และเป็นเจ้าของเดิมของเกาะที่วินเพิ่งกว้านซื้อมา ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนเดินตามมาสมทบ พร้อมอาวุธครบมือ บรรยากาศรอบตัวอุณห็ภูมิลดฮวบทันที นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด รินรดาขยับตัวเข้ามาประชิดวินโดยอัตโนมัติ มือเรียวคว้าชายเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้แน่น แม้สีหน้าจะยังคงนิ่งสงบแต่แววตาก็ฉายความกังวลออกมา วินไม่แม้แต่จะหันไปมองเจ้าสัวประจักษ์ เขายังคงก้มหน้าก้มตาเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อคำนวณตัวเลขหนึ่งหมื่นล้านบาทในหัวอย่างใจจดใจจ่อ “ไอ้หนู! แกเป็นใครวะ ถึงกล้าเอาคนของฉันไปโยนน้ำแบบนั้น แกไม่รู้รึไงว่าที่นี่ดินแดนใคร!” เจ้าสัวประจักษ์คำรามลั่น ชี้หน้าวินด้วยความโกรธจัด ขณะที่ลูกน้องด้านหลังต่างชักกระบองและปืนไฟฟ้าออกมาขู่ วินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองเจ้าสัวประจักษ์ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันว่างเปล่า ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนรองเท้า “อ้อ...” วินเอ่ยเสียงเนือยๆ “คุณคือเจ้าสัวประจักษ์สินะครับ คนที่ขายเกาะนี้ให้ผมในราคาแพงหูฉี่แต่สภาพข้างในทรุดโทรมจนผมต้องจ้างคนมาล้างบางใหม่เนี่ยนะ?” “แก! ปากดีนักนะ!” เจ้าสัวประจักษ์หน้าดำคร่ำเครียด “จัดการมัน! หักแขนมันสักข้างแล้วโยนลงไปเป็นเพื่อนกับพวกนั้นในทะเลสาบซะ!” เหล่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้าวเท้าพุ่งเข้ามาหารวดเร็วราวกับฝูงหมาป่าหิวโซ รินรดากลั้นหายใจ เตรียมจะคว้ากระเป๋าถือฟาดใส่คนแรกที่เข้ามา แต่วินกลับยกมือขึ้นห้ามเธอไว้เบาๆ รอยยิ้มกวนประสาทถูกยกขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มแบบที่รินรดารู้ดีว่า... กำลังจะมีคนซวยระดับมหันต์ วินแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือสามครั้งติดต่อกันอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเจ้าสัวประจักษ์หยุดหมุน “เดี๋ยวก่อนครับเจ้าสัว... ก่อนจะหักแขนผม ช่วยเช็คแอปพลิเคชันธนาคารของคุณหน่อยดีไหมครับ ว่าบริษัทโฮลดิ้งของคุณ ตอนนี้สถานะการเงินมันยัง ‘ปกติ’ อยู่หรือเปล่า?” เจ้าสัวประจักษ์ชะงัก สีหน้าฉายแววฉงน แต่ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาต้องควักสมาร์ทโฟนออกมาเปิดดูอย่างลวกๆ ทันทีที่หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีหลักของบริษัทและทรัพย์สินทั้งหมด เจ้าสัวประจักษ์ก็ตาค้าง ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบทำหลุดมือ ตัวเลขในบัญชี... กลายเป็นศูนย์ทั้งหมดในเวลาไม่ถึงสามวินาที! “เป็นไปไม่ได้...” เจ้าสัวประจักษ์พึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวขีดสุด “ธนาคาร... หุ้น... อสังหาฯ... ทุกอย่าง... ถูกซื้อกิจการและอายัดโดยบริษัทไร้ชื่อเสียงแห่งหนึ่ง... ทะ... แก... แกทำอะไรกับอาณาจักรของฉัน!” วินเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เดินเข้าไปใกล้เจ้าสัวประจักษ์ที่กำลังคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก้มลงมองอดีตผู้มีอิทธิพลด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหนือกว่า “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ...” วินยิ้มกว้าง ดวงตาระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน “พอดีระบบมันบอกให้ผมใช้เงินหมื่นล้านภายในเจ็ดวัน... และบังเอิญว่า อาณาจักรทั้งหมดของคุณ มีมูลค่าพูนพอดีกับ ‘งบประมาณวันแรก’ ของผมพอดีเป๊ะเลยครับ” เจ้าสัวประจักษ์เบิกตากว้างจนแทบทะลัก สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ นี่เขา... ไปหาเรื่องกับปีศาจตนไหนเข้าเนี่ย?! วินหันกลับมาหารินรดาที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงไม่แพ้กัน ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากแบล็กคาร์บอนไร้ขีดจำกัดให้เธอถือไว้ พร้อมกระซิบลมเบาๆ ที่ข้างหู “รินรดาครับ... ช่วยรูดซื้อรีสอร์ทแห่งนี้ทั้งหมดให้ผมทีนะครับ พอดีผมอยากเปลี่ยนมันเป็น ‘ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว’ สักแปดร้อยคัน เพื่อฉลองภารกิจใหม่เสียหน่อยครับ” เสียงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดนับสิบลำคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวลงมาจากท้องฟ้ายามบ่าย บดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้ม พร้อมกับแรงลมมหาศาลที่พัดกระโชกจนร่างของทุกคนเซถลา รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธ นิ้วเรียวของเธอก็เผลอแตะลงบนเครื่องรูดบัตรสีทองที่ลูกน้องของวินนำมาถวายถึงมือตามคำสั่ง เสียงระบบอนุมัติการจ่ายเงินดัง “ติ๊ง!” สะท้อนก้องท่ามกลางเสียงเฮลิคอปเตอร์ - โปรดติดตามตอนต่อไป - ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความกวนประสาทของวินนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%