ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 12

กวาดซื้อหุ้นบริษัทข้ามชาติ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“ติ๊ง!” เสียงอนุมัติจากเครื่องรูดบัตรสีทองอร่ามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมของพนักงานธนาคารและบรรดาผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทเอ็กซ์ทีเรียร์คอร์ปอเรชั่น รินรดายืนตัวแข็งค้าง นิ้วเรียวยังคงแตะอยู่บนหน้าจอสัมผัส ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่แสดงผลผ่านหน้าจอไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ราวกับว่าการซื้อกิจการมูลค่าหลายหมื่นล้านเมื่อครู่นี้เป็นเพียงการจ่ายค่ากาแฟแก้วโปรดริมทางเท่านั้น “อืม... ระบบของธนาคารนี้นี่รวดเร็วทันใจดีจจริงๆ นะครับ” วินส่งยิ้มกวนประสาทให้อีกฝ่ายพลางจัดปกเสื้อสูทราคาแพงที่รินรดาเป็นคนเลือกซื้อให้ตั้งแต่สมัยที่พวกเขายังต้องนั่งรถเมล์เบียดเสียดกันไปทำงาน เขากวาดสายตามองหน้า "ธน ภัทร" อดีตเจ้านายจอมเจ้าเล่ห์และคู่หมั้นคนเก่าของรินรดาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะเย้ยเช่นเมื่อสัปดาห์ก่อน “เป็นไปไม่ได้... นาย... นายเป็นแค่พนักงานบัญชีชั้นผู้น้อยไม่ใช่เหรอวิน! เอาเงินมาจากไหนตั้งหมื่นล้าน! แกยักยอกเงินบริษัทเรารึเปล่า!” ธนตะโกนลั่นห้องประชุมใหญ่ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอในห้องเช่ารูหนู กลิ่นอายความจนตรอกเมื่อปีก่อนมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรัศมีของความมั่งคั่งที่แผ่ขยายออกมาจนน่าเกรงขาม มือเล็กๆ ของเธอยกขึ้นดึงชายเสื้อสูทของวินเบาๆ เป็นเชิงถามไถ่ แต่วินกลับเอื้อมมือมาตบหลังมือของเธอเบาๆ สองสามครั้งเพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกังวล “ยักยอกเหรอครับ? คำพูดนี่อันตรายนะคุณธน ระวังผมจะให้ทนายความส่วนตัวส่งหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทไปที่บ้านสักสี่ห้ารอบนะครับ” วินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มแต่น่าขนลุกสำหรับคนฟัง “อีกอย่าง... บริษัทกระจอกๆ อย่างเอ็กซ์ทีเรียร์เนี่ย ต่อให้ผมจะเอาเงินไปซื้อมาแจกแม่บ้านกวาดถนนเล่น มันก็ยังเหลือเงินในบัญชีให้ผมใช้ซื้อเกาะส่วนตัวได้อีกสักสามเกาะเลยนะรู้ไหม” บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น บรรดาบอร์ดบริหารเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่า ตอนนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดที่มีสิทธิ์ขาดในการชี้ชะตาบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ไม่ใช่ตระกูลภัทรอีกต่อไป แต่เป็นชายหนุ่มผู้สวมสูทราคาถูกแต่ถือบัตรเครดิตไร้ขีดจำกัดคนนี้ต่างหาก “คุณวินครับ... คือว่า... เรื่องเมื่อก่อนหน้านี้...” ผู้บริหารอาวุโสคนหนึ่งพยายามลุกขึ้นโค้งคำนับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ น้ำเสียงสั่นเทาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ทางเราอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไปบ้าง... หวังว่าท่านคงจะเมตตา...” “ความเมตตาเหรอครับ?” วินหรี่ตามองพลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองช้าๆ “ตอนที่พวกคุณไล่ผมออกแถมยังโยนแฟ้มเอกสารใส่หน้าผมเมื่อสามเดือนก่อน พวกคุณเคยมีความเมตตาให้เด็กต๊อกต๋อยคนนี้บ้างไหมครับ? อ้อ... ไม่ต้องตอบหريكหรอกครับ เพราะผมจำหน้าทุกคนได้แม่นยำยิ่งกว่าพิมพ์นิยมเสียอีก” รินรดารู้สึกสะใจจนเกือบจะหลุดยิ้มออกมา แต่เธอก็ต้องพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าฝูงชน ภาพของธนที่กำลังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ทำให้เธอตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า อำนาจของเงินตราในมือวินช่างน่ากลัวและทรงพลังเสียจนสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ภายในพริบตาเดียว “วิน... เธอทำแบบนี้ทำไม... เราเคยคบกันนะ!” เสียงแหลมปรี๊ดของ "มินตรา" หญิงสาวผู้เคยเหยียดหยามรินรดาและทิ้งวินไปหาธนดังขึ้นจากมุมห้อง เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยสภาพผมเผ้ารุงรังและเครื่องสำอางที่เลอะคราบน้ำตา “เธอแค้นฉันใช่ไหม? วิน... บอกฉันสิว่าทั้งหมดนี้เป็นการแกล้งกันเล่น!” วินหันไปมองอดีตแฟนสาวที่เคยบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลว่า ‘ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ในห้องเช่าชื้นแฉะ’ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเบื่อหน่าย ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่น่ารำคาญใจ “คุณมินตราครับ... อย่าสำคัญตัวผิดขนาดนั้นเลยนะครับ” วินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น “สำหรับผมแล้ว การที่พวกคุณสองคนคบกัน มันก็เป็นแค่เรื่องตลกขบขันคั่นเวลาตอนที่ผมว่างงานเท่านั้นเอง การที่ผมทุ่มเงินซื้อบริษัทนี้ ก็ไม่ได้ทำไปเพราะแค้นอะไรพวกคุณหรอกครับ... แต่ผมแค่รำคาญเวลาที่เห็นเศษสวะเดินเกะกะลูกตาในตึกที่ผมเป็นเจ้าของต่างหากล่ะครับ” คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจของธนและมินตราจนกระอักเลือดออกมาทางสายตา บอร์ดบริหารคนอื่นๆ ต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเพราะเกรงว่าจะไปสะกิดต่อมความรำคาญของมหาเศรษฐีหนุ่มเข้า “เอาล่ะครับ ในเมื่อผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของที่นี่แล้ว กฎข้อแรกในการบริหารงานภายใต้ยุคสมัยของผมก็คือ...” วินเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “เชิญพวกตระกูลภัทรและพรรคพวกทั้งหมด เก็บของออกจากตึกนี้ภายในสามสิบวินาทีนี้เลยนะครับ ถ้าช้ากว่านั้น... ผมจะให้ รปภ. หิ้วปีนกลองออกไปโยนทิ้งถังขยะด้านล่างแทน” สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกน้องชุดสูทดำนับสิบคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกก็ก้าวเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกัน เสียงฝรองเท้าหนักแน่นและสีหน้าราวกับยมทูตทำให้บรรดาคนของตระกูลภัทรลนลานวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ธนพยายามจะลุกขึ้นโวยวายแต่ก็ถูกลูกน้องของวินล็อกแขนไขว้หลังแล้วลากออกไปอย่างไร้ความปรานี ห้องประชุมกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง รินรดายืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งอก สะใจ และในขณะเดียวกันก็อดหมั่นไส้ความกวนประสาทของชายหนุ่มข้างกายไม่ได้ “นายเนี่ย... เล่นใหญ่เกินไปแล้วนะวิน” รินรดาบ่นอุบพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด “ถ้าเกิดวันไหนเงินหมดขึ้นมาจริงๆ ฉันไม่เลี้ยงข้าวนายแล้วนะ” “หมดสิทธิ์ครับคุณรินรดา” วินหันมาส่งยิ้มกว้างให้เธอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “ระบบในกระเป๋าผมมันเติมเงินให้เร็วกว่าที่คุณหายใจเข้าออกเสียอีก เอาเป็นว่า... เย็นนี้เราไปฉลองกันด้วยการเหมาภัตตาคารหรูบนยอดตึกดีไหมครับ?” “เหมาภัตตาคารอีกแล้วเหรอ? นายเนี่ยนะ...” รินรดาส่ายหัวด้วยความระอา แต่เธอก็ยอมปล่อยให้วินจูบมือถือกระเป๋าเดินเคียงคู่กันออกจากห้องประชุมท่ามกลางการโค้งคำนับส่งจากบรรดาผู้บริหารที่เหลือรอด ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์แก้วส่วนตัวเพื่อลงไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้านล่าง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของวินก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่ปรากฏขึ้นเป็นตัวอักษรสีแดงฉาน [แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบความพยายามในการเข้าถึงบัญชีลับระดับสูงจากบุคคลภายนอก... รหัสผ่านถูกถอดถอดโดย "บุคคลที่คุณคาดไม่ถึง" ณ เวลานี้...] วินชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบหันกลับไปมองยังโถงทางเดินว่างเปล่าเบื้องหลังที่ตอนนี้มืดสนิทอย่างไร้สาเหตุ ขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถาม เสียงฝรองเท้าปริศนาก็ดังก้องขึ้นมาจากความมืด... เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่เอ่ยทักทายเขาด้วยน้ำเสียงเยەเยาะที่วินจำได้แม่นยำจนฝังใจ “ไม่เจอกันนานเลยนะ... น้องชายตัวแสบ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความกวนประสาทของวินและรินรดากันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%