"สามหมื่นล้านบาทงั้นเหรอครับ?"
เสียงหัวเราะในลำคอของวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองพิเศษ ตัวแทนจากสมาคมการเงินเงายิ้มเยาะด้วยความมั่นใจ ชายชราในชุดสูทสีเข้มประสานมือเข้าหากัน สายตากวาดมองไปยังวินและรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังจะถูกเหยียบให้จมดิน หลังจากที่ตระกูลบูรพาคีรีถูกกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดมารวมไว้ในมือของเขา
รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ วินสัมผัสได้ถึงมืออันเย็นเฉียบของคู่หมั้นสาวที่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เมื่อภาระหนี้ก้อนโตสามหมื่นล้านบาทถูกโยนมาตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ใช่ครับคุณวิน... หนี้สินทั้งหมดที่ตระกูลบูรพาคีรีเคยใช้ค้ำประกันโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ ตอนนี้ถูกโอนสิทธิ์มาให้สมาคมของเราเรียบร้อยแล้ว" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ต่อให้คุณจะกว้านซื้อตึกนี้หรือมีเงินสดอยู่ในมือสักเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นแค่เศษเงินเมื่อเทียบกับภูเขาหนี้ก้อนนี้ ทางเลือกเดียวของคุณคือ... คุกเข่าลงแล้วส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้สมาคมเสียดีๆ"
วินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังฟังพยากรณ์อากาศประจำวัน สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าของชายชราอย่างพิจารณา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส
"สามหมื่นล้าน... อืม เป็นตัวเลขที่ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ" วินเปรยขึ้นมาเบาๆ พลางอมยิ้มที่มุมปาก "แต่ผมมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง... คือเกลียดการค้างคาเรื่องเงินๆ ทองๆ โดยเฉพาะกับคนแก่ที่ชอบทำหน้าตาน่ารำคาญแบบคุณ"
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณวิน! ถึงเวลาจ่ายเงินแล้ว..." ชายชราตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
วินไม่สนใจเสียงโวยวายนั้น เขากดหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นกังวาน *ติ๊ง!*
หน้าจอขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้องรับรอง ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบการเงินส่วนกลางของกลุ่มทุนระดับโลก พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างวาบ ตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลที่ถูกโอนออกไปปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับข้อความยืนยันสถานะการชำระหนี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
[ชำระหนี้จำนวน 30,000,000,000 บาท สำเร็จ]
[ยอดคงเหลือในบัญชี: อนันต์ (Infinity)]
บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบกริบลงทันที ชายชราอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา สีหน้าของตัวแทนจากสมาคมการเงินเงาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะหลุดรอดออกมาจากลำคอ
รินรดาที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ถึงกับผ่อนลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เธอมองหน้าวินด้วยความหมั่นไส้ปนโล่งอก ก่อนจะหยิกเข้าที่ต้นแขนของเขาเบาๆ เป็นการระบายความตึงเครียด
"คุณ... คุณทำได้ยังไง..." ชายชราเสียงสั่นเครือ เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"ก็บอกแล้วไงครับว่าผมรำคาญ" วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น "และในเมื่อผมเป็นคนเคลียร์หนี้ทั้งหมดของตระกูลบูรพาคีรี... นั่นก็หมายความว่า ตอนนี้ 'เจ้าหนี้' ที่แท้จริงของพวกมัน... คือผมเองใช่ไหมครับ?"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของตัวแทนสมาคมการเงินเงา
สามวันต่อมา ณ บริเวณโถงต้อนรับของบริษัทวินกรุ๊ป อาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจที่สูงเสียดฟ้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยความเร่งรีบ แต่สายตาทุกคู่กลับต้องเหลือบมองไปยังกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนถือไม้ถูพื้นและถังน้ำด้วยความเก้ๆ กังๆ
นั่นคืออดีตสมาชิกตระกูลบูรพาคีรี ผู้เคยใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและเหยียบย่ำผู้อื่นด้วยความจองหอง
คุณชายใหญ่แห่งตระกูลบูรพาคีรี ในชุดพนักงานทำความสะอาดสีเทາหมองคล้ำ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อไคล กำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดกระจกบานใหญ่ด้วยความยากลำบาก ข้างๆ กันนั้นคืออดีตคุณหญิงผู้เคยสวมเครื่องประดับราคาแพงระยับ บัดนี้ต้องก้มหน้าก้มตาเก็บขยะใส่ถุงดำท่าสายตาเยาะเย้ยของพนักงานในบริษัท
วินกอดอกยืนมองภาพนั้นจากชั้นลอยของอาคาร รินรดายืนถือแฟ้มเอกสารอยู่ข้างๆ เธอมองดูอดีตศัตรูที่เคยร่วมมือกันกลั่นแกล้งพวกเขาด้วยแววตาสสมเพชปนโล่งใจ
"ไม่คิดเลยนะครับว่าคนพวกนั้นจะยอมมาสมัครงานทำความสะอาดแต่โดยดี" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ
"คนเราพอไม่มีเงินกินข้าว ความจองหองมันก็ระเหยหายไปหมดแหละครับ" วินยิ้มเยาะ "อีกอย่าง หนี้ที่พวกเขาติดผมไว้ มันต้องใช้แรงงานแลกคืนจนกว่าจะชดใช้หมด... ชั่วชีวิตนี้แหละครับ"
ในจังหวะที่วินกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากเลขานุการส่วนตัวที่ดูแลคฤหาสน์หลังใหม่
"นายครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่หน้าคฤหาสน์ครับ..." เสียงปลายสายรายงานด้วยความลังเล "เธออ้างว่าเป็นอดีตคู่หมั้นเก่าของคุณ... คนที่เคยบอกเลิกคุณตอนที่คุณยังจนน่ะครับ เธอตื๊อไม่เลิกและบอกว่าต้องการพบคุณให้ได้"
วินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้รินรดารู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาทันที
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 37
จุดจบของคนจองหอง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!