ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 38

ความสำเร็จที่ไม่มีใครเทียบได้

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ระดับโลกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แต่สำหรับวินแล้ว มันเป็นเพียงเสียงรบกวนสมาธิในการเลือกซื้อกางเกงในลายเป็ดน้อยผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือเท่านั้น "คุณวินครับ... คือว่า... ทางสภาเศรษฐกิจโลกเพิ่งส่งเอกสารยืนยันด่วนที่สุดมาเมื่อสามวินาทีที่แล้วครับ" เลขานุการส่วนตัวของประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเคยเป็นซีอีโอธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก กำลังยืนตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังจนสูทราคาแพงเปียกชุ่ม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่แทบจะเป็นกระซิบ "ตอนนี้... ทรัพย์สินสุทธิของคุณวินได้รับการคำนวณอย่างเป็นทางการแล้วครับ..." วินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้รินรดารู้สึกขน ฃลุกชันวาบขึ้นมาทันที รินรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างกายในชุดสูททำงานเข้ารูป เธอยกกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ เธอเหลือบมองกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทุนข้ามชาติที่เคยประกาศกร้าวว่าจะเหยียบย่ำวินให้จมดินเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้พวกเขากำลังคุกเข่าอยู่บนพรมราคาแพงด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้ก้มกราบจริงๆ แต่สีหน้าซีดเผือดราวกับศพเดินได้นั้นก็บอกชัดเจนว่าพวกเขากลัวจนฉี่แทบราด "แล้วไงครับ?" วินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือความน่าหมั่นไส้ระดับสิบ "ตัวเลขมันเกินวงจรกระเป๋าเสื้อผมหรือยังล่ะ? ถ้ายัง ก็ไม่ต้องมารายงานให้รกหู ผมกำลังเครียดว่าวันนี้จะซื้อเกาะส่วนตัวแถบแปซิฟิกหรือจะซื้อสนามบินดอนเมืองมาจอดเฮลิคอปเตอร์เล่นดี" ประธานสภาหอการค้าโลกกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขารีบก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีอย่างนอบน้อมที่สุด ก่อนจะวางแท็บเล็ตหน้าจอทองคำฝังเพชรลงตรงหน้าวิน "เรียนท่านมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่างเป็นทางการ... ทรัพย์สินรวมของท่านในปัจจุบันทะยานแตะหลัก 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วครับ มากกว่าอันดับสองถึงเจ็ดเท่าตัว และ... และคิดเป็นร้อยละสี่สิบของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลก..." เสียงของประธานสภาสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ในนามของสถาบันการเงินโลก เราขอประกาศให้ท่านเป็น... บุคคลผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติครับ" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมใหญ่ขนาดมหึมาทันที ทุกสายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อยืดคอกลมราคาตัวละสองร้อยบาทกับกางเกงยีนส์ขาดๆ วินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สีหน้าของเขาไม่ได้มีความยินดีปรีดาเลยแม้แต่น้อย กลับฉายแววความรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด "เฮ้อ... รวยอันดับหนึ่งของโลกอีกแล้วเหรอครับเนี่ย?" วินส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาใจ "ผมบอกพวกคุณกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่อยากเด่น ไม่อยากดัง เงินพวกนี้มันสร้างภาระทางภาษีให้ผมปวดหัวชะมัด ริน... คุณว่าผมเอาเงินสักแสนล้านไปแจกให้หมาจรจัดกินเล่นดีไหมครับ เผื่อมันจะช่วยลดความอึดอัดในกระเป๋าผมลงได้บ้าง" รินรดากลั้นยิ้มแทบไม่ไหว เธอปรายตามองไปยังตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ที่เคยดูถูกว่าวินเป็นแค่ "ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกิน" เมื่อหกเดือนก่อน ตอนนี้ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเหล่านั้นกำลังก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา "อย่าเล่น3อะไรพิสดารแบบนั้นเลยค่ะคุณวิน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเยาะเย้ยไว้อย่างแนบเนียน "แค่ที่คุณกว้านซื้อหุ้นบริษัทของพวกเขาทັງหมดจนต้องมานั่งประชุมขอความเมตตาอยู่เนี่ย พวกเขาก็แทบจะไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนอยู่แล้วนะคะ" "อ้อ จริงด้วยสิครับ" วินตบมือฉาดใหญ่ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองไปยังกลุ่มนักธุรกิจแถวหน้าของโลกที่เคยเหยียดหยามเขา รอยยิ้มมุมปากของวินถูกยกขึ้นสูงขึ้นอีกนิด "พวกคุณจำได้ไหมครับ? เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่ผมพาแฟนไปซื้อรถกระบะมือสองแล้วพวกคุณไล่พวกเราออกจากโชว์รูมพร้อมกับสาดกาแฟใส่..." ร่างของซีอีโอค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สะดุ้งสุดตัว เขารีบคลานเข่าเข้ามาหาหวังจะควชายกางเกงของวิน แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทดำสกัดไว้เสียก่อน "ท่านครับ! ผม... ผมตาบอดเอง! ผมไม่รู้ว่าท่านคือ... คือเจ้าของตัวจริงของกลุ่มทุนที่เรากู้ยืม..." เสียงคร่ำครวญดังระงม วินโบกมือปัดรำคาญราวกับกำลังไล่แมลงวัน "ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวครับ คนเราทำอะไรย่อมได้อย่างนั้น... รินครับ จัดการตามแผนที่ผมบอกเมื่อคืนได้เลยครับ" "ค่ะคุณวิน" รินรดากดส่งคำสั่งผ่านแท็บเล็ตส่วนตัวทันที เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดาผู้บริหารระดับสูงนับร้อยชีวิตดังขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงห่ากระสุนปืน โทรศัพท์ในมือของพวกเขาสั่นระรัวจนแทบหลุดจากมือ เมื่อพวกเขากดเปิดดูข้อความ ภาพหน้าจอแสดงยอดหนี้สินที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์มายังบัญชีส่วนตัวของวินแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมกับประกาศล้มละลายที่ถูกส่งตรงไปยังตลาดหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ ชั่วพริบตาเดียว... มหาเศรษฐีพันล้านกลายเป็นบุคคลล้มละลายชั่วข้ามคืน "อ้าว หน้าซีดกันทำไมล่ะครับ?" วินยิ้มกริ่ม ควักบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำแท้ขึ้นมาควงเล่นในมือ "เงินแค่นี้พวกคุณไม่มีปัญญาจ่ายคืนผมเหรอครับ? โถ... นึกว่ากระเป๋าหนัก ที่แท้ก็แค่พวกยาจกใส่สูทนี่เอง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทุกคนต่างหวาดผัวอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดของชายหนุ่มตรงหน้า อำนาจที่สามารถเนรมิตให้ใครเป็นใหญ่หรือพินาศได้ภายในปลายนิ้วสัมผัส ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างไร้ทางสู้ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาถูกในกระเป๋ากางเกงของวินก็ดังขึ้น "ริง... ริง..." วินขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์แปลกหน้าจอ ทว่าพอกดรับ เสียงปลายสายกลับทำให้รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ *“สวัสดีครับคุณวิน... ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอันดับศูนย์ (0) ของระบบจักรวาล คุณคิดว่าเงินสามล้านล้านดอลลาร์นั่น... มันเพียงพอที่จะไถ่ถอน 'สัญญาอภิมหาอมตะ' ที่คุณเซ็นไว้เมื่อชาติที่แล้วหรือยังครับ?”* วินนิ่งอึ้งไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ประตูบานยักษ์ด้านหลังห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีใครในโลกนี้เคยรู้จัก... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%