แรงลมมหาศาลจากใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ทหารสีดำสนิททั้งสิบสองลำตีแสกหน้ากระจกใสบานยักษ์จนเกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งตรงมาถึงพื้นพรมราคาแพงลิบลิ่วใต้ฝ่าเท้า ทำให้เหล่าแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลในงานเลี้ยงฉลองครบรอบตระกูลใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี แก้วไวน์ในมือของมหาเศรษฐีหลายคนสั่นกระเพื่อมจนของเหลวสีแดงฉานกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าแบรนด์เนม
"นะ...นั่นมันกองกำลังรับจ้างพิเศษ 'แบล็กสยาม' ไม่ใช่หรือวะ ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องโถง วินหันไปมองเจ้าของเสียงเล็กน้อย เขากำลังใช้มือข้างหนึ่งเคาะโต๊ะอาหารเบาๆ เป็นจังหวะเพลงแจ๊สช้าๆ ใบหน้าคมคายไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับสูดลมหายใจเข้าลึกโดยอัตโนมัติ มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทของวินไว้แน่น แม้เธอจะผ่านศึกตบหน้าพวกอวดรวยมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่กองกำลังทหารพร้อมอาวุธสงครามครบมือที่ล้อมตึกไว้แบบนี้ มันไม่ใช่ระดับที่คนธรรมดาจะรับมือไหว
"คุณวิน... ฉันว่าคราวนี้พวกมันเล่นของหนักเกินไปแล้วนะครับ" รินรดาเอמהเสียงกระซิบเบาๆ ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยจากความกดดันรอบตัว
วินหันไปยิ้มให้เธอ รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นไปตบหลังมือเรียวของเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"คุณรินจำที่ผมเคยบอกได้ไหมครับว่า... เงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งความตายของพวกที่คิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุดในประเทศ" วินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น "ถ้าพวกมันคิดจะใช้ตระกูลเก่าแก่มาบีบให้ผมหมดตัว งั้นเราก็มาดูกันว่า เงินในบัญชีของผมกับอำนาจมืดครึ่งๆ กลางๆ ของพวกมัน อันไหนมันจะละลายหายไปเร็วกว่ากัน"
สิ้นเสียงของวิน ประตูบานคู่ขนาดใหญ่สลักลายทองคำแท้ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายชราในชุดสูทสากลตัดเย็บประณีต ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งอำนาจและประสบการณ์เดินนำหน้ากลุ่มคนนตรีสีหน้าถมึงทึงตามด้วยบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต เขาคือ "เจ้าสัวบูรพา" ผู้นำสูงสุดแห่งสมาพันธ์ตระกูลเก่าแก่ที่กุมเศรษฐกิจเงาของประเทศมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
สายตาทุกคู่ในห้องโถงหันขวับไปมองเป็นตาเดียว บรรยากาศภายในงานเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงดนตรีบรรเลงหยุดชะงัก เหลือเพียงเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เจ้าสัวบูรพากวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวมาที่วิน ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงห่างจากโต๊ะอาหารเพียงสามเมตร สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและการดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"แกสินะ... ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ใช้เงินซื้อความวุ่นวายไปทั่วเมืองในช่วงนี้" เจ้าสัวบูรพาเปิดฉากสนทนาด้วยน้ำเสียงแหบต่ำแต่ทรงพลังกดดัน "แกคงคิดว่ามีเงินไม่กี่หมื่นล้านแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นสินะ? แกไม่รู้หรอกว่าโครงสร้างอำนาจที่แท้จริงของประเทศนี้มันขับเคลื่อนด้วยอะไร"
วินยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เขาหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบเบาๆ ช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท
"อ๋อ... โครงสร้างอำนาจที่ว่านี่ หมายถึงพวกแก่ๆ ที่นั่งประชุมกันในห้องมืดแล้วคอยสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนทางอ้อมรึเปล่าครับ?" วินย้อนถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก "ผมต้องขอโทษด้วยนะพอดีว่าช่วงนี้ผมว่างมาก แล้วเงินในบัญชีมันก็ดันงอกเงยขึ้นมาทุกๆ วินาทีจนผมรู้สึกรำคาญลูกตา ถ้าไม่เอามาละลายเล่นกับพวกคุณบ้าง ผมเกรงว่าธนาคารกลางคงจะล้มละลายเพราะดอกเบี้ยเงินฝากของผมซะก่อน"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ใบเหี่ยวย่นของเจ้าสัวบูรพาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว
"สามหาว! ปากดีนักนะไอ้หนู แกคิดว่าเงินสดของแกจะช่วยให้รอดพ้นจากอำนาจทางกฎหมายและอิทธิพลที่ฉันสร้างมาสามสิบปีได้งั้นรึ? ตอนนี้บัญชีธนาคารทุกแห่งในประเทศถูกสั่งอายัดตามคำสั่งพิเศษของสมาพันธ์แล้ว! ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้นทุกตัวที่แกถืออยู่ ตอนนี้กลายเป็นศูนย์หมดแล้วไอ้หนู แกมันก็แค่ขอทานที่บังเอิญถูกหวยรวยทางลัดเท่านั้น!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่แขกเหรื่อ หลายคนเริ่มส่งSสายตาสมเพชเวทนามาที่วิน บ้างก็หัวเราะเยาะในความโง่เขลาที่กล้าไปท้าทายอำนาจมืดระดับประเทศ
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความกังวลฉายชัดในแววตา เธอรู้ดีว่าวินรวยมาก แต่การถูกอำนาจรัฐและตระกูลใหญ่ร่วมมือกันอายัดทุกอย่าง มันเป็นทางตันที่ยากจะหลีกเลี่ยงจริงๆ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อหาทางออก แต่แล้ววินก็ยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มที่สุขุมนุ่มลึก
"อายัดเหรอครับ? น่าสนใจจัง..." วินหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณผู้เฒ่าบูรพาครับ คุณเคยได้ยินคำว่า 'เงินสดในกระเป๋าเสื้อ' บ้างไหมครับ?"
เจ้าสัวบูรพาขมวดคิ้วมุ่น "แกหมายความว่ายังไง?"
วินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยด้วยท่าทางสุขุมเป็นสุภาพบุรุษ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษที่ไม่มีวางขายทั่วไปออกมา แล้วกดหน้าจอเพียงสองสามครั้ง
"ผมต้องขอโทษด้วยนะพอดีว่า ระบบธนาคารในประเทศที่คุณภาคภูมิใจนักหนาน่ะ... ผมเพิ่งซื้อกิจการมันไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วตอนที่คุณกำลังเดินทางมาที่นี่เองครับ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนาทึบและน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม เจ้าสัวบูรพาชะงักค้าง รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งทื่อ
"แก... แกพูดบ้าอะไรของแก!"
"ผมไม่ได้พูดเล่นครับ" วินยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "และเพื่อเป็นการต้อนรับการมาเยือนของคุณผู้เฒ่า ผมเลยสั่งให้ระบบจัดการ 'ยกเลิก' คำสั่งอายัดทั้งหมด พร้อมทั้งโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของตระกูลบูรพาและเครือข่ายสมาพันธ์ทั้งหมด มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้เสียที่พวกคุณกู้ยืมมาจากธนาคารของผมโดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้วครับ"
ทันทีที่วินพูดจบ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดามหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลนับร้อยชีวิตในห้องนั้นก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างกึกก้อง *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เสียงนั้นดังประสานกันราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย
เจ้าสัวบูรพารีบหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาจากกระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงผลข้อความจากธนาคารหลักว่าบัญชีทั้งหมดของตระกูลถูกอายัด... แต่ไม่ใช่โดยรัฐบาล หากแต่เป็นการยึดทรัพย์โดยเจ้าหนี้รายใหม่ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว!
หน้าของเจ้าสัวซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงลงจนเกือบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ภาพของมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในพริบตาเดียว
วินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของเจ้าสัวบูรพาช้าๆ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูความรู้สึก
"ตอนนี้... ใครกันแน่ครับที่กำลังจะหมดตัว?"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องมือสื่อสารของบอดี้การ์ดด้านหลังก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดว่า "ท่านครับ! ทรัพย์สินทั้งหมดของเครือข่ายเราถูกระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางล็อกรหัสผ่านถาวรแล้วครับ! เรา... เราไม่เหลืออะไรเลย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความกวนประสาทนี้ด้วยกันนะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ•ตอนที่ 34
จุดวิกฤต: ตระกูลผู้มีอิทธิพลเอาจริง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมมีเงินล้นกระเป๋าจนรำคาญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!