เสียงเหล็กจอบกระแทกดินแห้งๆ ดังปั๊ก... ปั๊ก... ติดต่อกันเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นอันดุดัน มากกว่าจะเป็นการทำเกษตรกรรมเพื่อผ่อนคลาย
รินรดา দাঁড়พิงรั้วไม้ไผ่ผุๆ ของแปลงเกษตรข้างบ้าน มือเรียวสวยที่ปกติมักจะถือมีดเชฟแล่เนื้อปลาแซลมอนด้วยความนุ่มนวล บัดนี้กำลังกอดอกมองร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าชุ่มเหงื่อ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาขุดแปลงดินลูกรังด้วยพละกำลังมหาศาล แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีไหวตามแรงกระแทก ทุกครั้งที่จอบจ้วงลงไป ดินกระเด็นกระจัดกระจายราวกับสนามฝึกรบย่อมๆ ไม่ใช่แปลงปลูกผักสวนครัว
"ถ้าคุณขุดลึกอีกสักคืบเดียว เกรงว่าเราคงจะได้ลงไปทักทายไส้เดือนใต้พิภพแทนที่จะได้ปลูกกวางตุ้งนะครับ คุณผู้การ"
รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่ ปากเรียวบางยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มชะงักกึกทันที
พันตรีธนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหลุมดิน ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคายด้วยหลังมือ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทภายใต้ปีกหมวกฟางใบเก่าหันมามองผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว แววตาคู่นั้นทั้งดุดัน เยชา และเต็มไปด้วยความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษ ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับรอยยิ้มพราวระยับของหญิงสาวผู้เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านหลังข้างๆ เมื่อวานนี้ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"ที่นี่ไม่ใช่สนามรบ และดินตรงนี้ไม่ได้ต้องการยุทธวิธีทางทหาร มันแค่ต้องการปุ๋ยคอกและการพรวนเบาๆ มือ ถ้าคุณยังใช้แรงดิบเถื่อนแบบนั้น รากผักคงช้ำตายก่อนจะได้งอกเงยนะครับ" รินรดาไม่รอให้เขาตั้งตัว หญิงสาวก้าวเท้าข้ามรั้วไม้เตี้ยๆ เข้ามาประชิดพื้นที่ โดยไม่เกรงกลัวรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
ธนาหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงยีนส์ลุยงาน และรองเท้าผ้าใบที่เปื้อนฝุ่นนิดหน่อย ช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกับผิวขาวเนียนละเอียดและท่าทางมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้
"นี่คือพื้นที่ของผม และผมถนัดวิธีนี้" ธนาตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ถนัดแต่ผลลัพธ์อาจจะพังไม่เป็นท่า" รินรดาหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว หญิงสาวก้มลงหยิบก้อนดินขึ้นมาบี้เบาๆ ระหว่างนิ้วมือ "ดินแห้งกรัง ขาดความชื้น ถ้าคุณไม่ปรับหน้าดินแล้วผสมปุ๋ยหมักสูตรเฉพาะ ต่อให้คุณขุดลึกลงไปถึงแก่นโลก ผักของคุณก็เป็นได้แค่ซากพืชแห้งตายซากครับคุณผู้การ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้จุดดำมืด ทำให้ธนาชะงักไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มหรี่ตามองเธออย่างประเมินสถานการณ์ อดีตเชฟสาวผู้กุมความลับเรื่องมิติพิเศษในกำมือไม่ได้เกรงกลัวอำนาจมืดหรือสายตาดุดันของอดีตทหารหาญเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับยืนเผชิญหน้าด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวระดับมิชลินสตาร์
"คุณเป็นใครกันแน่ รินรดา" ธนาถามเสียงเข้ม วางด้ามจอบลงบนพื้นดินอย่างระมัดระวัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้เธอจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง แรงกดดันจากชายชาติทหารแผ่ซ่านออกมารอบตัว แต่นั่นยิ่งทำให้รอยยิ้มของหญิงสาวกว้างขึ้น
"ฉันก็แค่เพื่อนบ้านผู้หวังดี... และบังเอิญว่าเป็นเชฟที่เก่งเรื่องการฟื้นฟูวัตถุดิบที่ใกล้ตายให้กลับมามีชีวิตชีวา" รินรดาตอบเสียงใส ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง "เอาล่ะ ในเมื่อเราต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างกันอีกนาน ผมมีข้อเสนอ... ให้ผมช่วยจัดการแปลงผักฝั่งคุณ แล้วเรามาดูกันว่าระหว่าง 'ยุทธวิธีขุดดินล้างผลาญ' ของคุณ กับ 'ศิลปะการเกษตรประณีต' ของฉัน อันไหนจะทำให้ผักงอกงามเร็วกว่ากัน"
ธนามองใบหน้านวลเนียนที่เต็มไปด้วยความท้าทาย มุมปากหยักลึกของอดีตนายหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกตเห็น นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีใครกล้าต่อปากต่อคำและท้าทายระบบการทำงานของเขาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
"ถ้าแปลงผักของผมเสียหาย คุณต้องรับผิดชอบ" ธนาเอ่ยเสียงทุ้ม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มนวลเมื่อเขาก้มตัวลงมาพูดใกล้ๆ จนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
"ไม่มีคำว่าเสียหายในพจนานุกรมของเชฟครับ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันหลังกลับเตรียมเดินข้ามรั้ว "แต่อย่าลืมเตรียมน้ำเย็นๆ ไว้ต้อนรับเชฟคนนี้ด้วยล่ะ เพราะการทำงานร่วมกับคุณผู้การจอมเผด็จการ คงต้องใช้พลังงานไม่น้อยเลยทีเดียว"
ธนายืนมองแผ่นหลังบางที่เดินกลับไปยังบ้านของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเงียบสงบที่เคยมีอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาพังทลายลงในพริบตา ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ก้าวเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรชนบทแห่งนี้
ตกบ่าย กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศและกระเทียมเจียวโชยลอยมาตามสายลม ปลุกประสาทสัมผัสของธนาที่กำลังนั่งตรวจบัญชีเมล็ดพันธุ์พืชให้สะดุดกึก ท้องของชายหนุ่มส่งเสียงร้องประท้วงอย่างไม่รักดีเมื่อกลิ่นหอมของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วผสมผสานกับรากผักชีและพริกไทยดำลอยข้ามรั้วมาเตะจมูกอย่างจัง มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่อัดแน่นไปด้วยความพิถีพิถันระดับเชฟใหญ่
ธนาลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงก้าวเดินไปที่รั้วไม้ไผ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรินรดากำลังยืนผัดหมูสามชั้นในกระทะเหล็กใบใหญ่บนเตาถ่าน ควันสีขาวลอยอวลพร้อมกับเสียงฉ่าของน้ำซอสที่เคี่ยวจนงวด สีสันของอาหารในกระทะเงางามน่ารับประทานจนกลืนน้ำลายแทบไม่ทัน
ในจังหวะนั้นเอง รินรดาหันมาสบตาพอดี หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยดพร้อมกับตักหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นโตสีอำพันขึ้นใส่จานควันฉุย กลิ่นหอมเย้ายวนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เธอยกจานในมือขึ้นเล็กน้อยเชิงเชื้อเชิญ
"สนใจมาลองชิมฝีมือ 'คู่คิด' คนนี้หน่อยไหมครับ คุณผู้การ... รับรองว่าอร่อยจนลืมวิธีรบไปเลยล่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป•ตอนที่ 2
เพื่อนบ้านผู้เย็นชาใต้หมวกฟาง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
