กลิ่นหอมฉุนของน้ำปลาตราหอยมุกและพริกขี้หนูสวนบุบพอแตก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารบ้านเก่าคร่ำครึนี้ดูเจริญหูเจริญตาขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สายตาสองคู่ที่จ้องมองมาทางรินรดาเปรียบเสมือนคมมีดที่พร้อมจะเฉือนเอาเนื้อหนังมังสาของเธอไปขายแลกเศษเงินสด
"แกคิดจริง ๆ หรือรินรดา ว่าการลาออกจากเชฟโรงแรมห้าดาวแล้วมาขลุกอยู่กับนายทหารปลดประจำการขาเป๋ ๆ ที่มีดีแค่สวนผักรก ๆ จะทำให้ชีวิตแกสูงขึ้น?"
เสียงแหลมเล็กของป้าสำอาง—พี่สาวแท้ ๆ ของแม่ผู้ล่วงลับ—ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ นิ้วที่สวมแหวนทองปลอมจนข้อศอกบวมเป่งชี้ตรงมาที่จานยำปลาทูย่างโฮมเมด ซึ่งรินรดาเพิ่งบรรจงคลุกเคล้ากับสมุนไพรสดจากแปลงหลังบ้าน
รินรดายังคงนิ่ง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที แต่เลือกที่จะใช้ช้อนสเตนเลสคนเนื้อปลาทูเนื้อแน่นเข้ากับหอมแดงซอยและตะไคร้บาง ๆ อย่างใจเย็น ความนิ่งงันของเธอทำให้ป้าสำอางได้ใจ ส่งเสียงหัวเราะเยาะในลำคอต่อทันที
"ถ้าไม่ไหวก็คุกเข่าลงแล้วส่งโฉนดที่ดินผืนนี้คืนให้ตระกูลเราซะเถอะ หลานรัก ที่ดินรกร้างตรงนี้ ต่อให้เอาปุ๋ยขี้วัวยัดใส่ดินจนรากเน่า มันก็ไม่มีทางงอกเงยเป็นเงินล้านให้แกผ่อนหนี้แทนพ่อแม่ที่ตายไปหรอกนะ!"
คำพูดที่เจือด้วยความดูถูกเหยียดหยามและมุ่งหมายจะฮุบสมบัติชิ้นสุดท้าย ทำให้รินรดาค่อย ๆ วางช้อนลง เสียงกระทบกับจานเซรามิกดัง *กริ๊ง* เบา ๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องอาหารทั้งห้องเงียบกริบ
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวหรือความโกรธเกรี้ยวไร้เหตุผล รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบประดับอยู่บนมุมปากของเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับโลกมาโชกโชน
"คุณป้าครับ... เอ่อ, ขอโทษทีครับ พอดีผมติดนิสัยเรียกคนอื่นตามตรรกะของความเคารพ" รินรดาแกล้งทำเป็นอุทานเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "ที่ดินรกร้างที่ป้าพูดถึงเนี่ย ป้าแน่ใจเหรอครับว่ามันไร้ค่า? หรือว่าป้าแค่มองไม่เห็นมูลค่าเพราะสายตาของป้ามันสั้นเกินกว่าจะมองข้ามรั้วลวดหนามของตัวเอง?"
"แก! นังเด็กปากดี!" ป้าสำอางตบโต๊ะเสียงดังลั่นหน้าสั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"ผมพูดความจริงต่างหากครับ" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินวัตถุดิบชั้นเลิศในตลาดสด "ป้าบอกว่าดินตรงนี้ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น งั้นผมถามหน่อยเถอะครับ ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ป้าแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ รั้วบ้านผมทำไมตอนตีสาม? ถ้าดินมันห่วยแตกจนไร้ค่า ทำไมป้าถึงส่งสามีจอมเกียจคร้านของป้ามาขอซื้อต่อในราคาถูกยิ่งกว่าเศษผักเน่าในตลาดสดล่ะครับ?"
ความจริงถูกกระชากออกมากลางวงข้าวอย่างไม่ไว้หน้า ป้าสำอางหน้าถอดสีทันที อ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ขณะที่ลุงศักดิ์ สามีจอมเจ้าเล่ห์ที่นั่งเงียบมานานเริ่มขยับตัวลุกลี้ลุกลน
"อย่ามาปรักปรำนะ นังนี่! แกมันก็แค่เด็กอกตัญญูที่ทำลายวงศ์ตระกูล!" ลุงศักดิ์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนค้ำหัว
ทว่า ก่อนที่ลุงศักดิ์จะได้ก้าวเข้ามาประชิดตัว ประตูไม้เก่า ๆ ของบ้านก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้ของพันตรีธนา สันกรามคมกริบของอดีตนายทหารหนุ่มขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวเหรื่ยมองตรงไปยังแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสองด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียง
ธนาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่เดินเข้ามา ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง แล้ววางตะกร้าสานใส่ผักกาดหอมอวบอ้วนสีเขียวสดและมะเขือเทศสีแดงก่ำลงบนโต๊ะกลางวง เสียงของหนักกระทบไม้ดังทึบ แต่มันกลับหนักอึ้งจนกดทับบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลงไปอีก
"เขตหวงห้ามส่วนบุคคล" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของธนาดังขึ้น "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎหมายข้อหาบุกรุกและพยายามกรรโชกทรัพย์ เชิญออกไปจากบ้านของภรรยาผม... เดี๋ยวนี้"
ป้าสำอางหน้าซีดเผือด เธอกวาดตามองหน้าธนาสลับกับรินรดาที่ตอนนี้กำลังยกชาอุ่นขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังรินรดา! แกกับไอ้ทหารพิการคนนี้ไม่มีทางอยู่ได้เกินสิ้นเดือนหรอก!" นางแผดเสียงก่อนจะลากสามีเดินดุ่ม ๆ ออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย
เมื่อเสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย
"คุณธนามาช้าไปสามวินาทีนะครับ เกือบจะได้เห็นผมฉีกหน้าคนแก่เสียม2รอบแล้ว" รินรดาเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม เจ้าเล่ห์นิด ๆ
ธนาถอนหายใจยาว ยื่นมือหนาไปลูบศีรษะภรรยาเบา ๆ อย่างทะนุถนอม สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและภาคภูมิใจ "ผมไม่อยากให้มือคุณต้องเปื้อนโคลนกับคนพวกนั้น... ผักในตระกร้านี้ สดพอจะเอาไปทำอาหารเย็นให้ผมกินหรือยังครับ เชฟริน"
รินรดายิ้มรับ เธอหยิบมะเขือเทศลูกโตขึ้นมาพินิจ ก่อนจะหันไปหยิบมีดสเตนเลสคู่ใจ "ระดับผมแล้ว ต่อให้เป็นผักริมทาง ก็เนรมิตให้กลายเป็นเมนูระดับเหลาได้สบายครับ... คอยดูนะ เย็นนี้ผมจะทำ 'ยำปลาทูสมุนไพรราดซอสพริกแกงโฮมเมด' ให้คุณกินจนลืมไม่ลงเลย"
กลิ่นหอมของสมุนไพรเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว เล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้านหลังน้อยเริ่มมีความเคลื่อนไหว รินรดาไม่รู้เลยว่า ความสำเร็จของแปลงผักออร์แกนิกที่เธอและธนากำลังร่วมมือกันปลูก กำลังจะดึงดูดสายตาของใครอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของหมู่บ้าน...
และในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเตรียมมื้อค่ำอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและชวนให้ขนลุก
ธนาขมวดคิ้วเล็กน้อย วางมีดในมือลงทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของสามีที่เปลี่ยนไปในพริบตา
ประตูหน้าบ้านค่อย ๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้า ๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ด้านนอก... และกลิ่นหอมประหลาดที่ไม่ควรจะมีในฤดูนี้ ก็ลอยเข้ามาแตะจมูกพร้อมกับเงาร่างของแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป•ตอนที่ 3
รุกฆาตญาติจอมปลอม
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
