ธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทห้าใบสุดท้ายในกระเป๋าเสื้อโค้ทบุขนเป็ดนั้นยับยู่ยี่ ราวกับจิตใจของคนที่ถือมันในยามนี้
รินรดากวาดสายตามองบ้านไม้สักทองสองชั้นที่เคยโอ่อ่า แต่บัดนี้กลับดูทรุดโทรมลงไปถนัดตา ป้ายชื่อตระกูล "วงศ์วรกุล" ที่เคยติดอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดถูกถอดออก เหลือเพียงรอยน็อตขึ้นสนิมกรัง ฝนเพิ่งหยุดตกไปหมาดๆ กลิ่นไอความชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นสาบสุนัขข้างบ้านลอยอบอวลในอากาศ มันช่างเป็นต้อนรับการกลับบ้านที่อัปยศอดสูเสียเหลือเกิน หลังจากเธอถูกฟ้องล้มละลายจากภาระหนี้สินที่อดี สามีและญาติจอมละโมบโยนภาระทั้งหมดมาให้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
"กลับมาทำไมอีก ยัยตัวซวย!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ ‘นงเยาว์’ ดังแผดขึ้นมาจากระเบียงบ้าน พร้อมกับร่างท้วมที่เดินนวดย่างด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง สองมือเท้าสะเอว สายตากวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเธอกำลังมองเห็นเศษขยะเปียกที่ลอยมาติดหน้าบ้าน
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยдя เย็นชาปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตากลมโตคมกราบสะท้อนประกายความแข็งกร้าว เธอผ่านศึกหนักในห้องพิจารณาคดีและเกมธุรกิจที่สกปรกที่สุดมาแล้ว นับประสาอะไรกับคำดูถูกเหยียดหยามจากญาติผู้พี่ที่วันๆ ดีแต่เกาะตระกูลกินไปวันๆ
"ฉันไม่ได้กลับมาขอทานค่ะ... ป้าสะใภ้" รินรดาเน้นเสียงทีละคำ ชัดเจนและก้องกังวาน "ฉันกลับมาเพื่อเอาบ้านของแม่ฉันคืน และพวกคุณ... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสหัวออกไปได้เลยภายในเจ็ดวัน"
นงเยาว์ชะงัก หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "นังนี่! ปากดีนักนะ แกคิดว่าแกเป็นใคร หยะ... หนี้สินพะเนินเทินทึกที่ผัวแกสร้างไว้ ศาลเขายึดทุกอย่างไปหมดแล้ว แม้แต่ที่ดินผืนนี้ก็เป็นชื่อฉัน ตั้งแต่พวกแกประกาศล้มละลาย!"
"กฎหมายอาจจะตัดสินแบบนั้น แต่วิธีการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ของป้า... มันสะอาดพอที่จะสู้หน้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือเปล่าล่ะคะ?" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดทีละก้าว ส้นรองเท้าบูทหนังส่งเสียงกระทบพื้นปูนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* สร้างความกดดันให้คนฟังจนต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เอกสารโอน1เมื่อสามเดือนก่อน ฉันเก็บต้นฉบับไว้ครบทุกฉบับค่ะ"
บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดจนแทบจะตัดsอได้ เสียงลมหายใจฮึดฮัดของนงเยาว์ดังแข่งกับเสียงกบที่ร้องระงมตามคูน้ำข้างทาง ก่อนที่รินรดาจะหันหลังให้แล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังเรือนครัวเล็กๆ ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นที่เดียวในโลกใบนี้ที่เธอยังคงรู้สึกถึงความปลอดภัย
ห้องครัวหลังนั้นเกիยรติรกร้าง ฝุ่นหนาเตอะจนกลายเป็นแผ่น แต่เตาถ่านโบราณและเขียงไม้ประดู่ยังคงอยู่ที่เดิม
รินรดากัดฟันกรอด ความหิวโหยและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามจังหวัดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ในกระเป๋าไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อวัตถุดิบราคาแพง แต่สำหรับเชฟมืออาชีพที่เคยคุมครัวร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มาแล้ว วัตถุดิบชั้นเลิศไม่ได้วัดกันที่ราคา แต่วัดกันที่จินตนาการ
เธอเปิดตู้กับข้าวเก่าๆ ที่แทบไม่มีอะไรนอกจากกระเทียมแห้งหัวลีบ พริกไทยเม็ดครึ่งขวด และขวดน้ำปลาเก่าเก็บที่หมดอายุไปเมื่อเดือนก่อน แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระสอบข้าวหอมมะลิเก่าก้นถุง กับไข่เป็ดไล่ทุ่งสามฟองที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ข้างหน้าต่าง ซึ่งป้าสะใภ้น่าจะลืมทิ้งไว้
"มีแค่นี้สินะ..." รินรดายิ้มมุมปาก มือเรียวเล็กเริ่มจัดการจุดเตาถ่านด้วยความคล่องแคล่ว เปลวไฟสีส้มแดงพวยพุ่งขึ้นขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นในห้องครัวให้มลายหายไป ควันจางๆ เริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น
ในขณะที่เธอกำลังตั้งกระทะเหล็กหล่อใบเก่าให้ร้อนจัด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่บริเวณประตูหลังบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้ากางเกงขายาวสนามก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่ย่องเข้าสู่ถิ่นอาณาเขต
พันตรีธนา... อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษผู้ปลดประจำการด้วยอาการบาดเจ็บที่ขาและหัวใจที่เย็นชา เขาคือชายหนุ่มผู้เลือกละทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์มาใช้ชีวิตสงบเงียบทำไร่ปลูกผักอยู่ท้ายหมู่บ้าน และเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างรินรดาในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้เธอ
ธนามองหน้าภรรยาที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเขม่าควัน ก่อนจะวางตะกร้าผักสดใหม่ที่เพิ่งเก็บจากแปลงอินทรีย์ลงบนโต๊ะ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง
"ทำอะไรกิน กลิ่นหอมโชยไปถึงปากซอยแล้ว"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง "ข้าวผัดกากหมูสูตรก้นครัว กับไข่เป็ดดาวกรอบๆ ค่ะ... คุณผู้การสนใจจะร่วมวงมื้อค่ำกับคนล้มละลายสักจานไหมล่ะคะ"
ธนาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบทอดมองเธอด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เขาเดินเข้ามาใกล้ ถือวิสาสะใช้หลังมือปัดเขม่าควันที่แก้วเนียนของภรรยาออกอย่างเบามือ
"ไม่ว่าเธอจะล้มหรือเหลือเงินแค่ห้าบาท..." ธนาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงจริงจังจนหัวใจรินรดากระตุกวูบ "ครัวของเธอก็ยังเป็นที่ที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับฉันเสมอ... และถ้าใครกล้าไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้ พรุ่งนี้ฉันจะเอารถถังมารื้อรั้วให้เอง"
รินรดายังไม่ทันได้ตอบโต้อะไร ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของ ‘กำนันชิต’ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ถือโฉนดที่ดินตัวจริงเสียงจริงเดินนำหน้าตำรวจประจำตำบลเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมหมายศาลขับไล่ฉบับเร่งด่วน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป•ตอนที่ 1
คืนถิ่นพร้อมเมนูจานด่วน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายลุยกับคุณผู้การสายคุมแปลงผัก: วางแผนรบไปปลูกผักไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
