"ถ้าพวกเธอคิดว่าเอกสารเซ็ตนี้จะผ่านการอนุมัติจากฉันได้โดยไม่ต้องกราบขอร้องล่ะก็... เชิญกลับไปนอนฝันกลางวันให้สบายใจเถอะค่ะ!"
เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ดังสนั่น หักล้างบรรยากาศความตึงเครียดของบ่ายวันจันทร์ได้อย่างชะงักงัน
รินรดายืนหลังตรง ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด เธอกวาดสายตามองกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและบรรดาญาติสนิทมิตรสหายของคริสที่พยายามส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องประชุมแห่งนี้ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเบจไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย แม้ในใจจะรู้ดีว่าบริษัทกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตสภาพคล่องที่ถูกบีบจากกลุ่มทุนเดิมของคริสก็ตาม
"โอ๊ะ... อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสครับ คุณรินรดา" คริส ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงระยับ ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและอดีตแฟนเก่าที่เคยทิ้งรินรดาไปแต่งงานกับความสะดวกสบาย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางหมุนปากกาในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ "ในเมื่อสามี ‘กระจอกๆ’ ของคุณไม่มีปัญญาหาเงินมาพยุงบริษัทได้ การจะยอมจำนนเซ็นโอนหุ้นส่วนใหญ่ให้ผม มันก็เป็นทางออกที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่เหรอครับ? หรือว่า... ชอบชีวิตกัดก้อนเกลือกินจนชินซะแล้วล่ะ"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาบอร์ดบริหารที่แปรพักตร์ รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงดวงตา เธอไม่เคยเสียใจที่เลือกอาคิน... ผู้ชายที่เคยสวมเสื้อยืดเก่าๆ และขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งเธอเรียน แต่เธอเกลียดชังเหลือเกิน... เกียรติชังความไร้ยางอายของพวกเหลือบไรที่เหยียบย่ำคนอื่นเพื่อความสะใจ
"สามีของฉันจะเป็นอย่างไร มันก็เรื่องของฉันค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง "และฉันไม่มีวันขายหุ้นบริษัทให้คนไร้จรรยาบรรณอย่างคุณแน่นอน"
"ปากดีไปเถอะ! อีกสิบนาทีถ้าเงินสามสิบล้านไม่เข้าบัญชีบริษัท หุ้นทั้งหมดก็จะตกเป็นของฉันตามกฎหมายล้มละลาย!" คริสทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อเจอสายตาเย้ยหยันที่รินรดามอบให้
ทว่า... ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของเลขาหน้าห้องก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศที่คุกรุ่น
"ค... คุณคริสคะ! คือว่า..." เลขาสาววิ่งหน้าตื่นพรืดเข้ามาในห้องประชุม สีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ "ข้างล่าง... ด้านหน้าล็อบบี้ตึกค่ะ..."
"มีอะไรวะ พูดให้มันรู้เรื่อง!" คริสหวาดหงุดหงิด ตะคอกใส่
"รถ... รถค่ะ! มีรถซูเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition คันละเกือบร้อยล้านบาทจอดอยู่หน้าตึก แล้ว... แล้วเจ้าของรถกำลังขึ้นมาที่นี่ค่ะ!"
ทุกคนในห้องชะงักค้าง คริสขมวดคิ้วมุ่น "รถอะไรคันละร้อยล้าน? ในเมืองนี้จะมีใครรวยขนาดนั้นวะ หรือจะเป็นท่านประธานธนาคารใหญ่ที่เขาลือกัน?"
รินรดาเองก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใจดวงน้อยเต้นระรัวโดยไม่มีสาเหตุ ภาพใบหน้าของอาคินแวบเข้ามาในหัว... *'ไม่หรอก... เขาเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาไม่ใช่เหรอ?'* เธอบอกตัวเอง แต่ลางสังหรณ์บางอย่างกลับร้องเตือนว่าวันนี้จะมีเรื่องพลิกผันครั้งใหญ่
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ตัววีไอพีดังขึ้น ประตูสแตนเลสสีเงินค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมทัน100% ทุกสายตาพุ่งตรงไปยังทางเดินยาวที่ทอดยาวมาจากลิฟต์ รองเท้าหนังคัทชูทำมือแบรนด์อิตาลีราคาหลักแสนกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานหนักแน่น... ก้าวแรก... ก้าวที่สอง... สัมผัสได้ถึงออร่าอันทรงอำนาจที่กดทับจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลาน สีดำสนิทขับเน้นรูปร่างให้ดูสง่างามราวกับนายแบบบนปกนิตยสารระดับโลก เรือนผมเซ็ตเข้ารูปเผยให้เห็นกรอบหน้าคมคายดสันกรามชัดเจน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ที่สุด คือนาฬิกาข้อมือเรือนหรูประดับเพชรน้ำงามมูลค่าเทียบเท่าคอนโดหรูใจกลางเมือง... และแววตาคู่คมที่กวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเย็นชาดุจพญาอินทรี
พรึบ!
บรรดาบอร์ดบริหารที่เคยนั่งไขว่ห้าง ต่างพากันขยับตัวโดยอัตโนมัติ รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ภาพของชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดตัวเก่าที่เธอเพิ่งกอดลาเมื่อเช้าซ้อนทับกับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้า...
"อ... อาคิน?" รินรดาหลุดปากอุทานออกมาเบาหวิว
คริสที่ยืนอยู่หัวโต๊ะถึงกับหน้าถอดสี เขากะพริบตาปริบๆ มองชายหนุ่มที่ตนเพิ่งเหยียดหยามไปหยกๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนโลกกำลังถล่มลงมาตรงหน้า "แก... แกเป็นใครวะ! เข้ามาในนี้ได้ยังไง รปภ.ปล่อยให้คนจรจัดเข้ามาได้ยังไงกัน!"
อาคินไม่แม้แต่จะชายตามองคริส เขาส่งยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียม ร่างสูงเดินตรงเข้าไปหารินรดาที่ยืนงلงงอยู่ ก่อนจะถือวิสาสะโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับทำเอารินรดาใจสั่นระทึก
"รอนานไหมครับ คุณภรรยา" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบข้างใบหู ก่อนที่อาคินจะหันขวับไปมองคริส แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือดคู่ต่อสู้ให้จมดิน
"เมื่อกี้แกบอกนะ... ว่าสามีใครกระจอกส่ะ?"
อาคินแค่นหัวเราะในลำคอ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูห้องประชุมก็เปิดกว้างขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายความส่วนตัวและผู้จัดการภาคพื้นเอเชียของธนาคารระดับโลก ที่ก้มศีรษะให้อาคินอย่างนอบน้อม
"ท่านประธานครับ... เอกสารโอนกรรมสิทธิ์บริษัททั้งหมด... พร้อมแล้วครับ"
คริสเข่าอ่อนทรุดฮวบทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้ชายที่ตนเหยียดหยามมาตลอดหลายปี แท้จริงแล้วคือเจ้าของธนาคารและกลุ่มทุนมหาอำนาจที่กุมชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไว้ในกำมือ!
---
ติดตามตอนต่อไปใน "ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น" — ห้ามพลาดความสะใจระดับพรีเมียมที่กำลังจะระเบิดขึ้นในบทหน้าค่ะ!
ขอบคุณที่สนับสนุน "เมล่อนโซดา" เสมอมานะคะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 4
รถซูเปอร์คาร์จอดหน้าบริษัท
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!