เสียงปรบมือเยาะเย้ยดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว มือบางกำชายเสื้อของอาคินไว้เสียจนยับยู่ยี่ หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความคับแค้นใจไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้คนที่กำลังรุมประณามเธอด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
"คิดจะมาเกาะผู้ชายกินแล้วยังไม่เจียมตัว ทำข้าวของเสียหายหลักล้านแบบนี้ ต่อให้เอาชีวิตเข้าแลกก็ชดใช้ไม่หมดหรอกค่ะ รินรดา"
เสียงแหลมสูงของคริส—แฟนเก่าที่ผันตัวมาเป็นศัตรูทางธุรกิจและคอยจ้องจะเหยียบย่ำอาคินดังขึ้น ท่ามกลางเสียงสมน้ำหน้าของบรรดาไฮโซปลอมๆ ที่พร้อมจะเหยียบคนไม่มีทางสู้เพื่อเลียแข้งเลียขาผู้มีอิทธิพล คริสกอดอกมองรินรดาด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับเธอกับอาคินเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้า
รินรดาตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะกลัวหนี้สินก้อนโต แต่เธอกลัวว่าสามีที่เธอรักและร่วมลำบากกัดก้อนเกลือกินมาด้วยกันจะต้องมาอับอายขายหน้าเพราะเธอ อาคินเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนธรรมดา (ในสายตาคนอื่น) เงินเก็บทั้งชีวิตของพวกเขาคงไม่พอจ่ายค่าเสียหายเศษเสี้ยวเดียวของห้องอาหารนี้ด้วยซ้ำ
"ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ก็คุกเข่าขอร้องสิคะ... เผื่อคุณคริสใจดีจะเมตตาช่วยใช้หนี้แทนให้อีกแรง" เสียงหัวoเราะคิกคักดังขึ้นรอบทิศทาง
อาคินที่ยืนสงบนิ่งมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย
ชายหนุ่มไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือละอายใจอย่างที่พวกมันคาดหวังแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดตามองหน้าผู้ร่วมงานทีละคนด้วยความนิ่งสงบ เย็นเยียบ และทรงพลังอย่างประหลาด จนคนที่สบตาด้วยเผลอสะดุ้งสุดตัวโดยไม่รู้สาเหตุ
อาคินยกมือขึ้นโอบไหล่บางของภรรยาไว้ สัมผัสอบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านฝ่ามือใหญ่ ทำ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขาส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจมาให้ ราวกับจะบอกว่า *'ทุกอย่างมีผมจัดการเองค่ะ'*
"ค่าเสียหายทั้งหมด... เท่าไหร่ครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบกริบลงถนัดตา
คริสแค่นหัวเราะออกมาดังลั่น "ห้าล้านบาทค่ะ! ฟังไม่ผิดหรอก ไอ้จนตรอก! แกมีปัญญาหาเงินห้าล้านมาวางตรงนี้ภายในห้าวิฯ ไหมล่ะ ถ้าไม่มีก็ไสหัวออกไปซะ หรือจะให้ฉันโทรแจ้งตำรวจจับเมียนายข้อหาฉ้อโกงดีล่ะ"
บรรดาคนรอบข้างส่งเสียงฮือฮา บ้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิประวีณความอับ ายของสองสามีภรรยา
อาคินไม่ตอบโต้อะไรให้เสียเวลา ชายหนุ่มควักกระเป๋าเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพง (ที่คริสเคยดูถูกว่าเป็นเสื้อผ้าโหลตลาดนัด) ออกมาอย่างใจเย็น หยิบสมุดเช็คเล่มเล็กสีเข้มออกมาเปิดอย่างไม่รีบร้อน ปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกจรดลงบนกระดาษแผ่นบางด้วยลายมือหนักแน่นและสง่างาม
จังหวะเวลานั้น ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่ปลายนิ้วของอาคิน ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับทุกคนลืมวิธีหายใจ
รินรดาใจเต้นระรัว แม้เธอจะรู้ว่าสามีมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ตัวเลขห้าล้านไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เช็คใบนั้นจะผ่านจริงหรือ? หรือจะเป็นแค่การแสดงละครตบตาเพื่อกู้หน้า?
*แคว่ก!*
เสียงฉีกกระดาษเช็คดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึง อาคินไม่ได้เขียนตัวเลขจำกัดวงเงินลงไป แต่เขาเขียน "เช็คเปล่า" ที่ไร้ยอดเงินระบุ พร้อมกับเซ็นชื่อกำόงไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษสีขาวสะอาดสะอ้านนั้นไปตรงหน้าผู้จัดการโรงแรมและคริสที่ยืนหน้าซีดเผือด
"เช็คใบนี้... เบิกได้ทุกธนาคารในเครือข่ายระดับโลก วงเงินไม่จำกัด" อาคินเอ่ยเสียงเรียบ "อยากได้เท่าไหร่... ก็กรอกเอาเองตามสบายครับ ถือว่าผมทำบุญให้ทานแก่หมาจรจัดแถวนี้ก็แล้วกัน"
คริสหน้าถอดสี มือสั่นเทาขณะรับกระดาษแผ่นนั้นมาดู ลายเซ็นบนเช็คทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ มันไม่ใช่ลายเซ็นของคนธรรมดา แต่เป็นตราประทับลับของกลุ่มทุนการเงินข้ามชาติระดับท็อปของโลกที่คนธรรมดาไม่มีทางเข้าถึง!
ผู้จัดการโรงแรมรีบเข้ามาคว้าเช็คไปดู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด เข่าทรุดลงเกือบแตะพื้นเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่ตนเพิ่งดูถูกไปเมื่อครู่ คือบุคคลระดับวีไอพีที่แม้แต่ประธานเครือโรงแรมยังต้องก้มหัวคำนับ
รินรดาอ้าปากค้าง มองสามีตัวเองด้วยความตะลึงพรึงเพริด หัวใจพองโตจนแทบระเบิด เคมีรักและความเชื่อใจที่ร่วมกันต่อสู้มาห้าปีพรั่งพรูขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังครอบงำความพ่ายแพ้ของตัวร้าย เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มสนั่นหวั่นไหวมาจากบนท้องฟ้าเหนือหลังคาโรงแรม แรงลมมหาศาลทำให้กระจกห้องจัดเลี้ยงสั่นสะเทือน
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้าร์ดสวมสูทดำนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามาตั้งแนวรับโค้งคำนับ
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษผู้เป็น "คนคนนั้น" จากสวิตเซอร์แลนด์ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาคิน ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัดด้วยความเคารพสูงสุด
"ท่านประธานครับ... เครื่องบินส่วนตัวพร้อมแล้วครับ และแขกคนสำคัญอีกกลุ่ม กำลังรอท่านอยู่ที่คฤหาสน์ครับ"
รินรดาหันขวับมามองสามีทันที ขณะที่อาคินเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอว่า...
"ได้เวลาไปรับมรดกหมื่นล้านและหย่า... เอ๊ย! ไปทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเราแล้วครับที่รัก"
--------------------------------------------------
"เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้รินรดาและคุณอาคินมาจนถึงตอนนี้นะคะ บทหน้าเตรียมพบกับการเปิดหน้ากากตัวจริงที่ทำเอาคริสต้องดิ้นพราดๆ จนลืมหายใจ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!"
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 8
เช็คเปล่าที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!