ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 9

อิทธิพลมืดเริ่มขยับ

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ถ้าคุณคริสยังไม่เลิกส่งคนไปป้วนเปี้ยนแถวสำนักงานบัญชีของสามดิฉัน... ดิฉันเกรงว่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันผ่านทนายความส่วนตัวของสามีแทนแล้วล่ะค่ะ" ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะกาแฟหรูหราในเลานจ์ส่วนตัวของโรงแรมระดับห้าดาว เสียงกระดาษหนาปึกกระทบพื้นผิวไม้ราคาแพงดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ รินรดายืนกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม เธอไม่ได้ดูเหมือนผู้หญิงที่เคยยอมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ ร่วมกับอาคินเมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไปแล้ว รัศมีของความมั่นเด็ดเดี่ยวและพลังอำนาจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งสงบ ทำให้คริสถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยประดับอยู่บนมุมปากค้างเติ่งไปชั่วขณะ คริสหรี่ตาลง มองผู้หญิงที่เขาเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด สมองของเขาพยายามประมวลผลภาพตรงหน้ากับข้อมูลในอดีต รินรดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี หายไปไหนเสียแล้ว? ตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงนี้ ในชุดสูทเข้ารูปตัดเย็บพิเศษที่ดูปราดเปรียวและทรงพลัง พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เขามั่นใจว่า... คนระดับเธอไม่มีทางหามาได้ง่ายๆ แน่ "ทนายความส่วนตัว?" คริสเค้นหัวเราะออกมาเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "ริน... เธอเอาอะไรมาพูด สามีไส้แห้งของเธอเป็นแค่พนักงานบัญชีต๊อกต๋อยในบริษัทขนส่งไม่ใช่เหรอ หรือว่าตอนนี้ผัวเธอถังแตกจนต้องให้เธอมาเป็นกระบอกเสียงเดินเกมแทน ถึงได้กล้าเอาเอกสารขู่ฟอกเงินปลอมๆ มาหลอกฉัน" รินรดาไม่โกรธ เธอยกยิ้มมุมปากนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนคริสรู้สึกสันหลังวาบแปลกๆ "สามีต๊อกต๋อยอย่างที่คุณคริสว่า... เขาเคยสอนดิฉันไว้ประโยคหนึ่งค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน "คนฉลาดเขาไม่เที่ยวประกาศความมั่งคั่งให้หมาเห่าเล่นหรอกค่ะ เขาปล่อยให้หมาเห่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลา... เชือด" ดวงตาของคริสวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "ปากดีนักนะรินรดา! คิดว่ามีใครหนุนหลังแล้วจะทำเป็นกร่างใส่ฉันได้งั้นเหรอ แกกับไอ้อาคินมันก็แค่ปลิงที่เกาะสังคมนี้กิน ฉันสืบประวัติไอ้อาคินมาหมดแล้ว ลูกชาวสวนจากต่างจังหวัด เรียนจบมหาวิทยาลัยรัฐบาลธรรมดาๆ ไม่มีแม้แต่เส้นสายในวงการธุรกิจ แล้วเอกสารบ้าอะไรนี่... นายทุนลึกลับที่ไหนจะยอมทุ่มเงินซื้อหุ้นบริษัทฉันตัดหน้าในราคาพรีเมียมแบบนั้น!" น้ำเสียงของคริสเริ่มสั่นเครือด้วยความร้อนรน นั่นคือปมปัญหาใหญ่ที่สุดที่เขากำลังเผชิญอยู่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นในบริษัทตระกูลของเขากำลังถูกกว้านซื้ออย่างเงียบๆ โดยบุคคลนิรนามที่ใช้นอำนาจเงินมหาศาลเข้าฮุบทีละน้อย จนตอนนี้อำนาจการบริหารในมือเขากำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง และไม่ว่าเขาจะพยายามสืบสาวราวเรื่องแค่ไหน ร่องรอยของนักลงทุนรายนั้นก็หายวับไปกับตา ราวกับมีกำแพงเหล็กขนาดมหึมาคอยปกปิดเอาไว้ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "นั่นสินะคะ... คนที่มองโลกแค่เปลือกนอกอย่างคุณคริส จะไปเข้าใจอะไรกับคำว่า 'รากฐานที่แท้จริง' ล่ะคะ" ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูเลานจ์ส่วนตัวก็ถูกผลเปิดออกอย่างนุ่มนวล แต่กลับดึงดูดสายตาของคนทั้งคู่ให้หันไปมองพร้อมกัน อาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ เขาไม่ได้สวมสูทราคาแพงระยับแบบคริส สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปธรรมดา แต่ทว่า... รัศมีรอบตัวของชายหนุ่มกลับนิ่งสนิทและทรงพลังอย่างประหลาด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองคริสด้วยความว่างเปล่า ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนรองเท้า "คุยกันไปถึงไหนแล้วครับที่รัก" อาคินเอ่ยทักภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก คริสเบิกตากว้าง จ้องมองหน้าอาคินสลับกับเอกสารบนโต๊ะ สมองของเขาเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ของไอ้หนุ่มจนตรอกที่เขาเคยเหยียบย่ำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับกับสายตาคมกริบคู่นี้ อาคินไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความประหม่าหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยความเยือกเย็น ซึ่งทำเอาคริสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่ถูกขุดเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล "แก..." คริสก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วชี้สั่นระริก "แกเข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันพื้นที่ส่วนตัว! แล้วแก... แกทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง ไอ้อาคิน!" อาคินไม่ได้ตอบคำถาม เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือเรือนเรียบง่ายที่ดูไม่มีราคาค่างวดอะไร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคริสตรงๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผมเพิ่งอนุมัติคำสั่งซื้อหุ้นล็อตสุดท้ายของบริษัทคุณไปเมื่อห้านาทีที่แล้วครับคุณคริส... และตอนนี้ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของตระกูลคุณ ผมคิดว่า... บริษัทของคุณควรจะเปลี่ยนชื่อผู้บริหารใหม่ได้แล้วล่ะครับ" คริสหน้าซีดเผือก เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้าที่ลำคอ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคริสดังแผดเสียงขึ้นอย่างบ้าคลั่งในวินาทีนั้นเอง พร้อมๆ กับหน้าจอที่ปรากฏชื่อเลขาคนสนิทโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนฟังไม่ได้ศัพท์ อาคินยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปโอบไหล่ภรรยาคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนานอย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบมองตรงไปยังคริสที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง "ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง... ที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงนะครับ" -------------------------------------------------- เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความสะใจในบทนี้นะคะ บทหน้าเตรียมพบกับการเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำเอาตระกูลของคริสต้องล่มสลายในพริบตา ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%