ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 10

ของขวัญคือสร้อยคอเพชรเท่าบ้าน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงหัวเยาะเย้ยในลำคอของคริisยังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ขณะที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะอาหารหรูหราสั่นระรัวด้วยข้อความเยาะเย้ยถากถางจากอดีตคนรักผู้โง่เขลา *“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง... ที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงนะครับ”* รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความโกรธกรำผสมความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะเธอเสียดายเงินทองหรือทรัพย์สินจอมปลอมพวกนั้น แต่เป็นเพราะพวกมันกล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอาคิน—ผู้ชายที่ยอมก้มหน้าทำงานหนักเคียงบ่าเคียงไหล่กับเธอมาตลอดหลายปีด้วยความซื่อสัตย์ ทว่า อาคินกลับนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ราวกับข้อความถางถางพวกนั้นเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญ ชายหนุ่มรินไวน์ลงในแก้วทรงสูงด้วยมือมั่นคง ก่อนจะเลื่อนแก้วนั้นมาวางตรงหน้าภรรยาคนสวย พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายล้ำลึก "ปล่อยให้พวกเขาดีใจไปก่อนเถอะค่ะ ริน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น แววตาคมกริบภายใต้กรอบสายตาคู่เดิมฉายประกายบางอย่างที่แม้แต่รินรดาก็ยังคาดไม่ถึง "คนบางคน... มักจะรีบแต่งตัวรอรับมรดก ทั้งที่เจ้าของตัวจริงยังไม่ได้เซ็นชื่ออนุญาตด้วยซ้ำ" "พี่คิน..." รินรดากระซิบเสียงแผ่ว หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่าทีของสามีถึงได้นิ่งสงบราวกับไม่สะทกสะท้านต่อวิกฤตล้มละลายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเลยสักนิด หรือว่าเขา... จะมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกเธอกันแน่นะ? ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารระดับมิชลินสตาร์ก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด เมื่อผู้จัดการร้านในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบเดินเข้ามาโค้งคำนับให้อาคินด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ชนิดที่ทำเอาแขกโต๊ะข้างๆ ถึงกับต้องเหลียวมองด้วยความฉงน "เรียน ท่านประธาน... ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงของผู้จัดการร้านสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าสามีสลับกับผู้จัดการร้านด้วยความสับสนระคนตกใจ ประธาน? ผู้จัดการร้านเรียกอาคินว่าประธานอย่างนั้นหรือ? อาคินไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะวาง napkin ลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตธรรมดาแต่กลับแผ่ซ่านออร่าทรงอำนาจออกมาราวกับพญาเสือซ่อนเล็บที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของรินรดาขึ้นมาสัมผัสเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น "ตามผมมาสิครับ ริน... วันนี้ผมมีอะไรจะเซอร์ไพรส์ภรรยาคนเก่งของผมเสียหน่อย" รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงเข้าไปในพายุหมุนแห่งความลับ เธอยอมปล่อยให้อาคินจูงมือเดินออกไปยังระเบียงรับลมกว้างของภัตตาคารหรูที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ลมหนาวพัดโชยปะทะใบหน้า แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอาคินกลับทำให้เธอลืมความหนาวเหน็บไปจนสิ้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท้องนภาเบื้องบนก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงไฟระยิบระยับ *พรึบ!* เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สีดำสนิท ลายโลโก้ตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎทองคำฝังเพชร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเครือธนาคารระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนลานจอดดาดฟ้าส่วนตัวอย่างนิ่มนวล แรงลมจากการหมุนของใบพัดตีระลอกคลื่นอากาศจนเส้นผมของรินรดาปลิวไสว แต่ดวงตาของเธอกลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ นั่นมัน... เฮลิคอปเตอร์รุ่นสั่งทำพิเศษที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับตึกระฟ้าทั้งหลัง! และมีเพียงผู้ถือหุ้นสูงสุดระดับท็อปสามของโลกเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง! ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาarztหนุ่มใหญ่ในชุดสูททارקที่ก้าวลงมาพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีแดงเข้มขนาดใหญ่ในมือ เขาก้าวตรงมาหยุดเบื้องหน้าอาคิน ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยความนอบน้อมสูงสุด "ท่านประธานครับ... เอกสารโอนกรรมสิทธิ์และของขวัญพิเศษสำหรับคุณผู้หญิง จัดเตรียมเสร็จสมบูรณ์ตามบัญชาแล้วครับ" อาคินรับกล่องกำมะหยี่นั้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว รอยยิ้มมุมปากของเขายามนี้ช่างทรงเสน่ห์และทรงอำนาจจนรินรดารู้สึกราวกับว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ ไม่ใช่พนักงานเงินเดือนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว "เปิดดูสิครับ ริน..." อาคินยื่นกล่องใบนั้นมาตรงหน้าภรรยา น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทว่าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างล้นพ้น "ของขวัญชิ้นนี้... แทนคำขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผู้ชายยากจนคนนี้มาตั้งแต่จุดต่ำสุด" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางสั่นเทาระหว่างเอื้อมไปเปิดฝากล่องกำมะหยี่ช้าๆ แสงไฟเพชรระยิบระยับนับร้อยเม็ดส่องประกายเจิดจ้าบาดตา จนเธอต้องหรี่ตาลง สร้อยคอเพชรน้ำงามบริสุทธิ์ขนาดใหญ่เท่าไข่นกกระทา เม็ดกลางเจียระไนเป็นรูปหยดน้ำส่องประกายระยับล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กอีกนับร้อยกะรัต มูลค่าของมัน... มากเสียจนสามารถซื้อคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองได้ทั้งหลังโดยไม่ต้องทอนเงิน! "นี่มัน... พี่คิน... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?" รินรดาหันมามองสามีด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ "พี่ไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อของแบบนี้? หรือว่าพี่... ไปทำเรื่องผิดกฎหมายมา?!" อาคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ภรรยา ริมฝีปากหยักลึกกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ "เรื่องผิดกฎหมายผมไม่ทำหรอกครับ... แต่ถ้าเป็นการ 'ซื้อธนาคาร' ที่พวกมันพยายามจะฮุบไปเพื่อมาเป็นของขวัญให้คุณล่ะก็... ผมทำมาหมดแล้ว" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ซักถามอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอาคินก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะเวลาอันน่าตื่นตะลึงนั้นพอดี อาคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก แต่เขากลับกดรับและเปิดสปีดเกอร์โฟนให้รินรดาได้ยินอย่างชัดเจน *"ฮะ... ฮัลโหล! คุณอาคินใช่ไหมครับ! นี่ผมเองนะ คริisเอง! คือ... คือว่าตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับท่านประธาน!"* เสียงปลายสายละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย *"ระบบของธนาคารหลักถูกอายัดทั้งหมด! บัญชีของพวกเราถูกระงับโดยคำสั่งด่วนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับสูงสุด... และตอนนี้ตำรวจกำลังบุกเข้าไปอายัดทรัพย์สินที่บริษัทของผมแล้วครับ! ได้โปรด... ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถอะครับท่าน!"* อาคินปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์เล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดราวกับประกาศิตจากยมบาล "เสียใจด้วยนะครับคุณคริis... พอดีว่าบัญชีทั้งหมดที่คุณพูดถึง รวมถึงบริษัทที่คุณกำลังนั่งบริหารอยู่ตอนนี้..." อาคินเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาปลายสายถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง **"มันเพิ่งถูกโอนเป็นชื่อของภรรยาผม... ตั้งแต่เมื่อหนาทีก่อนแล้วล่ะครับ"** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%