ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 11

งานเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"แกพูดว่าอะไรรินรดา... หูฉันฝาดไปหรือเปล่า?" เสียงแหลมสูงของพิมพ์พรรณ แขกรับเชิญไฮโซแถวหน้าในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ดังแทรกเสียงดนตรีคลาสสิกในห้องจัดเลี้ยงหรูหราจนทุกคนต้องหันมามอง ดวงตาสีเข้มของหล่อนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนดูแคลน ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "นี่เธอสติหลุดเพราะโดนสามีจนๆ สลัดทิ้ง จนต้องมานั่งมโนกลางงานสังคมชั้นสูงแบบนี้เลยเหรอคะ? ทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านเนี่ยนะ... จะถูกโอนเป็นชื่อคนจนๆ อย่างพวกเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ!" รินรดายืนนิ่งสงบ ท่ามกลางแสงไฟคริสตัลระยิบระยับที่สาดส่องลงบนชุดเดรสเรียบหรูสีมรกต แม้จะเป็นชุดแบรนด์เนมราคาหลักหมื่นที่เธอเพิ่งซื้อด้วยเงินเก็บก้อนสุดท้าย แต่มันกลับขับให้รัศมีของเธอดูลึกล้ำและสง่างามจนบรรดาคุณนายทั้งหลายต้องเหลือบมองด้วยความหมั่นไส้ รินรดากวาดสายตามองคริส อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างกายพิมพ์พรรณ มือเรียวบางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่สะทกสะทกสะท้าน "ฉันจะสติหลุดหรือไม่ คุณพรรณน่าจะใช้สมองส่วนหน้าคิดดูหน่อยนะคะว่า... ทำไมคริสถึงหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้น" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายสะดุ้ง คริสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า หลอดเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขารู้ดีว่าคำพูดของอาคินเมื่อครู่ไม่ใช่การบลัฟ แต่มันคือความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนดาดฟ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้เพิ่งมีรายงานการลงจอดของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่บินตรงมาจากสวิตเซอร์แลนด์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงเสียงจริงของตึกระฟ้าแห่งนี้... กำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงนี้แล้ว "โกหก! เหลาะแหละน่าริน!" คริสเค้นเสียงกร้าว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเทาต่อหน้าแขกเหรื่อร้อยกว่าชีวิต "ไอ้อาคินมันก็แค่พนักงานเงินเดือนระดับล่างในแผนกบัญชี มันจะเอาปัญญาที่ไหนมาฮุบตึกนี้! ริน... เธอโดนมันหลอกแล้ว ยอมรับความจริงเถอะว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ถูกทิ้งให้อย่างโดดเดี่ยว!" "ใครบอกว่าผมเป็นแค่พนักงานบัญชีล่ะครับ... คุณคริส" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลัง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงฉับพลันราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา อาคินก้าวออกมาจากเงาของเสาหินอ่อนอิตาลี ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลานเข้ารูปพอดีตัว เนื้อผ้าแคชเมียร์ชั้นดีสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ นาฬิกาข้อมือเรือนหรูรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เรือนเดียวสามารถซื้อรถสปอร์ตทั้งคันได้สบายๆ ประดับอยู่บนข้อมือแกร่ง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคณาญาติที่เคยเหยียบย่ำเขา บรรยากาศในงานลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มที่เคยถูกมองว่าเป็น "ยาจกเกาะผู้หญิงกิน" ในอดีต แต่บัดนี้... เขากลับมีออร่าของความมั่งคั่งและอำนาจล้นเหลือแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนต้องผถอยร่นโดยไม่รู้ตัว "อา... อาคิน!" พรรณอุทานเสียงหลง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดชายกระโปรงตัวเอง "แก... แกแต่งตัวบ้าอะไรเนี่ย เอาชุดปลอมมาจากไหน!" "ชุดปลอมเหรอครับ?" อาคินยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขายื่นมือไปรับแท็บเล็ตหน้าจอทองคำจากเลขาหนุ่มสวมแว่นที่เดินตามหลังมาติดๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าจอเบาๆ แล้วหันไปทางจอภาพ LED ขนาดยักษ์กลางห้องจัดเลี้ยง พรึบ! ภาพเอกสารทางกฎหมายและตราประทับสีแดงฉานปรากฏหราบนจอภาพยักษ์ ข้อมูลการถือครองหุ้น 78.5% ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ถูกระบุชื่อเจ้าของใหม่อย่างชัดเจนด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม... **"รินรดา พิทักษ์ธนكون"** เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับรังแตก บรรดาไฮโซและนักธุรกิจแถวหน้าต่างอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก หลายคนรีบควโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อมูลตลาดหุ้นในทันที และพบความจริงอันน่าตกใจว่า หุ้นล็อตใหญ่ที่สุดของบริษัทถูกกว้านซื้อในราคาพรีเมียมตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืนวานนี้โดยกองทุนปริศนาจากต่างประเทศ! "เป็นไปไม่ได้..." คริสพึมพำ ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด เขาส่ายหัวรัวๆ อย่างคนเสียสติ "บริษัทนี้ตระกูลฉันสร้างมากับมือ! แกไม่มีทางฮุบมันได้! ไอ้อาคิน แกมันแค่ลูกคนงานจนๆ ในไซต์งานก่อสร้าง!" "ตระกูลคุณสร้างมาเหรอครับคริส?" อาคินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก้องกังวานราวกับเสียงเคาะโลงศพ "แต่คุณคงลืมไปสินะครับว่า... หนี้สินก้อนโตที่คุณเอาบริษัทไปค้ำประกันกับธนาคารนอกระบบเมื่อสามเดือนก่อน ใครเป็นคนซื้อหนี้เหล่านั้นไว้ทั้งหมด?" อาคินหยุดยืนตรงหน้าคริส ร่างสูงกว่ากดสายตามองศัตรูตัวฉกาจด้วยความสมเพชเวทนา "ก็ผมไงครับ... สามี 'จนๆ' ของรินรดาคนนี้แหละ ที่ซื้อหนี้ทั้งหมดของคุณไว้เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา" อาคินหันไปมองภรรยาคู่ชีวิตที่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ "และตอนนี้ ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด... ผมขอประกาศปลดคุณออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ณ วินาทีนี้" "แก... แกไม่มีสิทธิ์!" คริสแผדเสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากคอเสื้อของอาคินด้วยความโกรธแค้นจนหน้าดำหน้าแดง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดนเนื้อตัว บอดี้การ์ดในชุดสูทดำสี่คนก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนของคริสกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี "ปล่อยฉันนะ! ไอ้พวกสุนัขรับใช้! รู้ไหมฉันเป็นใคร!" คริสดิ้นรนสุดชีวิตพลางตะโกนโวยวายลั่นห้อง ท่ามกลางสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของแขกเหรื่อที่ต่างพากันถอยห่าง รินรดาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างอาคิน ปลายนิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับอุ้งมืออุ่นจัดของสามีอย่างมั่นคง พิมพ์พรรณหน้าซีดเป็นไก่ต้ม หล่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อหันไปสบตากับอาคินที่หันมามองนิ่งๆ "ส่วนคุณพรรณ..." อาคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด "หุ้นในบริษัทแฟชั่นของคุณที่ถืออยู่สามสิบเปอร์เซ็นต์... ตอนนี้ผมสั่งให้ทีมกฎหมายยื่นฟ้องล้มละลายเรียบร้อยแล้วครับ ข้อหายักยอกทรัพย์และตกแต่งบัญชีเท็จ พรุ่งนี้เช้าตำรวจคงไปเยี่ยมคุณถึงบ้านแน่นอน" กรี๊ดดด! พิมพ์พรรณกรีดร้องออกมาสุดเสียงก่อนจะเป็นลมล้มพับคาที่ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของแขกเหรื่อที่ต่างพاعกันทยอยถอยกรูดออกจากงานเพราะกลัวหางเลขจะพาลมาโดนตัวเอง รินรดายกยิ้มมุมปาก มองภาพความพินาศของคนที่เคยเหยียดหยามเธอและสามีด้วยความสะใจระดับพรีเมียม เธอนึกย้อนไปถึงวันที่เธอกับอาคินต้องกินมาม่าประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ วันที่คริสเคยเอาเงินฟาดหัวไล่ให้อาเคนไสหัวไปให้พ้นทาง แต่ในวันนี้... คนที่ต้องกราบเท้าขอความเมตตากลับเป็นพวกมันเอง "เหนื่อยไหมครับคุณภรรยา" อาคินก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนอบอุ่นต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ..." รินรดาเงยหน้าสบตาคมกริบ หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความอิ่มเอมใจ "เพราะรู้ว่าสามีของหนู... ซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ขนาดนี้" อาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองอร่ามที่ไม่มีชื่อธนาคารระบุไว้ ส่งให้ภรรยาสาวถือไว้ "ถ้าอย่างนั้น... ไปเซ็นชื่อรับตำแหน่งประธานธนาคารระดับโลกที่ผมเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญอีกชิ้นกันเถอะครับ" รินรดารับการ์ดใบนั้นมาถือไว้ หัวใจพองโตจนแทบระเบิด ทว่าในวินาทีที่เธอพลิกดูด้านหลังการ์ด ดวงตากลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด... เมื่อรายชื่อผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งของธนาคารแห่งนั้น ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้ง... กลับไม่ใช่ชื่อของอาคิน แต่เป็นชื่อของคนที่เธอรู้จักดีที่สุด... คนที่ตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน! "อาคิน... นี่มัน..." รินรดาตัวชาดิก หันขวับไปมองสามี ทว่ารอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของอาคินในตอนนี้... กลับไม่ใช่รอยยิ้มของสามีที่เธอรู้จักอีกต่อไปแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%