ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 7

ปาร์ตี้ไฮโซที่หน้าแตกกลับไป

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงหัวsาะเยาะเย้ยถากถางดังระงมขึ้นท่ามกลางโถงจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมแกรนด์พลาซ่า คริสในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลียืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเหนือกว่า ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนาที่เคลือบยาพิษ "ริน... เธอยังกล้ามางานเลี้ยงรวมรุ่นเซเลብฯ ในชุดกระโปรงราคาหลักร้อยนี่อีกเหรอคะ? หรือว่าหลังจากหย่ากับไอ้พนักงานกระจอกคนนั้น ชีวิตเธอถึงกับตกอับจนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อชุดแบรนด์เนมใส่มาอวดสังคมแล้ว" เสียงซุบซิบของบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นและเหล่าไฮโซสาวปลอมๆ ดังเซ็งแซ่ รินรดายืนตัวตรง แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหรืออับอายเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสเรียบง่ายแต่สง่างามเงยหน้าขึ้นสบตาคริสอย่างไม่เกรงกลัว สมองของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับภาพของอาคิน—สามีที่เธอคิดว่าเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา—แต่แววตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับทรงอำนาจและเย้ายวนใจเกินกว่าที่คนธรรมดาจะมีได้ ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากตอกกลับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าประตูโถงจัดเลี้ยง ประตูไม้สักทองบานยักษ์แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันทีเมื่อร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปปรากฏแก่สายตา กลิ่นอายความเยือกเย็น ทรงพลัง และสูงส่งแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ อาคินก้าวเข้ามาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มอ้อนวอนเหมือนอดีต มีเพียงแววตาพญาอินทรีที่มองกราดไปทั่วห้องราวกับกำลังมองฝุ่นผง คริสขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงงและไม่พอใจ "แก... ไอ้ไส้แห้งอาคิน! แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไงวะ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแกนะเว้ย การ์ดเชิญราคาหลักแสนแกเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ หรือแอบย่องเข้ามาเป็นเด็กเสิร์ฟ!" อาคินไม่แม้แต่จะชายตามองคริส เขาก้าวผ่านชายหนุ่มผู้ arrogant ไปราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ ขายาวก้าวตรงดิ่งไปยังร่างของรินรดาที่ยืนนิ่งอึ้ง ดวงตาคมกริบของเขาทอประกายความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อหยุดยืนตรงหน้าภรรยา "รอนานไหมคะคนดี" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความใส่ใจ พร้อมกับยื่นมือหนาออกไปกอบกุมมือเรียวบางของเธอไว้ รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความสับสนระคนตื่นตะลึง "อาคิน... คุณ..." "ขอโทษทีนะคะที่มาช้าพอดีฉันเพิ่งจัดการ 'ซื้อ' โรงแรมนี้เสร็จ" อาคินหันไปพยักหน้าให้แก่ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแกรนด์พลาซ่าที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าโค้งคำนับเขาเกือบชิดพื้น ผู้จัดการโรงแรมวัยกลางคนเหงื่อแตกพลั่ก ละล่ำละลักประกาศผ่านไมโครโฟนกลางห้องด้วยเสียงสั่นเครือ "ข... ขอเรียนท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ! วันนี้ท่านอาคิน ประธานกรรมการบริหารกลุ่มทุนอภิมหาศาล 'คินส์ กรุ๊ป' และเจ้าของใหม่ของโรงแรมแกรนด์พลาซ่าแห่งนี้ ได้เหมาพื้นที่ทั้งหมดเพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับ 'คุณรินรดา' ภรรยาผู้เป็นที่รักแต่เพียงผู้เดียวครับ!" สิ้นเสียงประกาศ ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องจัดเลี้ยง ทุกคนในห้องอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน คริสหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขาสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ทรัพย์สินและกิจการที่คริสพยายามขัดขวางและแย่งชิง แท้จริงแล้วอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายคนที่เขาดูถูกเหยียดหยามมาตลอดหลายปี! อาคินหันกลับมามองคริสที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มที่อันตรายและทรงพลังที่สุดในสามโลก "เมื่อกี้คุณบอกว่าใครนะไม่มีปัญญาซื้อชุดแบรนด์เนมเหรอคะคริส?" อาคินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ "ภรรยาผมคนนี้ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดแบรนด์เนมราคาถูกๆ พวกนั้นหรอกค่ะ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ห้องเสื้อชั้นนำระดับโลกทั้งปรือและมิลานกำลังจะนำคอลเลกชันประจำปีมาให้เธอกว้านซื้อทั้งร้านด้วยซ้ำ" รินรดายืนมองหน้าสามีด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนจุกอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันและหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ของเขา "คุณปิดบังฉันมาตลอดเลยนะคะ..." เธอค้อนใส่เขาเบาๆ อาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี พร้อมกับโอบเอวบางเข้ามาแนบชิด "ก็หนูบอกอยากหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคารไม่ใช่เหรอคะ... พี่ก็เลยต้องแสดงให้เห็นว่า ธนาคารทั้งประเทศเนี่ย พี่เป็นคนถือหุ้นใหญ่ต่างหากล่ะคะ" บรรดาไฮโซปลอมๆ ที่เคยหัวเราะเยาะรินรดา ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ค่อยๆ ถอยร่นทีละก้าวเพื่อหาทางมุดดินหนีออกจากห้องด้วยความอับอายขายหน้าขั้นสุด คริสกัดริมฝีปากจนห่อเลือด กำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจและพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปสู่จุดพีคแห่งความสะใจของค่ำคืนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของอาคินก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ อาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยควักเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากเลขานุการส่วนตัว พร้อมข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ทำเอาประกายตาคมกริบของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความกังวล "มีอะไรเหรอคะอาคิน?" อาคินวางสายลง ชายหนุ่มหันมาสบตากับภรรยา รอยยิ้มอบอุ่นถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว "เมื่อกี้ทางสวิสเซอร์แลนด์แจ้งมาว่า... 'คนคนนั้น' ที่เราตามหามาตลอดห้าปี บินมาถึงสนามบินส่วนตัวกรุงเทพฯ แล้วค่ะ... และเป้าหมายแรกที่เขาจะไปเยือน ก็คือคฤหาสน์ของเรา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%