ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 23

น้ำตาแห่งความยินดี

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงเข่ากระแทกพื้นคอนكريตดังปึก สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงวีไอพีจนแทบจะกลบเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคริส ชายหนุ่มผู้เคยเชิดหน้าชูตาเยาะเย้ยถากถางคนอื่น บัดนี้กลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นราวกับกระดูกสันหลังถูกถอดออกไปทั้งแถบ ดวงตาที่เคยเบิกกว้างด้วยความทะเยอทะยาน กำลังสั่นระริกอย่างไร้การควบคุม จ้องมองเอกสารตราครุฑและลายเซ็นต์รับรองจากธนาคารกลางในมือของอาคินราวกับเห็นผี "เป็น... เป็นไปไม่ได้..." เสียงของคริสแหบพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "แก... แกมันก็แค่ไอ้เด็กกระจอกที่เกาะผู้หญิงกิน! เอกสารนี่... พวกแกปลอมมันขึ้นมาใช่ไหม! ใช่ส, โกหกชัดๆ!" อาคินไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมามองร่างที่กำลังดิ้นรนด้วยความสิ้นหวังนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงลิบลิ่ว—ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่คริสเคยหัวเยาะเย้ยว่าเป็น 'สูทโหลตลาดนัด' เมื่อสัปดาห์ก่อน—กำลังบรรจงพับกระดาษแผ่นนั้นอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวขยับเนคไทไหมพรมสีเข้มอย่างสง่างาม บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความน่าเกรงขามชนิดที่ทำให้ผู้บริหารธนาคารและพนักงานนับสิบชีวิตที่ยืนรายล้อมต่างต้องก้มหน้าประสานมือด้วยความเคารพสูงสุด "ปลอมงั้นเหรอคะคุณคริส?" เสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดังขึ้นจากหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างอาคิน รินรดาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยผ่านความยากลำบาก คราบน้ำตา และความอดทนร่วมกับอาคินมานับไม่ถ้วน บัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและพราวระยับ เธอไม่ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถาง แต่มันคือความนิ่งสงบของผู้หญิงที่รู้ดีว่า 'ความจริง' อยู่ในมือใคร "เอกสารตราครุฑและการโอนสิทธิ์ขาดในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 98.5% ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ระดับประเทศแห่งนี้... คุณคิดว่าเด็กกระจอกที่คุณชอบพูดกรอกหูฉันทุกวัน จะมีปัญญาไปปลอมลายมือชื่อของท่านประธานกรรมการบริหารและผู้ว่าการแบงก์ชาติได้หรือคะ?" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กปอนด์ที่ทุบลงกลางศีรษะของคริสจนสมองขาวโพลน เขานึกย้อนไปถึงวันที่เขาพยายามฉีกหน้าอาคินในร้านอาหารหรู วันที่เขาเอาเงินฟ่อนโตมาฟาดหัวแล้วบอกให้รินรดาทิ้งผู้ชายไร้อนาคตคนนี้เพื่อมาซบตักเขา... ภาพเหล่านั้นย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนแก้มชา รสชาติคาวเลือดฝาดคลุ้งอยู่ในปาก เมื่อตระหนักได้ว่า ตัวตลกที่แท้จริงในเกมนี้ไม่ใช่ "อาคิน" แต่เป็นตัวเขาเองที่วิ่งเต้นแข่งกับมหาเศรษฐีตัวจริงโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด! "ริน... รินรดาครับ..." คริสคลานเข้าไปหาโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป มือสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะควชายเสื้อโค้ทของหญิงสาว "เรา... เราเคยรู้จักกันนะ เรารู้จักกันมาก่อนนะริน เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันรักเธอแค่ไหน ปล่อยฉันไปเถอะ บอกสามีเธอนะ... บอกเขาให้ถอนฟ้องเรื่องการยึดทรัพย์บริษัทฉันที ไม่อย่างนั้นฉัน... ฉันต้องตายแน่ๆ!" รินรดาก้มมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยคุกเข่าขอเธอแต่งงานด้วยความมั่งคั่งจอมปลอม แต่บัดนี้กลับคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยคราบน้ำตาลูกผู้ชายที่น่าสมเพช เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะความเห็นใจ แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก มันตีรันจนจุกแน่นไปหมด ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าห้องเช่า จนถึงวันที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อต้องแบ่งกันกินสองคน อาคินไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยแสดงความอ่อนแอ แม้เธอจะบอกว่าเหนื่อยแค่ไหน เขาก็จะกุมมือเธอไว้แล้วบอกเสมอว่า *'อีกนิดเดียวนะครับริน คนเก่งของผม จะไม่ต้องลำบากอีกแล้ว'* ตอนนั้นเธอก็คิดว่าเขาปลอบใจ... เธอไม่เคยรู้เลยว่า ผู้ชายคนนี้กำลังแบกอาณาจักรทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเอาไว้บนบ่า เพียงเพื่อต้องการพิสูจน์ว่า 'ความรักแท้' หน้าตาเป็นอย่างไร โดยที่เขาไม่เคยใช้เงินซื้อเธอตั้งแต่เริ่มต้น หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาของรินรดา ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่มันคือ "น้ำตาแห่งความยินดี" และความตื้นตันใจที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม อาคินที่สังเกตเห็นความไหววูบในดวงตาคู่สวยนั้น รีบก้าวเข้ามาโอบเอวบางเอาไว้ทันที มือใหญ่อบอุ่นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนเดิมที่เขาต้องปกป้องจากโลกอันโหดร้าย สายตาที่เขาใช้มองเธอบัดนี้อ่อนโยนจนละลายได้แม้แต่น้ำแข็งขั้วโลก "ร้องไห้ทำไมครับคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พร้อมกับใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หืม?" "เปล่าค่ะ..." รินรดาซบหน้าลงกับอกเสื้อสูทเนื้อดีของสามี ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดระบายออกมาเป็นหยดน้ำตาซึมผ่านเนื้อผ้า "รินไม่ได้เจ็บ... รินแค่วิเศษใจเหลือเกินค่ะอาคิน... ทำไมคุณถึงทำเพื่อรินมากมายขนาดนี้คะ? รินกลัวเหลือเกินว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่ความฝัน..." "ไม่ใช่ความฝันครับ" อาคินก้มลงจุมพิตที่ขมับบางอย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ผู้บริหารธนาคารที่ยืนตัวสั่น "จำวันที่เรากินข้าวร่วมกันใต้แสงเทียนเทียนไขเล่มเดียวในห้องเช่ารูหนูได้ไหมครับ? ผมบอกคุณแล้วว่า ผมจะสร้างอาณาจักรด้วยมือคู่นี้ เพื่อให้คุณได้ยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของโลกใบนี้... และวันนี้ ผมทำมันสำเร็จแล้ว" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในหัวใจของรินรดา ทำให้ความเหนื่อยล้า ความหวาดกลัว และความกดดันทั้งหมดที่เธอแบกรับมาตลอดพังทลายลง เธอกอดเอวเขาแน่นขึ้น ซึมซับความอบอุ่นที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุดในชีวิต ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความซาบซึ้งตรึงใจ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคริสที่กองอยู่บนพื้นก็แผดเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ คริสสะดุ้งสุดตัว มือสั่นเทาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับอาณาจักรธุรกิจที่กำลังล่มสลายของเขา "ฮัลโหล! ว่าไง! ทางธนาคารใหญ่ยอมปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินให้เราแล้วใช่ไหม!" คริสตะโกนใส่สายด้วยความหวัง ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเลขาธิการใหญ่แห่งธนาคารกลางจะเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง ซึ่งทำเอาโลกทั้งใบของคริสพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ *"เรียน คุณคริส... ทางเราตรวจสอบคำร้องขอของคุณแล้ว และขอแจ้งให้ทราบว่า บัญชีทุกสกุลเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของคุณถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดตามอำนาจของผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่... และขณะนี้ ท่านประธานสูงสุดกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคุณแล้วครับ"* คริสหน้าถอดสี ดวงตาเบิกโพลงค้าง ค่อยๆ หันขวับกลับมามองอาคินที่กำลังก้มลงยิ้มให้รินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทันใดนั้นเอง ประตูห้องโถงวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลในเครื่องแบบและทีมทนายความระดับประเทศกว่าสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามา... --- เมล่อนโซดาขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรักความผูกพันของอาคินและรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%