ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 24

ผู้บริหารคนใหม่เข้างาน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงปรบมือประชดประชันของคริสดังก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของอาคารแกรนด์ทาวเวอร์—ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจที่เพิ่งเปิดประมูลซื้อขายด้วยมูลค่าหลายหมื่นล้าน "ยินดีด้วยนะรินรดา สำหรับตำแหน่ง 'พนักงานฝึกหัด' แผนกชงกาแฟ… อ้อ เดี๋ยวก่อน เธออาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นคนเช็ดกระจกถ้าสามีไร้น้ำยาของเธอตกงานรอบนี้" คริสยเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย ชุดสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนของเขาถูกตัดเย็บมาอย่างประณีตเพื่อประกาศความเหนือกว่า ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางของรินรดาที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะประชุมยาว รินรดาสวมเพียงสูทผ้าทวีตเรียบง่ายที่ใส่มาตั้งแต่สมัยเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ด้วยกันกับอาคิน ไม่มีเครื่องประดับราคาแพง ไม่มีแบรนด์เนมประโคมกาย มีเพียงแววตาเด็ดเดี่ยวและรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากอิ่ม บรรดาผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริหารระดับสูงนับสิบชีวิตต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความสมเพชเวทนา หลายคนส่ายหัวให้กับความดื้อรั้นของผู้หญิงที่เลือกจะจมปลักอยู่กับผู้ชายกระจอกๆ อย่างอาคิน แทนที่จะคว้าโอกาสทองมาซบอกทายาทตระกูลดังอย่างคริส "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะคุณคริส" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เสียงซุบซิบในห้องเงียบลง "แต่พอดีว่าสามีของฉัน... เขาไม่ชอบให้ฉันทำงานเหนื่อยเกินไปน่ะค่ะ" "สามีเธอเหรอ? ฮ่าๆๆๆ!" คริสระเบิดเสียงหัวheadเราะลั่นห้อง "ไอ้พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ ที่แม้แต่ค่ากาแฟสตاربัคส์ยังต้องผ่อนจ่ายเนี่ยนะ? ริน... เธอจะหลอกตัวเองไปถึงไหน? ฉันให้เวลาเธอกราบขอโทษฉันตรงนี้ แล้วฉันจะยอมให้เธอมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของฉัน... อย่างน้อย เธอก็จะได้รู้ว่าผู้ชายที่มีปัญญาเลี้ยงดูเธอจริงๆ หน้าตาเป็นยังไง!" ความกดดันในห้องพุ่งสูงถึงขีดสุด บรรยากาศอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก คริสเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ เขารู้ดีว่าวันนี้กลุ่มทุนของเขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทสาขาใหม่แห่งนี้ ไม่มีทางที่ใครหน้าไหนจะพลิกเกมได้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท *ปัง!* ประตูบานคู่สลักลายไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลานก้าวเข้ามาด้วยรัศมีเย็นชาที่แผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องสะดุดลมหายใจ อาคินไม่ได้สวมใส่นาฬิกาหลักล้านหรือแหวนเพชรเม็ดโตเพื่ออวดอภินิหาร แต่ทว่าความนิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึกและแววตาดุดั่งพญาอินทรีกลับทำให้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนถึงกับต้องรีบผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ "อาคิน? แกเข้ามาทำไมวะ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพนักงานชั้นต่ำ!" คริสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงเข้าไปลากตัวอีกฝ่ายออกไป ทว่า รปภ. กลับยืนตัวสั่นเทา ทำได้เพียงก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว "แกหูหนวกหรือไงวะ! ลากคอมันออกไปสิ!" คริสตะคอกลั่น "คนที่ควรจะถูกลากออกไป... น่าจะเป็นแกมากกว่านะ คริส" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลง อาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดา มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียอบางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความมั่น "แกพูดบ้าอะไรของแกวะ อาคิน แกมันก็แค่...!" คริสชี้หน้าตะคอกด้วยความโมโห "ฉันคือใครเหรอ?" อาคินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขายื่นกระเป๋าเอกสารหนังแท้ใบเรียบให้เลขาฯ ส่วนตัวที่เดินตามหลังมาเปิดออก "ในฐานะประธานกรรมการบริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทเคเค กรุ๊ป และผู้ถือหุ้นใหญ่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของธนาคารพาณิชย์ในเครือทั้งหมด... ฉันมีสิทธิ์พอที่จะไล่คนปากมากออกจากห้องนี้ไหม?" เอกสารตราประทับสีทองอร่ามและลายเซ็นอนุมัติจากคณะกรรมการกลางถูกวางลงตรงหน้าคริส ตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินและสิทธิ์ขาดทางกฎหมายที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นทำเอาสีหน้าของคริสถอดสีทันที จากความมั่นใจกลายเป็นความซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปชนกับพนักเก้าอี้จนเกือบจะล้มคว่ำ "ทะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไง! แกมันก็แค่...!" คริสส่ายหัวรัว ปากคอสั่นเทา สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า ทายาทหมื่นล้านที่ทุกคนตามหาและเกรงกลัวมาตลอด แท้จริงแล้วคือผู้ชายที่เขาเหยียดหยามมาตลอดหลายปีเนี่ยนะ? อาคินไม่สนใจเสียงโวยวายของสุนัขจนตรอก เขาหันมามองภรรรยาสุดที่รักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและภาคภูมิใจ มือหนายกขึ้นเกลี่ปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม "เหนื่อยมามากพอแล้วนะคนดี" อาคินเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนที่เขาจะหันกลับไปสบตากับคณะกรรมการบริหารทั้งหมดในห้องประชุมที่ตอนนี้ต่างพากันคุกเข่าและโค้งคำนับให้ด้วยความหวาดกลัว "แต้มต่อในเกมนี้ ฉันเป็นคนถือ... และฉันขอแต่งตั้งให้ 'รินรดา' ภรรยาของฉัน ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น 'ประธานบริษัทสาขาใหม่' แห่งนี้ ด้วยอำนาจเด็ดขาดสูงสุด ใครมีปัญหาอะไร... เชิญยื่นใบลาออกได้ทันที" สิ้นคำประกาศนั้น ความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง รินรดากวาดสายตามองหน้าบรรดาคนที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอด้วยรอยยิ้มทรงพลัง ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ประธานบริหารสีดำสนิทอย่างสง่างาม คริสทรรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาสั่นระรัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลักว่าบัญชีบริษัททั้งหมดถูกอายัดและถอนสิทธิ์โดยคำสั่งเร่งด่วนจากประธานใหญ่! รินรดาประสานมือเรียวไว้บนโต๊ะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคริสที่กำลังมองเธอด้วยแววตาร้องขอชีวิต ก่อนจะเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำเอาคริสแทบกระอักเลือดออกมาด้วยความสิ้นหวัง "ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของจริงนะคะคุณคริส... หวังว่าคุณจะสนุกกับตำแหน่งใหม่ในฐานะ 'บุคคลล้มละลาย' นะคะ" --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจมา ณ ที่นี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%