เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงลิบลิ่วดังสะท้อนก้องห้องประชุม V.I.P. ของภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ รินรดากะพริบตาปริบๆ มองข้อเสนอการควบรวมกิจการมูลค่าแปดหลักตรงหน้าสลับกับใบหน้าของคริส—แฟนเก่าผู้เพียบพร้อมไปด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังเหยียดยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
"เซ็นซะเถอะริน... บริษัทสตาร์ทอัพเล็กๆ ของเธอไม่มีทางสู้ทุนหนาของฉันได้หรอก" คริสโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูกพร้อมกับแววตาสมเพชเวทนาที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด "อย่าบอกนะว่ายังต้องทนลำบากเช่าห้องรูหนูอยู่กับไอ้พนักงานออฟฟิศไส้แห้งคนนั้น? น่าสมเพชเป็นบ้า... ผู้หญิงฉลาดเขาไม่เลือกอนาคตที่มองไม่เห็นทางรอดหรอกนะ"
รินรดานิ่งเงียบ เธอมองหน้าคริสด้วยแววตาเรียเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความลังเลใจอย่างที่ชายหนุ่มคาดหวัง สองมือเรียวบางประสานกันบนตักอย่างใจเย็น ภาพของอาคิน—สามีหนุ่มผู้แสนเงียบขรึมและมักจะใส่เสื้อยืดตัวเก่งนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น ผุดขึ้นมาในหัว
ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา อาคินไม่เคยบ่นสักคำแม้ในกระเป๋าจะมีเงินเหลือแค่เหรียญบาท เขาจับมือเธอแน่นในวันที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ และคอยต้มบะหมี่ร้อนๆ ให้เธอกินหลังเลิกงานเหนื่อยๆ เขามีเพียงรอยอบอุ่นและไหล่กว้างๆ ให้ซบเสมอ... ผู้ชายคนนี้คือโลกทั้งใบของเธอ ไม่ใช่เศษเงินในบัญชีที่คริสเอามาอวดอ้าง
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะคุณคริส" รินรดายิ้มมุมปาก น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "แต่เงินซื้อความสุขไม่ได้หรอกค่ะ... โดยเฉพาะความสุขที่ได้อยู่กับคนที่รักกันด้วยใจจริง ไม่ใช่รักกันด้วยเศษเงินทอน"
"ปากดี!" คริสหน้าตึงขึ้นมาทันที กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "รอดูวันที่สามีไร้น้ำยาของเธอถูกไล่ออกจากห้องเช่าก็แล้วกัน!"
รินรดาเดินออกมาจากภัตตาคารด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นความสงสัยที่เริ่มกัดกินจิตใจตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน... บัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวงเงินจำกัด ซึ่งอาคินยื่นให้เธอใช้จ่ายยามฉุกเฉิน มันคืออะไรกันแน่? และไหนจะข้อความแจ้งเตือนยอดเงินฝากในบัญชีที่เผลอเหลือบไปเห็นเมื่อคืน... ตัวเลขศูนย์เก้าตัวนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่พนักงานเงินเดือนธรรมดาจะหามาได้ต่อให้ทำงานไปอีกสชาติหนึ่งก็ตาม
เธอควโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาอาคินทันที เสียงรอสายดังเพียงครั้งเดียวปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคย
"รินครับ... เลิกประชุมแล้วเหรอ? ให้ผมไปรับไหม"
"อาคินคะ..." รินรดายืนนิ่งอยู่ริมฟุตบาท ท่ามกลางผู้คนและแสงไฟนีออนยามค่ำคืนของมหานคร "คุณ... มีอะไรปิดบังรินอยู่หรือเปล่าคะ?"
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มนวลจะเอ่ยตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ไม่มีอะไรปิดบังหรอกครับ... แค่คิดว่า ถึงเวลาที่รินควรจะรู้ความจริงแล้วว่า สามีคนนี้ของริน... เป็นใครกันแน่"
ติ๊ง!
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารดังขึ้นในวินาทีนั้น รินรดาก้มลงมองหน้าจอ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นยอดเงินคงเหลือในบัญชีส่วนกลางที่พุ่งทะยานแตะหลักพันล้าน พร้อมกับข้อความจากระบบ V.I.P. ระดับสูงสุดที่ระบุชื่อผู้ถือครองบัญชีอย่างชัดเจน...
ชื่อของอาคิน... ปรากฏหราในฐานะประธานกรรมการบริหารสูงสุดของกลุ่มธนาคารระดับโลก
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก หันขวับไปมองรถยนต์หรูคันยาวที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ประตูรถเปิดออก พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของอาคินที่ก้าวลงมาส่งยิ้มละมุนให้เธอเหมือนทุกๆ วัน... แต่วันนี้ รัศมีรอบตัวเขากลับน่าเกรงขามจนเธอกลั้นหายใจ
คนรวยเขาทำตัวกันแบบนี้เหรอคะ? ซ่อนเงินหมื่นล้านไว้ใต้เสื้อยืดขาดๆ เนี่่ยนะ!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ เมล่อนโซดาตื่นเต้นกับความฟินระดับพรีเมียมนี้จริงๆ ค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 13
คนรวยเขาทำตัวกันแบบนี้เหรอ?
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!