"เซ็นซะ... แล้วทุกอย่างที่ครอบครัวคุณพยายามดิ้นรนตะเกียบคตะกายมาตลอดห้าปี จะตกเป็นของฉันในฐานะเจ้าหนี้แต่เพียงผู้เดียวค่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของคริส ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมหรูหรา เอกสารกองโตถูกผลักไปตรงหน้าของรินรดาด้วยปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและชัยชนะที่รอคอยมานาน เขาย่อมรู้ดีว่าตระกูลของแฟนเก่าคนนี้กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งหนี้สิน และเขานี่แหละที่จะเป็นผู้ยื่นมือเข้ามาเหยียบซ้ำให้จมดิน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ไร้ซึ่งน้ำตา เธอมองหน้าคริส ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเกือบจะฝากอนาคตไว้ด้วย หากไม่ใช่เพราะความโลภและความเห็นแก่ตัวที่ทำให้เธอเลือกเดินจากมา และหันไปจับมือกับผู้ชายอีกคน... ผู้ชายที่ดูธรรมดาจนน่าสงสารอย่างอาคิน
"คุณมันไร้ยางอาย คริส... เอาเงินสกปรกพวกนี้มาขู่ครอบครัวฉัน คิดว่าฉันจะกลัวเหรอคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยความกดดัน
"ไร้ยางอายเหรอ? หึ! พูดได้ดีนี่รินรดา!" คริสแค่นหัวเราะลั่น ยันตัวลุกขึ้นค้ำโต๊ะโน้มตัวเข้าหาเธอ "แล้วไอ้แฟนยาจกของเธอไปไหนซะล่ะ? ไอ้คนที่บอกว่าเป็นแค่พนักงานบริษัทเงินเดือนกระจอกๆ น่ะ ตอนที่บ้านเธอจะล้มละลายแบบนี้ มันช่วยอะไรได้บ้าง นอกจากทำหน้าซื่อตาใสเป็นภาระให้เธอกัดก้อนเกลือกินด้วยกัน!"
คำพูดถากถางนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แต่วินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากตอกกลับ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดี ปรากฏกายขึ้นด้วยท่าทีเยือกเย็นและสง่างาม อาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นของนักล่า
"ขอโทษทีที่มาช้านะคะ พอดีรถติด... เรื่องเอกสารหนี้สินทั้งหมด ผมจัดการซื้อต่อไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
คริสชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง "ฮ่าๆๆๆ! แกเนี่ยนะซื้อ? อย่ามาตลกน่าไอ้อาคิน แกเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนไม่ใช่เหรอวะ หรือสมองเพี้ยนจนแยกแยะไม่ออกระหว่างความจริงกับความฝัน หหนี้ก้อนนี้มันสิบล้านนะเว้ย! สิบล้านที่แกทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาจับ!"
อาคินไม่ได้โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มราบเรียบไว้บนใบหน้า ควักกระเป๋าหนังออกมารูดการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากไทเทเนียมแท้โยนลงบนโต๊ะกระจกใส เสียง *เคร้ง* เบาๆ แต่กลับดังก้องไปทั่วความเงียบ
"สิบล้านเหรอคะ? น้อยไปหน่อยนะสำหรับค่ากาแฟของผมในแต่ละเดือน" อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนคริสถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอเคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าอาคินไม่ใช่คนธรรมดา... แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าอำนาจที่เขาซ่อนเอาไว้ จะน่ากลัวและยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้
"แก... แกเป็นใครกันแน่?!" คริสเริ่มหน้าถอดสี ละล่ำละลักถามเมื่อเห็นลวดลายบนการ์ดสีดำที่ปรากฏสัญลักษณ์ของธนาคารระดับโลก ซึ่งมีผู้ถือครองไม่ถึงสิบคนในประเทศนี้
อาคินไม่ตอบ เขาย่างสามขุมเข้าไปใกล้คริส กลิ่นอายความกดดันระดับผู้บริหารสูงสุดแผ่ซ่านจนคริสต้องถอยหลังกรูด มือเรียวยาวหยิบเอกสารสัญญาหนี้ขึ้นมาฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ไยดี เศษกระดาษโปรยปรายลงราวกับหิมะโปรย
"หนี้ของครอบครัวรินรดาถูกชำระหมดแล้ว... และตอนนี้ วัตถุประสงค์เดียวของผมคือการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคุณ คริส" อาคินกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชับ เด็ดขาด และเย็นยะเยือก "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้ได้เลยค่ะ เพราะภายในสามนาทีนี้ ธนาคารของผมจะยึดทุกตารางนิ้วที่คุณยืนอยู่"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคริสก็แผดเสียงกรีดร้องขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่งราวกับนัดหมาย พร้อมๆ กับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารหลักที่เด้งขึ้นมาประกาศการล้มละลายอย่างกะทันหัน คริสทรรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
อาคินหันกลับมาหารินรดา รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอบอุ่นในพริบตา เขายื่นมือหนาออกไปตรงหน้าหญิงสาว
"กลับบ้านกันเถอะค่ะที่รัก... ธนาคารของผมรอให้คุณไปนั่งเป็นประธานบริหารคนใหม่อยู่พอดิบพอดีเลยนะคะ"
รินรดาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตัน เธอยื่นมือไปวางลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างมั่น
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปพร้อมกับชายหนุ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือของอาคินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากบุคคลปริศนาที่ทำให้อาคินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นเบอร์นั้น
"คุณอาคินคะ... ทางเราตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติจาก 'บัญชีลับสูงสุด' ที่คุณสั่งอายัดไว้เมื่อห้าปีก่อน ตอนนี้ระบบกำลังปลดล็อกอัตโนมัติ และ... และมีคนกำลังถอนเงินออกแปดหมื่นล้านบาทในวินาทีนี้ค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ เมล่อนโซดาตื่นเต้นกับความฟินระดับพรีเมียมนี้จริงๆ ค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 15
เงินคือคำตอบของทุกอย่าง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!