เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจะโคน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของอาคินจะถูกผลักเปิดออกด้วยความนอบน้อมแต่เด็ดเดี่ยว รินรดากำลังก้มหน้าตรวจเอกสารงบการเงินอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นบุคคลแปลกหน้าสามคนก้าวเข้ามาในห้องอย่างเป็นระเบียบเสมือนทหารผ่านศึกที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
คนแรกเป็นหญิงสาวในชุดสูทสีชาคูลรีดเรียบกริบ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพ ด้านหลังเธอคือชายหนุ่มสองคนที่สวมสูทสากลสีเข้ม ร่างกายกำยำบ่งบอกถึงการผ่านการฝึกอารักขาระดับสูง ทั้งคู่ถือกระเป๋าเอกสารอลูมิเนียมหนาเตอะในมือ
"ขออนุญาตค่ะ ท่านประธาน และคุณรินรดา ดิฉัน 'วิภาดา' ได้รับคำสั่งจากส่วนกลางให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่เลขาส่วนตัวและทีมบริหารกิจการพิเศษค่ะ" เสียงหวานกังวานแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นแฟ้มหนังสีดำสนิทประทับตราโลโก้ทองคำนูนต่ำที่รินรดาจำได้แม่นยำ—มันคือสัญลักษณ์ของธนาคารกลางระดับทวีปที่เพิ่งถูกซื้อกิจการไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอหันไปมองหน้าสามีหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำอยู่อีกมุมห้อง อาคินเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าการปรากฏตัวของทีมเลขาเทวดานี้เป็นเรื่องปกติยิ่งกว่าการสั่งกาแฟยามบ่าย
"ทีมบริหารพิเศษเหรอคะ? แต่บริษัทของเราตอนนี้..." รินรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามเรียบเรียงคำพูดเมื่อวิภาดาวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้า เผยให้เห็นตัวเลขสินทรัพย์หมุนเวียนในบัญชีสำรองที่ถูกโอนเข้าสู่ระบบของบริษัทแฟรนไชส์เล็กๆ แห่งนี้ มากกว่างบประมาณของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก
"เรียนคุณรินรดาค่ะ ท่านประธานทรงมีดำริว่า โครงสร้างการบริหารแบบเดิมมีความล่าช้าเกินไปสำหรับการขยายอาณาจักรการเงินที่เรากำลังจะก้าวไปถึง ทีมของดิฉันซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการธนาคาร นักวิเคราะห์ตลาดทุนระดับโลก และหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านการตรวจสอบบัญชี พร้อมที่จะปฏิบัติงาน ณ บัดนี้ค่ะ" วิภาดากล่าวด้วยน้ำเสียงฉับไว ไม่มีอาการตะกุกตะกักแม้แต่น้อย สมกับเป็นมือโปรที่ระบบคัดสรรมาให้โดยเฉพาะ
บรรยากาศในห้องทำงานแคบๆ กลับเปลี่ยนเป็นหรูหราและทรงอำนาจขึ้นมาทันตาเห็น รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสามีของเธอ—ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศเงินเดือนน้อยนิด ผู้ชายที่ยอมทนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยกันในห้องเช่าแคบๆ แต่ในตอนนี้ เขากลับนั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารมูลค่าหลายหมื่นล้าน โดยมีทีมเลขามือพระกาฬยืนโค้งคำนับให้ด้วยความเคารพสูงสุด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้น มันเป็นข้อความจากคริส อดีตแฟนเก่าที่เคยดูถูกเหยียดหยามอาคินอย่างเจ็บแสบในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อเดือนก่อน ข้อความนั้นส่งรูปถ่ายหน้าร้านอาหารหรูพร้อมแคปชั่นเยาะเย้ยว่า
*[ถ้าเธอเบื่อไอ้จนตรอกนั่น มาหาฉันดีกว่า ฉันจองโต๊ะวีไอพีไว้รอคนโลภอย่างเธอแล้ว]*
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจ เธอกำลังจะกดบล็อกเบอร์นั้นทิ้งเสีย แต่แล้วมือหนาอุ่นจัดของอาคินก็เอื้อมมาแตะที่หลังมือของเธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยและอบอุ่นนี้ทำให้เธอสงบลงอย่างรวดเร็ว
"ปล่อยให้เขาเล่นสนุกไปก่อนเถอะค่ะที่รัก" อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับคมปลาบจนวิภาดาและทีมเลขาต้องรีบหลบสายตา "ในเมื่อคุณคริสเขากำลังพยายามอย่างหนักที่จะโชว์ความเหนือกว่า... เราก็ควรจะไป 'เยี่ยมเยียน' เขาหน่อยดีไหมครับ ในฐานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของตึกที่เขาเพิ่งไปกู้เงินมาลงทุน"
รินรดาเงยหน้าสบตาคมกริบของสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ผสมผสานกับความสะใจที่ก่อตัวขึ้นในอก เธอยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังไม่แพ้เลขาคนใหม่
"วิภาดาคะ เตรียมรถโรลส์รอยซ์คันที่จอดอยู่ชั้นใต้ดิน แล้วช่วยโทรแจ้งผู้จัดการสาขาของธนาคารตระกูลคริสด้วยนะคะ ว่าเราจะไป 'ตรวจสอบบัญชี' แบบไม่แจ้งล่วงหน้าในอีกสาม0นาทีข้างหน้าค่ะ!"
วิภาดายิ้มรับอย่างเหี้ยมเกรียมในแบบฉบับของมือโปร "รับทราบและปฏิบัติทันทีค่ะคุณรินรดา!"
อาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมสูทสั่งตัดเข้ารูปที่เพิ่งมาส่งเมื่อเช้า รัศมีแห่งความมั่งคั่งและอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศแทบหยุดนิ่ง เขายื่นมือหนาออกไปให้ภรรยาสุดที่รักได้คล้องแขน พร้อมกับก้าวเดินออกไปพร้อมกับทีมเลขามือพระกาฬที่เดินตามหลังราวกับเงาตามตัว
ทว่า ในขณะที่ลิฟต์ส่วนตัวกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างสุด หน้าจอโทรศัพท์มือถือของอาคินก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากบุคคลปริศนา ปลายสายส่งเสียงหอบสะท้านด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างขีดสุด
*"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นของตระกูลคริisกำลัง... กำลังดิ่งลงเหวเพราะถูกคำสั่งซื้อขายปริมาณมหาศาลจากกองทุนไม่ทราบฝ่ายเข้าเทขายรวบกระดานในเวลาสามวินาที... และตอนนี้... ตอนนี้พวกเขากำลังจะล้มละลายแล้วครับ!"*
อาคินยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ดวงตาคู่คมทอดมองภาพสะท้อนของตัวเองและภรรยาในกระจกเงาของลิฟต์ ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
"เกมยังไม่ทันเริ่มเลย... ทำไมรีบพังเร็วจังนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความฟินระดับพรีเมียมนี้ และเตรียมพบกับความสะใจขั้นสุดในตอนต่อไปนะคะ เมล่อนโซดาตื่นเต้นรอไม่ไหวแล้วค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 16
เลขาส่วนตัวผู้ซื่อสัตย์
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!