เสียงใบพัดขนาดมหาสารที่ตีแหวกมวลอากาศยามค่ำคืนจนเกิดแรงลมกรรโชกแรงระดับพายุย่อมๆ ทำให้ป้ายไฟนีออนราคาแพงหน้าภัตตาคารหรูสั่นกระพือจนแขกเหรื่อในบริเวณนั้นต่างพากันยกมือขึ้นปัดป้องเศษฝุ่นที่ถูกพัดปลิวว่อน
รินรดายกมือขึ้นทาบอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนฉงน เมื่อร่างสูงโปรดของอาคิน—สามีผู้ซึ่งเธอนึกว่าเขาเป็นเพียงพนักงานสินเชื่อธนาคารธรรมดาๆ ที่มักจะหัวยุ่งและแบกแฟ้มเอกสารหนักอึ้ง กลับก้าวถอยหลังลงมาจากบันไดเหล็กของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านรุ่นท็อป ลำตัวเครื่องสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลธนาคารระดับโลกที่แม้แต่เศรษฐีติดอันดับ Forbes ประเทศยังไม่มีสิทธิ์เช่าบินผ่านน่านฟ้าเขตนี้
"อาคิน... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความมึนงง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวถูกกอบกุมไว้ด้วยมืออุ่นจัดของชายหนุ่มที่ส่งยิ้มละมุนมาให้ราวกับว่าการพาพาหนะราคาพันล้านบาทมารับเธอหน้าปากซอยเป็นเรื่องสามัญประจำบ้านเสียเต็มประการ
"ก็บอกแล้วไงคะ ว่าวันนี้เราจะไปดินเนอร์กัน" อาคินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีที่ซ่อนเล็บ เขากวาดสายตามองชุดเดรสเรียบหรูที่รินรดาสวมใส่ด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปจัดปอยผมที่ปลิวไสวเพราะแรงลมให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม "เด็กดีของผมวันนี้สวยเป็นพิเศษเลยนะคะ"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องแหลมสูงของความอิจฉาริษยาและเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเร่งรีบก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง
คริส—อดีตแฟนเก่าผู้เย่อหยิ่งและเป็นทายาทตระกูลนักธุรกิจคู่แข่งที่จ้องจะฮุบกิจการของอาคิน ยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นจ้องมองเฮลิคอปเตอร์ลำหรูสลับกับใบหน้าของอาคินด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
"นะ... นี่แก! แกเอาเงินที่ไหนมาเช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวแบบนี้วะไอ้อาคิน! อย่าบอกนะว่าไปปล้นธนาคารที่แกทำงานอยู่มาน่ะ!" คริสแผדเสียงดังลั่นท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อและปาปารัสซี่ที่เริ่มกรูเข้ามาถ่ายรูป เหตุเพราะแรงลมจากเฮลิคอปเตอร์ดึงดูดความสนใจของผู้คนครึ่งถนน
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอขยับกายเข้าไปยืนชิดแผ่นอกกว้างของสามีตามสัญชาตญาณ แม้ลึกๆ ในใจเธอจะเริ่มตระหนักแล้วว่า สามีที่เธอร่วมทุกข์ร่วมสุขกัดก้อนเกลือกินมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยคนนี้ อาจไม่ได้ยากจนข้นแค้นอย่างที่ใครๆ ปรามาสไว้ แต่การเห็นอดีตแฟนเก่าผู้มั่งคั่งมาตวาดแว้ดๆ ด้วยความจนตรอกแบบนี้ ก็ยังทำให้เธอรู้สึกระอาใจไม่น้อย
อาคินไม่แม้แต่จะชายตามองคริส เขายังคงทอดสายตามองภรรยาสุดที่รักด้วยความอ่อนโยน ราวกับว่าเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เขาต้องเสียเวลาขยับเปลือกตา
"ปล้นเหรอคะ?" อาคินเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้คริสถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "คนอย่างผม... ต่อให้ซื้อธนาคารที่คริสถือหุ้นอยู่ทั้งเครือด้วยเงินสด ก็ยังใช้เวลาคิดเร็วกว่าตอนเลือกเมนูอาหารเย็นเสียอีกนะคะ"
"ไอ้...ไอ้บ้า! ขี้คุย!" คริสหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "แกมันก็แค่ไอ้เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า! อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย! ถ้าไม่ใช่เพราะเกาะผู้หญิงกิน แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาเหยียบตึกนี้!"
รินรดาทนฟังต่อไปไม่ไหว ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นชา เธอขยับตัวก้าวออกมาบังหน้าอาคินไว้เล็กน้อย แม้เธอจะตัวเล็กกว่า แต่วิญญาณนักสู้ที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับอาคินมาตลอดหลายปีทำให้เธอมีความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง
"ระวังปากด้วยนะคะคุณคริส" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำคำเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "สามีของฉัน เขาเป็นใครและทำอาชีพอะไร ฉันย่อมรู้ดีที่สุด... ดีกว่าคนที่วันๆ เอาแต่วิ่งตามก้นคนอื่นเพื่อขอเศษเงินลงทุนเสียอีกนะคะ"
คริสหน้าซีดเผือดด้วยความแค้นเคือง "แก... นังรินรดา! นังโง่เอ้ย! แกกำลังถูกมันหลอกใช้ต่างหากล่ะ! ไอ้หมอนี่มันไม่มีอะไรเลย!"
อาคินระบายยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เขาโอบเอวบางของรินรดาเข้าหาตัวกระชับแน่น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคริสพังทลายลงในพริบตา
"พอได้แล้วค่ะ เสียงของแมลงหวี่แมลงวันมันน่ารำคาญหู รินรดากระโดดขึ้นเครื่องกับผมดีกว่าค่ะ... ดินเนอร์บนดาดฟ้าตึกที่ผม 'สร้างขึ้นเอง' กำลังรอเราอยู่"
สิ้นคำพูดนั้น อาคินก็อุ้มรินรดาร่างบางขึ้นแนบอกด้วยความง่ายดาย ท่ามกลางเสียงกรี๊ดร้องด้วยความตื่นตะลึงของฝูงชน เขาก้าวขึ้นบันไดเฮลิคอปเตอร์ไปต่อหน้าต่อตาคริสที่ยืนอ้าปากค้าง ขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นถนนอย่างไร้ศักดิ์ศรี
เฮลิคอปเตอร์ลำยักษ์ค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกใสของห้องโดยสาร เผยให้เห็นตึกระฟ้าใจกลางเมืองรูปทรงล้ำอนาคตที่สูงเสียดฟ้าและเป็นแลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดของประเทศ ซึ่งป้ายชื่อตึกทองคำแท้สลักหราด้วยนามสกุลของอาคินอย่างเด่นชัด
รินรดานั่งนิ่งอิงแอบอยู่กับอกอุ่นของสามี หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ เธอมองหน้าอาคินที่กำลังยิ้มให้เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นปรี่
"อาคินคะ..." เธอกล่าวเสียงแผ่วเบา ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบนยอดตึกสูงสุดหรูหราที่สุดในประเทศ "นี่คุณ... เป็นเจ้าของตึกนี้จริงๆ เหรอคะเนี่ย?"
อาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนุ่มทุ้มชวนหลงใหล เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยถ้อยคำที่ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
"ไม่ใช่แค่ตึกนี้หรอกค่ะที่ผมสร้าง..."
อาคินยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอสีดำสนิทที่ปรากฏยอดเงินในบัญชีหลักแสนล้านให้เธอดู พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"แต่ทว่า... ธนาคารที่คุณกำลังจะไปขอสินเชื่อเพื่อเปิดร้านกาแฟในวันพรุ่งนี้ ก็เป็นของผมตั้งแต่ต้นแล้วเหมือนกันค่ะ ที่รัก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ เมล่อนโซดาตื่นเต้นจนมือสั่นเลยค่ะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 17
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรับไปเดท
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!