เสียงกระจกนิกรอบด้านที่แตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางกรุง คือคำตอบเดียวที่คริสและพวกพ้องไม่ต้องเสียเวลาตั้งคำถามอีกต่อไปค่ะ!
ภายในห้องประชุมหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดอยู่แล้วกลับดิ่งลงเหวในเสี้ยววินาที เมื่อแรงกระแทกมหาศาลจากด้านนอกสะเทือนไปถึงพื้นกระเบื้องขัดเงา
คริส ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์ราคาแพงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย สะดุ้งโหย่งจนไวน์เกือบหกเลอะสูทสั่งตัดราคาหลักแสน ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา เมื่อหน้าต่างกระจกกันกระสุนบานยักษ์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด กลับถูกเจาะทะลวงด้วยกันชนเหล็กกล้าสีดำสนิทของรถหุ้มเกราะส่วนตัวคันมหึมา!
รถเอสยูวีหุ้มเกราะดีไซน์ล้ำอนาคตคันนั้น ค่อยๆ เคลื่อนตัวฝ่าเศษกระจกที่เกลื่อนกลาดเข้ามาจอดสงบนิ่งอยู่กลางห้องประชุมราวกับเป็นลานจอดรถส่วนตัว กลิ่นอายของอำนาจเงินตราและความเด็ดขาดแผ่ซ่านกดทับจนทนายความและผู้บริหารร่วมขบวนการของคริสถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
“นะ... นี่มันบ้าอะไรกันวะ! ใครกล้าพังตึกกู เข้ามาได้ยังไง!” คริสตะโกนเสียงหลง ใบหน้าที่เคยเหยียดหยามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก มือสั่นเทาจนแทบถือแก้วไวน์ไม่อยู่
ทว่า ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลนับสิบคนที่ทยอยก้าวลงมาจากรถหุ้มเกราะ พวกเขายืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ปิดกั้นทุกทางหนีทีไล่ราวกับกำแพงเหล็ก ก่อนที่ประตูรถด้านหลังจะค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
รองเท้าหนังแท้ขัดมันวาวก้าวเหยียบลงบนพื้นพรมราคาแพง ตามด้วยร่างสูงโปรดของ ‘อาคิน’ ชายหนุ่มที่คริสเคยหัวเราะเยาะว่าเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนไส้แห้ง อาคินในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงโชว์ความรวย แต่วิสัยทัศน์และออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ รอยยิ้มมุมปากของเขานิ่งสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยความเหนือกว่าอย่างแท้จริง
“ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ... คริส” อาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานไปทั่วห้องประชุม
“แก... แกมันไอ้อาคิน! แกเอาปัญญาที่ไหนมาทำเรื่องแบบนี้วะ! แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้าบุกเข้ามาพังทรัพย์สินของฉัน!” คริสแผדเสียงคำรามลั่น พยายามเรียกศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมาด้วยการชี้หน้าด่ากราด แม้ว่าขาของเขาจะสั่นพับๆ จนแทบยืนไม่อยู่แล้วก็ตาม
อาคินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นจางๆ ที่ไหล่เสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตาสีเข้มกวาดมองเอกสารลับบนโต๊ะประชุมที่กำลังเปิดค้างไว้—เอกสารที่แสดงแผนการชั่วร้ายในการฮุบกิจการสตาร์ทอัพของรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดวงใจที่เขาเฝ้าทะนุถนอมและร่วมลำบากกันมาตั้งแต่สมัยยังไม่มีอะไรจะกิน
“ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งครับ... สามีของรินรดา” อาคินเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้คริสทีละก้าว เสียงฝรองเท้าที่กระทบพื้นห้องดังชัดเจนราวกับนาฬิกามรณะนับถอยหลัง “คนที่คุณพยายามจะเหยียบย่ำ และเป็นคนเดียวกันกับที่จะทำให้คุณไม่มีแผ่นดินจะยืนในวงการธุรกิจอีกต่อไป”
“ฮh! สามีไส้แห้งเนี่ยนะ? แกฝันไปหรือเปล่า อาคิน! แกมันก็แค่คนจนที่เกาะผู้หญิงกิน รินรดามันโง่ที่เลือกแก ส่วนแกก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้!” คริสหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง พยายามเกาะกุมความมั่นใจครั้งสุดท้ายไว้ “ต่อให้แกพารถถังมาพังตึกฉันได้ แต่กฎหมายเงินตราและความเป็นจริง แกไม่มีทางสู้ตระกูลของฉันได้หรอกโว้ย!”
อาคินหยุดยืนห่างจากคริสเพียงก้าวเดียว รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของอีกฝ่าย
“ความจริงเหรอครับ?” อาคินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คุณอยากรู้ความจริงข้อไหนล่ะ... ความจริงที่ว่าธนาคารที่คุณกำลังกู้เงินอยู่ครึ่งหมื่นล้าน เป็นบริษัทลูกในเครือข่ายลับที่ผมถือหุ้นใหญ่ 100% หรือเปล่า?”
คริสชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ “วะ... ว่าไงนะ? ธนาคาร... ธนาคารแห่งนั้นเป็นของ... ของแกงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! นายธนาคารใหญ่คนนั้นไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนด้วยซ้ำ!”
“ก็เพราะผมขี้เกียจต้อนรับคนไร้สาระไงครับ” อาคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความปรานี “และที่แย่ไปกว่านั้น... หนี้สินทั้งหมดที่คุณเอาบริษัทไปค้ำประกันไว้ ตอนนี้ครบกำหนดชำระตั้งแต่วินาทีที่คุณสั่งคนไปป่วนบริษัทของภรรยาผมแล้วล่ะครับ”
สิ้นคำพูดนั้น อาคินก็หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปัดหน้าจอเพียงครั้งเดียวแล้วส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดด้านหลัง
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคริสก็แผดเสียงดังลั่นพร้อมกันสามเครื่อง—เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารสูงสุด ที่ประกาศการอายัดบัญชีทั้งหมด การยกเลิกวงเงินสินเชื่อ และคำสั่งฟ้องล้มละลายที่ถูกส่งตรงถึงสำนักงานอัยการในเวลาเดียวกัน!
คริสหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด มือไม้สั่นเทาจนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูแทบไม่ไหว เมื่อเห็นตัวเลขยอดหนี้มหาศาลที่ถูกเรียกเก็บแบบฉุกเฉิน เขาก็ทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่าแทบเท้าของอาคินทันทีอย่างไร้ศักดิ์ศรี
“มะ... ไม่จริง... อาคิน! นายอภัยให้ฉันเถอะนะ! ฉัน... ฉันแค่ทำไปเพราะลืมตัว ขอร้องล่ะ อย่าทำลายฉันเลย!” คริสละล่ำละลักร้องขอชีวิต น้ำตาและเหงื่อไหลพรากเต็มใบหน้า บิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง
อาคินก้มมองดูอดีตคู่แข่งที่เคยหยิ่งผยองกำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้าด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น เขาเพียงแต่ย่อตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“คุณไม่มีสิทธิ์มาขอร้องผมหรอกครับ... เพราะคนที่คุณรังแก ไม่ใช่แค่ผู้หญิงธรรมดา แต่เธอคือโลกทั้งใบของผม”
อาคินสะบัดชายเสื้อแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมหันหลังกลับ ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของอาคินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านพักส่วนตัว—ภาพของรินรดาที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับบุคคลปริศนาที่สวมฮู้ดปิดบังใบหน้ากำลังยื่น ‘ซองเอกสารสีน้ำตาล’ ให้เธอด้วยรอยยิ้มปริศนา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนเมล่อนโซดามาโดยตลอดนะคะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 34
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!