"ห้าสิบ..."
เสียงของอาคินลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตึกบัญชาการธนาคารกลาง ท่ามกลางความเงียบงันชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกายังฟังดูน่ากลัว รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอมองหน้าสามีที่แต่งงานกันมาสามปี ผู้ชายที่เธอมักจะต้องคอยหยิบเศษเหรียญในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อช่วยจ่ายค่าข้าวแกงข้างหอพักอยู่บ่อยครั้ง แต่ในวินาทีนี้... แววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้น กำลังสะท้อนภาพของประธานกรรมการบริหารธนาคารและผู้บริหารระดับสูงนับสิบชีวิตที่ยืนโค้งคำนับให้เขาในมุมองศาที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"ล้านบาทค่ะ" อาคินเอ่ยทวนประโยคให้ชัดเจนขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันมีพลังอำนาจบางอย่างที่กดทับให้ทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง "สำหรับใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนในตึกนี้ คนเดินถนน หรือแม้แต่... อดีตคนรักเก่าที่ชอบเหยียดหยามภรรยาผม ถ้าใครสามารถพาตัวรินรดาเดินกลับมาส่งที่นี่ได้อย่างปลอดภัย เงินจำนวนนี้จะถูกโอนเข้าบัญชีทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองของเธอกำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง
*สามีพนักงานเงินเดือนธรรมดา? บัญชีเงินเดือนติดลบ? ค่าเช่าห้องที่ต้องช่วยกันหารครึ่ง?*
ภาพความลำบากยากแค้นตลอดสามปีที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในหัวราวกับฉากละครตลกคาเฟ่ แต่พอนึกถึงรอยยิ้มอุ่นๆ และอ้อมกอดที่คอยโอบอุ้มเธอในวันที่เธอร้องไห้งานล้มเหลว มันกลับไม่ใช่เรื่องโกหก... อาคินรักเธอจริงๆ และเขาคือคนที่กุมความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกการเงินเอาไว้โดยที่เธอไม่เคยเฉลียวใจเลยแม้แต่นิดเดียว!
"คุณ... คุณเล่นตลกอะไรเนี่ย อาคิน?" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีโดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับและสูทผ้าไหมอิตาลีราคาแพงระยับที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีต
อาคินหันมามองเธอ แววตาที่เคยมีความขี้เล่นและอ่อนโยนในยามที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาด ทว่าความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้นั้นยังคงเดิม เขายกมือขึ้นลูบผมภรรยาเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนอันหนาวเหน็บ ในขณะที่เขากำลังสร้างเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไว้ให้เธอ
"ฉันไม่ได้เล่นสนุกหรอกค่ะที่รัก" อาคินกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของเธอ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันแค่อยากรู้ว่า ถ้าโลกใบนี้ไม่มีเงินมาเกี่ยวข้อง มีเพียงแค่ความจริงใจกับมาม่าซองละหกบาท เธอจะยังรักฉันไหม... และคำตอบที่ได้ มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันโชคดีแค่ไหนที่มีผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยา"
ในขณะที่คู่สามีภรรยากำลังสร้างโลกส่วนตัวท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนทั้งห้อง คริส ซึ่งยืนอยู่ริมเสาหินอ่อนด้วยสภาพหน้าซีดเผือดราวกับคน
ไร้เลือด ก็แทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบพยุงร่างตัวเองไม่ไหว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
*ห้าสิบร้าน... บ้าไปแล้ว! หม่านี่มันแค่พนักงานกระจอกๆ ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมประธานธนาคารถึงต้องเรียกมันว่า 'ท่านประธาน' ด้วย?!*
คริสกรีดร้องอยู่ในใจ สมองของเขาขาวโพลน ภาพที่เขาเคยเดินไปเยาะเย้ยถากถางอาคินที่ร้านกาแฟเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพที่เขาเคยสั่งให้ รปภ. ไล่อาคินออกจากลานจอดรถ V.I.P. ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ ถ้าอาคินมีเงินระดับนี้... ถ้าอาคินคือเจ้าของธนาคารที่กลุ่มบริษัทของครอบครัวเขากู้ยืมเงินมาค้ำประกันธุรกิจล่ะ?
ฉิบหายแล้ว! ครอบครัวของเขาจบสิ้นแน่!
"ท่านครับ!" คริสตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เขาล้มตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ฟอร์ม สองมือพนมไหว้ยกท่วมหัว พยายามคลานเข้าไปหาอาคินด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ทะ... ท่านประธานอาคินครับ! ผม... ผมขอโทษ! ผมไม่รู้ว่าท่านคือ... คือคนที่ปลอมตัวมา ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณรินรดาเลยนะครับ! ขอความกรุณา... ไว้ชีวิตบริษัทของครอบครัวผมด้วยเถอะครับ!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาสาดส่องไปที่คริสด้วยความสมเพชเวทนา
อาคินปรายตาลงมองชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าแทบเท้าด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาทันที ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันจนคริสแทบสำลักอากาศหายใจ
"ไว้ชีวิต?" อาคินทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง เย็นเยียบจนน่ากลัว "ตอนที่คุณพูดจาดูถูกภรรยาผมที่ร้านอาหารเมื่อวานนี้ คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ไว้ชีวิต' ของความรู้สึกเธอบ้างไหมคริส? ตอนที่คุณพยายามใช้เส้นสายบล็อกบัญชีบริษัทสตาร์ทอัพของเธอ คุณเคยให้โอกาสเธอหายใจบ้างหรือเปล่า?"
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเจ็บช้ำจากการถูกเหยียดหยามมาตลอดหลายเดือนถูกชำระล้างด้วยอำนาจและความรักที่สามีมอบให้อย่างหมดจด เธอบีบมืออาคินแน่นขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนว่าพอได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... มันสะใจจนบรรยายไม่ถูกจริงๆ!
"คะ... คริส?" รินรดาเอ่ยชื่อแฟนเก่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอขยับตัวก้าวออกมายืนเคียงข้างสามีอย่างสง่างาม ลบภาพสาวออฟฟิศซอมซ่อคนเดิมออกไปจนหมดสิ้น "คุณบอกว่าคุณจำไม่ได้งั้นเหรอคะ? แต่ฉันจำได้ทุกคำที่คุณพ่นออกมาเลยนะ..."
คริสเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยแววตาเว้าวอน น้ำตาซึมเบ้าด้วยความกลัว "รินรดา... ช่วยฉันด้วยเถอะนะ เรารักกันเคยคบกันมาก่อนนะ ช่วยพูดกับสามี... เอ๊ย! ท่านประธานให้หน่อยเถอะ!"
"หยุดพูดจาทุเรศๆ แบบนั้นเถอะค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว "คนที่คุณควรจะคุกเข่าขอร้อง ไม่ใช่ฉัน... แต่คือคนที่คุณเคยเหยียบย่ำต่างหากล่ะคะ"
อาคินยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับคำพูดของภรรยา เขาตบมือเบาๆ สองครั้ง เสียงปรบมือดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง ก่อนที่ประตูบานใหญ่ด้านหลังจะเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ซึ่งก็คือ "ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่" ที่ถือแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทเดินตรงเข้ามาโค้งคำนับอาคินอย่างนอบน้อม
"ท่านประธานครับ ระบบประกาศตามหาตัวคุณรินรดากระจายออกไปทั่วเครือข่ายธนาคารและสื่อพันธมิตรเรียบร้อยแล้วครับ วงเงินห้าสิบพูลถูกล็อกไว้ในบัญชีฉุกเฉินเรียบร้อย พร้อมเบิกจ่ายทันทีที่มีการยืนยันตัวตนครับ"
อาคินพยักหน้ารับอย่างพอใจ ก่อนจะหันมามองหน้าภรรยาที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเลิกลั่กด้วยความตกใจซ้ำสอง เพราะจู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอก็สั่นรัวไม่หยุด ข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีจากแอปพลิเคชันธนาคารเด้งขึ้นมาเป็นพรืด จนเครื่องแทบจะค้าง
*ติ๊ง! ยอดเงินฝากเข้าบัญชี: 10,000,000 บาท*
*ติ๊ง! ยอดเงินฝากเข้าบัญชี: 20,000,000 บาท*
*ติ๊ง! ยอดเงินฝากเข้าบัญชี: 20,000,000 บาท*
รินรดาอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอยกมือถือขึ้นมาดูยอดเงินรวมที่พุ่งทะยานทะลุหลักห้าสิบล้านบาทไปในเวลาเพียงแค่สามวินาที!
"อะ... อาคิน นี่มัน..." รินรดาหันขวับไปมองสามีด้วยความสับสนระคนตกใจ
อาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือไปโอบเอวบางของเธอเข้ามาชิดแนบกาย ก่อนจะโน้มใบลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว
"ในเมื่อไม่มีใครกล้าหาเธอ... ฉันก็เลยประกาศหาเธอด้วยตัวเอง แล้วก็โอนเงินรางวัลห้าสิบล้านเข้าบัญชีภรรยาตัวเองซะเลย... ดีไหมล่ะคะ?"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าความเจ้าเล่ห์ของสามี เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ของธนาคารก็บินต่ำลงมาจอดสนิทอยู่บนลานจอดดาดฟ้าเหนือศีรษะของพวกเขา แรงลมจากใบพัดตีระรอบตัวจนเส้นผมของเธอปลิวสยาย ท่ามกลางแสงไฟนีออนยามค่ำคืนที่ส่องประกายระยิบระยับ
ก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งสติ ทันใดนั้น ประตูลิฟท์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมต่อจากชั้นใต้ดินก็เปิดออก เสียงฝีเท้าของชายกลุ่มใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนก็ก้าวเดินออกมา พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานสถานการณ์ที่ทำให้ทุกคนในตึกต้องช็อกตาค้างยิ่งกว่าเดิม!
"รายงานท่านประธาน! ทีมสืบสวนพิเศษพบตัว 'ผู้บงการ' ที่จ้างคนมาป่วนบริษัทสตาร์ทอัพของคุณรินรดาแล้วครับ... และตอนนี้มันกำลังเดินทางมาที่นี่ตามคำสั่งด่วนของคุณอาคินแล้วครับ!"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 33
กฎของโลกที่เงินกำหนด
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!