เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคริสที่ดังลอดออกมาจากปลายสาย ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา แม้ว่าหน้าจอมือถือจะถูกกดตัดสายไปแล้วก็ตาม
"เกาะส่วนตัวมัลดีฟส์? จัดงานเลี้ยงขอบคุณเพื่อนเก่าระดับเซเลบ? หึ... ฝันกลางวันอยู่หรือไงยัยรินรดา เธอกับไอ้ผัวจนตรอกนั่น คงทำได้แค่ยืนเกาะขอบกระจกมองดูเรือยอร์ชผ่านไปผ่านมาเท่านั้นแหละ!"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามพวกนั้นยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก แต่รินรดาในตอนนี้ไม่ได้มีน้ำตาแห่งความคับแค้นหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่วภายในห้องรับรองพิเศษ พลางยกถ้วยชาเซรามิกเนื้อดีขึ้นจิบรสชาติละมุนลิ้นอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพของเกาะสวรรค์ส่วนตัวซึ่งถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เกาะทั้งเกาะ... ถูกอาคินเหมามาเป็นของขวัญสำหรับค่ำคืนนี้
"ชาอร่อยดีนี่คะ คุณสามี" รินรดาเอ่ยทักชายหนุ่มที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องพักผ่อน ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปพอดีตัวดูภูมิฐานและทรงอำนาจจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของพนักงานเงินเดือนผู้เงียบขรึมในอดีตเลยแม้แต่น้อย
อาคินระบายยิ้มอบอุ่น เขาทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างภรรยาคนสวย วงแขนแข็งแรงโอบเอวคอดกิ่วเข้ามาแนบชิด พร้อมกับเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทักใบหน้าเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม "ถ้าอร่อย เดี๋ยวผมให้พ่อบ้านจัดเรือรบ... ไม่สิ ขนชาชั้นดีส่งตรงจากไร่ส่วนตัวมาไว้ที่นี่ให้เธอจิบเล่นได้ทั้งปีเลยค่ะ"
"เวอร์ไปใหญ่แล้วนะคะ" รินรดาค้อนให้เบาๆ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม "ว่าแต่... แขกของเราใกล้จะมากันครบหรือยังคะ? วันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะเลี้ยงขอบคุณทุกคนที่เคยช่วยเหลือเราตอนที่ลำบากจริงๆ นะคะ"
"มาถึงท่าเรือยอชต์ส่วนตัวกันหมดแล้วค่ะ" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับด้วยความมั่นใจ "รวมถึง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่อยากมาโชว์โง่ด้วยเช่นกัน"
มุมปากของอาคินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอันตราย ซึ่งรินรดารู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร คริสและกลุ่มไฮโซจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาในอดีต คงกำลังเดินทางมาถึงเกาะแห่งนี้ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นงานเลี้ยงของเศรษฐีตระกูลดังอื่น และหวังจะเข้ามาเกาะแกะหาผลประโยชน์เหมือนเช่นเคย โดยไม่รู้เลยว่า เจ้าของเกาะตัวจริงที่พวกมันกำลังจะไปกราบกรานขอส่วนบุญ ก็คือผู้ชายที่พวกมันเคยหัวเราะเยาะเย้ยถางถางว่าเป็นแค่ยาจกไร้ค่า!
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์เริ่มร่อนลงจอดบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของเกาะ แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาว คลื่นทะเลซัดสาดกระทบหาดทรายขาวละเอียดราวกับผงแป้ง เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศสุดหรูหราอลังการที่แม้แต่เศรษฐีระดับพันล้านยังต้องอ้าปากค้าง
รินรดาลุกขึ้นยืนโดยมีอาคินประคองอย่างระมัดระวัง ชุดเดรสยาวราตรียาวสีเพิร์ลไวท์ปักคริสตัลระยิบระยับรับกับแสงไฟ ขับเน้นรูปร่างอรชรให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา เคียงคู่ไปกับชายหนุ่มผู้กุมอาณาจักรการเงินระดับโลกที่แฝงตัวมานาน ทั้งสองก้าวเดินออกไปยังบริเวณงานปาร์ตี้ริมหาดที่จัดเตรียมไว้อย่างประณีตบรรจง
กลุ่มเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เคยช่วยแบ่งปันเงินและข้าวของให้พวกเขาในยามยาก ต่างกวาดสายตามองความอลังการด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาได้รับบัตรเชิญวีไอพีที่ส่งตรงถึงบ้าน พร้อมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับถึงที่โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าใครเป็นเจ้าภาพ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่บนเกาะสวรรค์ส่วนตัวแห่งนี้เสียแล้ว
"รินรดา! อาคิน!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนสนิท น้ำผึ้ง หญิงสาวสู้ชีวิตที่เคยแบ่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งมาช่วยจ่ายค่าห้องให้พวกเขาในวันที่ถังแตก รีบวิ่งเข้ามาคว้ามือรินรดาไว้ทันที "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นเหรอคะเนี่ย? พวกแกถูกรางวัลที่หนึ่งหรือไง ทำไมถึงพาพวกเรามาเที่ยวเกาะหรูขนาดนี้ได้?"
รินรดายิ้มละมุน บีบมือเพื่อนสาวเบาๆ "ไม่ได้ถูกรางวัลที่หนึ่งหรอกค่ะน้ำผึ้ง... แต่แค่สามีของฉัน เขาบังเอิญทำธุรกิจส่วนตัวนิดๆ หน่อยๆ แล้วมันบังเอิญ... รุ่งเรืองขึ้นมาน่ะค่ะ"
"นิดๆ หน่อยๆ บ้าอะไรล่ะคุณ! นี่มันเกาะส่วนตัวราคานับหมื่นล้านนะ!" เพื่อนอีกคนโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ ขณะกวาดตามองบัตเลอร์สวมสูทนับสิบคนที่ยืนคอยให้บริการรอบบริเวณงาน พร้อมเชมเปญราคาแพงที่รินเสิร์ฟไม่อั้น
ท่ามกลางเสียงพูดคุยและบรรยากาศอันแสนครึกครื้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะอันคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินริมหาด
"โอ้โห... นึกว่างานเลี้ยงอะไร ที่แท้ก็พวกยาจกมารวมตัวกันกระดิกหางกินของฟรีนี่เองสินะ!"
เสียงของคริสดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเขาในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง แขนข้างหนึ่งควงมากับนางแบบสาวเซเลบชื่อดังที่กำลังทำหน้าเชิดหยิ่งยโส กลุ่มเพื่อนสนิทของคริสเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยสายตากูดูถูกเหยียดหยามเช่นเคย พวกเขาได้รับข่าวลือว่ามีเศรษฐีลึกลับเหมาเกาะจัดงานปาร์ตี้ จึงพยายามวิ่งเต้นหาบัตรเชิญเพื่อเข้ามาเลียแข้งเลียขาหวังสร้างคอนเนกชัน โดยไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าภาพที่พวกเขาตามหา จะคือสองคนที่ตนจงเกลียดจงชัง
คริสสบถเบาๆ เมื่อเห็นหน้าอาคินและรินรดาชัดเจน แววตาของเขาฉายแววดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าเดิม "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็แกสองคนนี่เอง... อาคิน ไอ้หน้าตัวเมียที่เกาะผู้หญิงกิน กับยัยรินรดาเมียไร้ค่า ตกอับถึงขนาดต้องมาแอบอ้างเนียนเข้างานปาร์ตี้ของคนอื่นเขาเลยเหรอวะ? หน้าด้านหน้าทนจริงๆ!"
บรรยากาศในงานปาร์ตี้ที่กำลังชื่นมื่นพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
รินรดาหรี่ตามองคริสเล็กน้อย เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเหมือนในอดีตแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "อ๋อ นึกว่าใคร... แขกไม่ได้รับเชิญที่วิ่งเต้นหาทางเข้างานมาจนได้สินะคะ หน้าด้านหน้าทนกว่าใครเพื่อน คงจะเป็นคุณมากกว่ามั้งคะ คริส"
"เธอว่ายังไงนะ!" คริสหน้าชา กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ "นังสารเลว กล้าดียังไงมาปากดีกับฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันคือนักธุรกิจที่มีหุ้นส่วนในบริษัท..."
"หุ้นส่วนที่กำลังจะล้มละลายเพราะถูกถอนทุนจนหมดตัวน่ะเหรอคะ?" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทรงพลังดังขัดขึ้น อาคินก้าวออกมายืนบังภรรยาไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบราวกับพญายัคคุ้มครองเหยื่อ มองตรงไปยังคริสด้วยความว่างเปล่า ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าอภิสิทธิ์และรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวตนที่แท้จริง กลับทำให้คริสถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"แก... แกพูดบ้าอะไรวะไอ้อาคิน!" คริสตะคอกกลบเกลื่อนความกลัว "คิดว่าแต่งตัวใส่สูทแพงๆ แล้วจะทำตัวเป็นเจ้าสัวรึไงวะ! แกมันก็แค่ลูกน้องกระจอกๆ ที่ฉันไล่ออกไปเมื่อเดือนก่อน แค่ค่าเช่าห้องเดือนนี้แกยังมีปัญญาจ่ายรึเปล่าเถอะ!"
อาคินไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆ
พริบตานั้นเอง บัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะผสมไทเทเนียมฝังเพชรแท้ ก็ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าคริส เสียงโลหะกระทบพื้นผิวดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"รู้จักบัตรใบนี้ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นมือไปแตะไหล่อาคินเบาๆ "บัตร Black Card ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ที่มีออกใช้แค่สิบลำดับแรกของโลก... และหนึ่งในนั้น เป็นชื่อของสามีฉันค่ะ"
คริสเบิกตากว้าง จ้องมองบัตรตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สมองของเขาขาวโพลน ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ
อาคินก้าวเข้าไปใกล้คริสช้าๆ โน้มใบหน้าลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เกาะส่วนตัวแห่งนี้... และบริษัททั้งหมดที่แกกำลังพยายามดิ้นรนเข้าไปเลียแข้งเลียขาอยู่... ตอนนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของภรรยาผมเรียบร้อยแล้วครับ"
คริสหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขาล้มพับลงไปกองกับพื้นในวินาทีที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาแผדเสียงร้องเตือนดังลั่น แจ้งเตือนการอายัดบัญชีทั้งหมดและการฟ้องล้มละลายจากธนาคารกลาง
รินรดาดยกย่องมองภาพนั้นด้วยความสะใจระดับพรีเมียม เธอกระซิบเบาๆ ข้างหูสามี "ดูเหมือนว่า... แขกของเรา จะเริ่มสนุกกันแล้วนะคะ"
และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างของชายในชุดสูทสากลระดับสูงนับสิบคน พร้อมบอดี้เกิร์ดร่างยักษ์ก็เดินเข้ามาปิดล้อมรอบตัวคริสไว้ทั้งหมด พร้อมกับการประกาศกร้าวจากโทรโข่งของเฮลิคอปเตอร์ลำที่สองที่กำลังบินวนอยู่เหนือหัว—
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มาโดยตลอดนะคะ!
ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น•ตอนที่ 21
ทริปหรูที่ใครก็ฝันถึง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าเพื่อไปเป็นเจ้าของธนาคาร: ก็หนูเป็นเด็กของผมมาตั้งแต่ต้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!